Mutual Fund : Short/Medium Term Top Picks

(เคาะซื้อ) แนะนำ K-INDX และ INDA ETF | อินเดียกลับมาน่าสนใจ — Fund Flow เริ่มไหลกลับ กำไรเร่งตัว น้ำมันหนุน

5 Aug 26 10:00 AM
Top_Pick_India
สรุปสาระสำคัญ

(เคาะซื้อ) แนะนำ K-INDX และ INDA ETF | อินเดียกลับมาน่าสนใจ — Fund Flow เริ่มไหลกลับ กำไรเร่งตัว น้ำมันหนุน 


By INVX Investment Strategy & Research
5 ส.ค. 2026

 

สรุปสาระสำคัญ


หลังถูกเทขายหนักในครึ่งปีแรก เริ่มเห็นปัจจัยบวกทยอยกลับเข้าหนุนอินเดียชัดขึ้น: valuation คลายลงมาอยู่ระดับไม่แพงเทียบค่าเฉลี่ยของตัวเอง ขณะที่วงจร EPS downgrade เริ่มนิ่งและกำไรปี CY27 มีแนวโน้มเร่งตัว; เงินทุนต่างชาติ (FII) พลิกเป็นผู้ซื้อสุทธิรายเดือนครั้งแรกตั้งแต่ ก.พ. โดยอินเดียถูกซื้อมากสุดใน EM เดือน ก.ค. ส่วนหนึ่งจากการที่เงินมองหา "หลุมหลบภัย" ในยุค AI ที่ NE Asia แพงและผันผวน; และราคาน้ำมันที่ลงแรงช่วยลดแรงกดดันดุลบัญชีเดินสะพัด เงินเฟ้อ ต้นทุนธุรกิจ และหนุนให้ค่าเงินรูปีมีเสถียรภาพขึ้น และจังหวะที่กองทุนโลกยัง under-own อินเดียอย่างมากจึงเปิดโอกาสสะสมที่ risk/reward น่าสนใจ จึงแนะนำซื้อกองทุน K-INDX มองราคาเป้าหมายผ่าน INDA ETF ที่ $57.40 stop loss ที่ $45.20

💵 คำแนะนำ: ทยอยเข้า K-INDX และ INDA ETF ที่ราคาปัจจุบัน ($50.50) เป้าหมาย $57.40 จุดตัดขาดทุน $45.20 กรอบเวลาลงทุน 6 เดือน

🔸3 เหตุผลเคาะซื้อ

1. Valuation ลงมาเยอะ แต่กำไรกำลังเร่งตัว
MSCI India เทรดที่ forward P/E ปี 2027 ที่ราว 20.5x คิดเป็นราว −0.7 S.D. เทียบค่าเฉลี่ย 5 ปี (คลายลงชัดจากโซน overvalued ก่อนหน้า) สวนทางกับกำไรที่กำลังเร่ง โดย consensus คาด EPS growth เร่งจาก ~13% (CY26) เป็น ~16% (CY27) ประกอบกับผลประกอบการ 2Q ที่แข็งแรงกว่าคาด (บริษัท beat 49% เทียบ miss 33%, กำไร ex-commodity โต +13% YoY, largecap นำ) และวงจรปรับลดประมาณการเริ่มนิ่ง โดย EPS revision แทบทรงตัว QTD และ earnings sentiment พลิกเป็นบวกเล็กน้อย (upgrades มากกว่า downgrades) สะท้อนว่าตลาด punish อินเดียไปมากแล้วและเริ่มเห็นการกลับตัวของประมาณการกำไร

2. Flow เริ่มไหลกลับ
FII กลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิรายเดือนครั้งแรกตั้งแต่ ก.พ. โดยอินเดียเป็นตลาดที่เงินนอกซื้อมากสุดใน EM เดือน ก.ค. (+$2bn) และ flow สะสมเริ่ม inflect (+$3bn ตั้งแต่กลาง มิ.ย. หลังไหลออกสะสม −$29bn ก่อนหน้า) ส่วนหนึ่งเป็นการหมุนเงินออกจากตลาดที่ผันผวนสูงอย่างเกาหลีหรือไต้หวัน มาหากลุ่มที่เป็นเหมือนหลุมหลบภัยกลุ่ม AI ที่สำคัญ positioning ของกองทุนโลกยัง underweight อินเดียใกล้ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ทศวรรษ (−190bp) เท่ากับยังมี "กระสุน" เหลือให้ไหลกลับอีกมาก

3. ปัจจัยพื้นฐานเริ่มสนับสนุน
ราคาน้ำมัน Brent ลง −10% WoW มาที่ ~$79 (ณ 5 ส.ค. 2026) เป็นบวกโดยตรงกับอินเดียซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิรายใหญ่ ช่วยลดแรงกดดันดุลบัญชีเดินสะพัด เงินเฟ้อ และต้นทุนธุรกิจ ด้านค่าเงิน รูปีฟื้นจากจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ (~96.8 เมื่อ พ.ค.) กลับมาที่ ~95.3 ต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ หนุนจาก 1) การเข้าแทรกแซงขายดอลลาร์ของ RBI ต่อเนื่อง 2) ราคาน้ำมันที่ลง และ 3) แพ็กเกจปฏิรูปบัญชีทุนเพื่อดึงเงินทุนต่างชาติกลับเข้าประเทศ ซึ่งเสถียรภาพค่าเงินที่ดีขึ้นช่วยลดความเสี่ยงด้าน FX ให้นักลงทุนต่างชาติที่จะกลับเข้าอินเดีย

🔸 Technical

InnovestX ประเมินว่า INDA ย่อจาก High เดิม (พ.ย. 25) ลงไปทำ Low ในเดือน เม.ย. แล้วสร้าง Higher Low ในเดือน มิ.ย. ก่อนดีดกลับยืนเหนือ EMA พร้อม RSI ฟื้นเหนือ 50 เป็นภาพพักฐานที่เริ่มกลับตัวและเปิดจังหวะเข้าสะสม จุดที่ทำให้สมมติฐานไม่ valid คือราคาหลุด $45.20 ซึ่งเป็นจุด stop loss  

 

🔸 ความเสี่ยงที่ต้องจับตา:

1. พรีเมียมเทียบภูมิภาคยังสูง

แม้ไม่แพงเทียบอดีตตัวเอง แต่พรีเมียมของอินเดียเทียบ MXAPJ อยู่ที่ ~94% ใกล้จุดสูงสุด และสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว (35%) และ 5 ปี (61%) มาก จึงเปราะบางหากตลาดโลก risk-off หรือ bid หลุมหลบภัยจางลง
 

2. มรสุมมาช้า/น้อย

อ้างอิงข้อมูลจาก GS ระดับน้ำฝนสะสม ณ ก.ค. 2026 ต่ำกว่าปกติ −14% และน้ำในเขื่อน −8%, พื้นที่เพาะปลูกและยอดขายรถแทรกเตอร์ชะลอ หากมาน้อยต่อเนื่อง เสี่ยงต่อกำลังซื้อภาคชนบท

 

3. เสถียรภาพรูปียังพึ่งการแทรกแซงของ RBI และยังมีแรงกดดันเชิงโครงสร้าง

หากความผันผวนยังสูง อาจทำให้ RBI ต้องขึ้นดอกเบี้ยช่วงปลายปีเพื่อพยุงค่าเงิน หรือถ้าน้ำมันกลับมาพุ่งหรือดอลลาร์แข็งค่า ค่าเงินรูปีอาจได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่อินเดียยังสมควรได้พรีเมียมคือ การเติบโตสูงต่อเนื่อง (GDP CY26/27 ~6.9%/7.4%), ฐานเงินลงทุนในประเทศที่แข็งและ sticky (DII ซื้อสุทธิ +$54bn YTD, SIP ~$3.4bn/เดือน), ROE สูง และการที่ต่างชาติยัง under-own มาก เท่ากับมีโอกาสได้แรงหนุนจาก positioning
 

 

กองทุนแนะนำ: K-INDX กองทุนดัชนีหุ้นอินเดีย MSCI India

จาก Universe กองทุนรวมที่ลงทุนแบบ Passive และมีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน มีทั้งหมด 2 กองทุน

 

  1. พิจารณากองทุนหลักที่มีสัดส่วนการลงทุนแบบ Passive Management โดยมีทั้ง 2 กองทุนหลัก และมีรายละเอียดกองทุนดังนี้

กองทุน

K-INDX

SCBINDIAA

Share Class

Accumulated

Accumulated

นโยบายป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน

ตามดุลยพินิจ (ปัจจุบัน 95.06%)

ตามดุลยพินิจ (ปัจจุบัน 88.42%)

ค่าธรรมเนียมซื้อ

-

0.50%

ค่าธรรมเนียมขาย

0.15%

-

ค่าธรรมเนียมซื้อหลักทรัพย์ขาเข้า

0.10%

0.05%

ค่าธรรมเนียมซื้อหลักทรัพย์ขาออก

-

0.05%

ค่าใช้จ่ายรวมต่อปี

0.79%

1.11%

กองทุนหลัก

iShares MSCI India UCITS ETF

iShares India 50 ETF

สกุลเงินกองทุนหลัก

USD

USD

ค่าใช้จ่ายกองทุนหลัก

0.65%

0.65%

ดัชนีอ้างอิง

MSCI India Net TR (USD)

Nifty 50 Index

จำนวนหุ้น

165 ตัว

50 ตัว

               Source: iShares, KASSET and SCBAM as of 30 Jun 2026

 

  1. คัดเลือกกองทุนที่นโยบายการลงทุนใกล้เคียงกับ INDA ETF ที่ลงทุนอ้างอิงดัชนี MSCI India ตามกลยุทธ์การลงทุน

 

สรุปจุดเด่นของกองทุน K-INDX

  1. กองทุน K-INDX เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นอินเดียแบบ Passive Management
  2. กองทุนหลัก iShares MSCI India UCITS ETF (NDIA ETF) ลงทุนอ้างอิงดัชนี MSCI India ซึ่งสะท้อนผลการดำเนินงานของหุ้นขนาดใหญ่และหุ้นขนาดกลางในอินเดีย
  3. กองทุนหลักบริหารโดย BlackRock บลจ. อันดับ 1 ด้านการบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  4. กองทุนหลักกระจายลงทุนในหุ้นกว่า 160 ตัว ครอบคลุมราว 85% ของตลาดหุ้นอินเดีย
  5. กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีน้ำหนักมากสุด 5 กลุ่ม ได้แก่ Financials, Consumer Discretionary, Industrials, Materials, Energy
  6. ตัวอย่างหุ้นที่ลงทุนได้แก่ HDFC Bank, Reliance Industries, ICICI Bank, Bharti Airtel, Infosys
  7. ผลตอบแทนกองทุนหลักย้อนหลัง 5 ปี เฉลี่ยปีละ 4.65% ต่อปี (as of Jun 2026)

 

กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นอินเดีย (K-INDX) เป็นกองทุนในกลุ่ม India Equity ที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก iShares MSCI India UCITS ETF (NDIA ETF) ซึ่งมีนโยบายลงทุนแบบเชิงรับ (Passive) โดยอ้างอิงดัชนี MSCI India Index ซึ่งเป็นดัชนีที่ครอบคลุมหุ้นอินเดียขนาดกลาง-ใหญ่ โดยประกอบไปด้วยหุ้นมากกว่า 160 บริษัท ครอบคลุมราว 85% ของ universe หุ้นอินเดีย ทั้งนี้ ดัชนีถูกจัดทำโดย MSCI ซึ่งเป็นบริษัทที่จัดทำดัชนีชั้นนำของโลก

 

(Disclaimer: กองทุน K-INDX มีการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลักจาก iShares India 50 ETF มาสู่ iShares MSCI India UCITS ETF ณ วันที่ 30 Jun 2025)

 

ทั้งนี้ ดัชนี MSCI India จะกำหนดน้ำหนักหุ้นตามมูลค่าตลาด (Market Capitalization) ที่ปรับแล้ว (float-adjusted) เพื่อสร้างดัชนีหุ้นอินเดียที่มีการกระจายตัวที่ดี และไม่กระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว โดยกองทุนหลัก iShares MSCI India UCITS ETF  (NDIA:LN) เป็นกองทุน ETF ที่ติดตามผลการดำเนินงานของดัชนี MSCI India บริหารโดย BlackRock ผ่านแบรนด์ iShares ซึ่งเป็นผู้จัดการ ETF รายใหญ่ที่สุดในโลก โดย NDIA ETF ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 2018

 

5 กลุ่มอุตสาหกรรมแรกที่พอร์ตการลงทุนถืออยู่ (Update as of Jun 2026)

  • Financials 30.8%
  • Consumer Discretionary 12.0%
  • Industrials 11.4%
  • Materials 8.6%
  • Energy 8.3%

 

ตัวอย่างหุ้น 5 ตัวแรกที่พอร์ตการลงทุนถืออยู่ (Update as of Jun 2026)

  • HDFC Bank LTD ธนาคารเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ให้บริการทางการเงินครบวงจรตั้งแต่ลูกค้ารายย่อยไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ ครอบคลุมทั้งสินเชื่อ บัตรเครดิต และบริการด้านวาณิชธนกิจ
  • Reliance Industries LTD กลุ่มบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ดำเนินธุรกิจหลากหลายตั้งแต่พลังงานและปิโตรเคมี ไปจนถึงธุรกิจค้าปลีกและบริการโทรคมนาคม
  • ICICI Bank LTD สถาบันการเงินชั้นนำของอินเดียที่ให้บริการธนาคารพาณิชย์และการลงทุนแก่ลูกค้าบุคคลและองค์กร โดยมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งสินเชื่อ ประกันภัย และกองทุนรวม
  • Bharti Airtel LTD ผู้ให้บริการโทรคมนาคมระดับโลกที่มีฐานลูกค้าขนาดใหญ่ในอินเดียและแอฟริกา ให้บริการทั้งเครือข่ายมือถือ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และโซลูชันดิจิทัลสำหรับธุรกิจ
  • Infosys LTD บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระดับโลก ให้บริการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์และโซลูชันดิจิทัล เพื่อช่วยองค์กรต่างๆ ในการปรับตัวและขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรม

 

ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนหลัก

กองทุน iShares MSCI India UCITS ETF มีผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง (as of 30 Jun 2026) ดังนี้

  • ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปี -12.6% ต่อปี เทียบดัชนีชี้วัดที่ -12.8% ต่อปี
  • ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี 5.4% ต่อปี เทียบดัชนีชี้วัดที่ 5.7% ต่อปี
  • ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี 4.7% ต่อปี เทียบดัชนีชี้วัดที่ 5.1% ต่อปี

 

คำเตือน: กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5