
การปฏิบัติการทางทหารในเวเนซุเอลา: กลยุทธ์การลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนภูมิรัฐศาสตร์ (ตอนที่ 1)
By INVX Investment Products & Strategy (4/1/2026)
สรุปสถานการณ์
เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2026 สหรัฐอเมริกาได้ดำเนินปฏิบัติการทางทหาร Operation Absolute Resolve โจมตีเวเนซุเอลาและจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร พร้อมภรรยา โดยใช้กำลังทหารกว่า 150 ลำจาก 20 ฐานทัพ ประกอบด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1, เครื่องบินขับไล่ F-22, F-35, F-18 และโดรน พร้อมกองกำลังพิเศษ Delta Force
ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยประธานาธิบดีทรัมป์สั่งการเองเมื่อเวลา 22:46 น. ของวันที่ 2 มกราคม (เวลาสหรัฐฯ) มีการตัดไฟฟ้ากรุงการากัส ใช้เทคโนโลยีไซเบอร์และอวกาศปิดกั้นระบบป้องกันภัยทางอากาศ และสามารถจับกุมเป้าหมายได้สำเร็จ โดยทรัมป์กล่าวในแถลงการณ์ว่าไม่มีการสูญเสียชีวิตหรือยุทโธปกรณ์ฝ่ายสหรัฐฯ เสียหาย ขณะที่มาดูโรได้ถูกควบคุมตัวบนเรือ USS Uvalde เพื่อส่งตัวไปดำเนินคดีในข้อหาก่อการร้ายยาเสพติด
ประเด็นการลงทุน
ระบบปิโตรดอลลาร์: หรือเป็นแรงจูงใจที่แท้จริง?
แม้ทรัมป์จะอ้างเหตุผลเรื่องยาเสพติดและการก่อการร้าย แต่เวเนซุเอลาถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรองมากที่สุดในโลกราว 303,000 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็นประมาณ 18% ของน้ำมันทั้งโลก ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ โดยที่น่าสนใจคือเวเนซุเอลาได้เริ่มจำหน่ายน้ำมันโดยใช้เงินหยวนแทนดอลลาร์ พร้อมยื่นขอเข้าร่วมกลุ่ม BRICS (กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่ท้าทายอำนาจทางเศรษฐกิจของตะวันตก ประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้)
ระบบปิโตรดอลลาร์ที่เฮนรี คิสซิงเจอร์ (อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในยุคประธานาธิบดีนิกสัน ผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ) สร้างขึ้นกับซาอุดีอาระเบียในปี 1974 กำหนดให้น้ำมันทั่วโลกซื้อขายด้วยดอลลาร์ สร้างอุปสงค์เทียมต่อเงินดอลลาร์และทำให้สหรัฐฯ สามารถพิมพ์เงินได้อย่างไม่จำกัด ดังนั้น การที่เวเนซุเอลาท้าทายระบบนี้จึงมีความเสี่ยงที่จะเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่ออำนาจเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ทั้งนี้ มีการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับกรณีในอดีต เช่น ซัดดัม ฮุสเซน (อดีตประธานาธิบดีอิรัก) ประกาศขายน้ำมันด้วยยูโรในปี 2000 และถูกรุกรานปี 2003 ส่วนมูอัมมาร์ กัดดาฟี (อดีตผู้นำลิเบีย) เสนอดีนาร์ทองคำ (สกุลเงินที่มีทองคำหนุนหลังสำหรับการค้าในแอฟริกา) ในปี 2009 และถูกโค่นล้มปี 2011 ผ่านการแทรกแซงของนาโต
ผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก
การที่สหรัฐฯ เข้าควบคุมเวเนซุเอลาจะทำให้น้ำมัน 303,000 ล้านบาร์เรลกลับมาซื้อขายด้วยดอลลาร์ โดยทรัมป์มีแผนส่งบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่เข้าไปลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทที่น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงมีหลายกลุ่ม เริ่มจากกลุ่มบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ เช่น Chevron (CVX) ซึ่งเป็นบริษัทสหรัฐฯ เพียงรายเดียวที่ยังดำเนินงานในเวเนซุเอลาอยู่ภายใต้การผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตร มีโอกาสขยายการลงทุนได้ทันที ส่วน ExxonMobil (XOM) มีข้อพิพาทเรื่องทรัพย์สินที่ถูกเวนคืนไปตั้งแต่ปี 2007 มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ อาจมีโอกาสเรียกคืนหรือรับค่าชดเชย และ ConocoPhillips (COP) ที่ชนะคดีอนุญาโตตุลาการเรื่องการเวนคืนทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เช่นกัน
กลุ่มบริษัทบริการปิโตรเลียมก็น่าจะได้ประโยชน์ เช่น Halliburton (HAL) และ Schlumberger (SLB) ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการเจาะและบำรุงรักษาแหล่งน้ำมัน โดยเฉพาะ Schlumberger มีความเชี่ยวชาญในการจัดการน้ำมันดิบหนัก (heavy crude) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของน้ำมันเวเนซุเอลา ขณะที่อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจ คือ หากการผลิตน้ำมันเวเนซุเอลาฟื้นตัวและอุปทานเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดิบอาจลดลง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มโรงกลั่น เช่น Valero Energy (VLO) และ Marathon Petroleum (MPC) ที่จะได้ต้นทุนวัตถุดิบที่ถูกลง โดยเฉพาะ Valero ที่เชี่ยวชาญในการแปรรูปน้ำมันดิบหนักโดยเฉพาะ
ปฏิกิริยาระหว่างประเทศและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
จีน รัสเซีย และอิหร่านประณามการรุกรานครั้งนี้อย่างรุนแรง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนออกมาแสดงความตกตะลึงและประณามอย่างแข็งกล้าวว่าเป็นการใช้กำลังอย่างโจ่งแจ้งต่อรัฐอธิปไตย ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและคุกคามสันติภาพในละตินอเมริกา จีนซึ่งเป็นลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของเวเนซุเอลากำลังเผชิญความเสียหายนับพันล้านดอลลาร์ ขณะที่รัสเซียเรียกร้องให้มีการชี้แจงทันทีและระบุว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของรัฐเอกราชอย่างไม่อาจยอมรับได้
ขณะที่แคนาดา แม้ให้การสนับสนุนและต้อนรับโอกาสเพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตยของชาวเวเนซุเอลา โดยรัฐบาลใหม่ของแคนาดาได้ประกาศเมื่อเดือนมีนาคม 2025 ว่าไม่รับรองระบอบของมาดูโรและเคยกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมแล้ว แต่แคนาดาก็เน้นย้ำการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิของชาวเวเนซุเอลาในการกำหนดอนาคตของตนเอง
ด้านสเปน เยอรมนี และอิตาลีแสดงความกังวลและเรียกร้องให้ลดความตึงเครียด โดยสเปนเสนอตัวเป็นผู้เจรจาเพื่อช่วยหาทางออกอย่างสันติ ส่วนคิวบาประณามว่าเป็นอาชญากรรม และเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศแสดงท่าทีอย่างเร่งด่วน