Mutual Fund : Short/Medium Term Top Picks

(เคาะซื้อ) แนะนำเข้าลงทุนหุ้นกลุ่ม Global Defense ผ่านกองทุน DAOL-DEFENSE และ SHLD ETF หลังราคาปรับฐานลงมามาก ขณะที่งบไตรมาสที่ 2/2026 ของกลุ่มส่งสัญญาณเชิงบวก

30 Jul 26 8:20 AM
Top_Pick_Cover_Buy_DAOL-DEFENSE
สรุปสาระสำคัญ

(เคาะซื้อ) แนะนำเข้าลงทุนหุ้นกลุ่ม Global Defense ผ่านกองทุน DAOL-DEFENSE และ SHLD ETF ลังราคาปรับฐานลงมามาก ขณะที่งบไตรมาสที่ 2/2026 ของกลุ่มส่งสัญญาณเชิงบวก


By INVX Investment Strategy & Research
30 .. 2026

 

💰 Executive Summary: InnovestX แนะนำกลับเข้าลงทุนหุ้นกลุ่ม Global Defense ผ่านกองทุน DAOL-DEFENSE หรือ SHLD ETF โดยกองทุน DAOL-DEFENSE ลงทุนผ่าน VanEck Defense ETF: DFNS หลังราคาปรับฐานลงมาราว -22% จากจุดสูงสุด ขณะที่เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากการประกาศงบ 2Q26 ที่กลุ่มผู้นำออกมาดีเกินคาด พร้อมกับการปรับเพิ่มเป้าในปีนี้ ขณะที่ปัจจัยเชิงโครงสร้างยังคงสนับสนุนจากวงจรงบกลาโหมโลก (NATO 5% + ReArm Europe) ส่งผลให้การเติบโตของ EPS Growth มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในปี 2027 ซึ่งจะสนับสนุนหุ้นในระยะถัดไป โดยมีระดับราคาเป้าหมายผ่าน DFNS อยู่ที่ 58.2 และมีจุด Stoploss บริเวณ 46.5 ทั้งนี้ การตัดสินใจเข้า/ออกสถานะจะพิจารณาปัจจัยพื้นฐานและ Sentiment ของตลาดในขณะนั้นร่วมด้วย

🎯 กองทุนแนะนำและกลยุทธ์ลงทุน:

 

DAOL-DEFENSE กองทุนหุ้นกลุ่มกลาโหมโลก (Global Pure-Play Defense) ที่ลงทุนผ่าน VanEck Defense UCITS ETF (DFNS) โดยมีระดับราคาเป้าหมายผ่าน DFNS อยู่ที่ 58.2 และมีจุด Stoploss บริเวณ 46.5 ทั้งนี้ การตัดสินใจเข้า/ออกสถานะจะพิจารณาปัจจัยพื้นฐานและ Sentiment ของตลาดในขณะนั้นร่วมด้วย

 

Event :

 

ฤดูประกาศงบ 2Q26 เปิดฉากด้วยตัวเลข "ดีเกินคาด" เป็นส่วนใหญ่— กลุ่ม Prime สหรัฐฯ ที่เป็นแกนของ ETF รายงานผลเหนือความคาดหมายพร้อมกัน เช่น RTX, LMT  ที่มี EPS ดีกว่าตลาดคาด พร้อม Backlog ที่เพิ่มขึ้น และการปรับเพิ่ม Guidance เป็นปัจจัยช่วยหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น

 

นอกจากนี้ Book-to-bill ไตรมาสล่าสุดยังคงอยู่ในระดับสูง ยืนยันว่าดีมานด์ ยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่มีโอกาสได้รับปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากการประกาศงบของ EU Primes (Rheinmetall/Thales/Leonardo) ต้น–กลาง ส.ค. ซึ่งมีแนวโน้มช่วยสนับสนุนการปรับตัวเพิ่มขึ้นของหุ้นกลุ่ม Global defense ต่อ

 

Fundamental :

 

งบกลาโหมในประเทศขนาดใหญ่ยังคงเพิ่มขึ้น นำโดย NATO ที่ต้องยกเป้า 5% ของ GDP เพื่อลงทุนในกลาโหมภายในปี 2035 ขณะที่งบ ReArm Europe + SAFE ของยุโรปเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมกลาโหมของยุโรปมากขึ้นในระยะสั้นนี้ ด้านงบกลาโหมของสหรัฐฯ ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามการประกาศของทรัมป์ ส่งผลให้แนวโน้มความต้องการในสินค้าของบริษัทกลุ่ม Defense มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะยาว

 

ระดับราคาของกองทุน DFNS ETF ปรับตัวลดลงมาราว -19% นับจากจุดสูงสุด ส่งผลให้ Valuation ปรับลงมาโซนที่น่าสนใจ โดยอ้างอิงจาก Bloomberg Consensus ระดับ Forward PE 12 Months ปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดกว่า 32 เท่า มาอยู่ที่ระดับราว 25.44 เท่า โดย InnovestX คาดว่าการปรับตัวลดลงดังกล่าวได้ตอบสนองต่อความกังวลต่ออัตรากำไรของบริษัทที่อาจลดลงและความเร็วในการเปลี่ยน Backlog ให้เป็นรายได้ไปแล้วพอสมควร ในขณะที่การประกาศผลการดำเนินงานของบริษัทในกลุ่มสำหรับไตรมาสที่ 2/2026 ที่ผ่านมาดีกว่าคาด ช่วยลดความกังวลดังกล่าวไปพอสมควร โดย Bloomberg consensus มองว่า EPS Growth ในปี 2026E ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้จำกัด แต่มีแนวโน้มจะเติมโตแบบเร่งตัวขึ้นอยู่ระดับราว 17% ในปี 2027E เป็นปัจจัยหนุนในระยะถัดไป

 

Technical :

 

ราคากองทุน DFNS ETF ปรับตัวลดลงมาทดสอบแนวรับบริเวณ 48 และเริ่มแสดงสัญญาณการกลับตัว โดยหากราคายังคงสามารถยืนอยู่เหนือบริเวณดังกล่าวได้ มีแนวโน้มสูงที่ราคาจะกลับตัวเป็นขาขึ้น อย่างไรก็ตามด้วยตลาดการเงินที่มีความผันผวนมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ส่งผลให้ InnovestX กำหนดจุด Stoploss ที่ต่ำลงมาบริเวณ 46.5 โดยมีราคาเป้าหมายอยู่ที่ 58.2 

 

กองทุนแนะนำ: DAOL-DEFENSE กองทุนที่ลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม Defense ทั่วโลก

หรือ ETF: Global X Defense Tech ETF (SHLD) ที่ลงทุนใน Defense Tech ทั่วโลก

 

แนวทางการคัดเลือกกองทุน DAOL-DEFENSE

1) กรองกองทุนจาก Universe กองทุนหุ้นที่ลงทุนในธีม Defense ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 5 กองทุน ได้แก่ DAOL-DEFENSE, ASP-DEFENSE, TDEFENSE, TLDEFENSE, LHDEFENSE

กลุ่มกองทุนหุ้น

กลุ่มป้องกันประเทศ (Defense)

กองทุนหลัก/กองทุนที่ลงทุน

ลักษณะและ
ประเทศที่โฟกัส

DAOL-DEFENSE

VanEck Defense UCITS ETF

Global

ASP-DEFENSE

Amundi STOXX Europe Defense UCITS ETF,

VanEck Defense UCITS ETF

Europe

Global

TDEFENSE

iShares U.S. Aerospace & Defense ETF

US

TLDEFENSE

Global X Defense Tech ETF

Global (Tech)

LHGDEFENSE

Global X Defense Tech ETF,

Europe Aerospace & Defense ETF,

Korea Defense ETF

Global (Tech)

Europe

South Korea

 

2) คัดเลือกกองทุนที่มีลักษณะการลงทุนใน Global Defense และไม่เน้นประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นหลักตามกลยุทธ์การลงทุน โดยจะได้กองทุน DAOL-DEFENSE

 

รายละเอียดกองทุนเบื้องต้นมีดังนี้

กองทุน

DAOL-DEFENSE

Share Class

Accumulated

นโยบายป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน

ตามดุลยพินิจ (โดยปกติประมาณ 80-90%)

ค่าธรรมเนียมซื้อ

1.605%

ค่าธรรมเนียมขาย

-

ค่าใช้จ่ายรวมต่อปี

1.96%

กองทุนหลัก

VanEck Defense UCITS ETF

สกุลเงินกองทุนหลัก

USD

ค่าใช้จ่ายกองทุนหลัก

0.55%

ดัชนีอ้างอิง

MarketVector Global Defense Industry Index

จำนวนหุ้น

45 ตัว

Source: DAOLIM as of 31 May 2026; VanEck as of 30 Jun 2026.

 

สรุปจุดเด่นของกองทุน DAOL-DEFENSE

  1. กองทุน DAOL-DEFENSE เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Defense แบบ Passive Management
  2. กองทุนหลัก VanEck Defense UCITS ETF ลงทุนอ้างอิงดัชนี MarketVector Global Defense Industry Index ซึ่งสะท้อนผลการดำเนินงานของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ
  3. กองทุนหลักกระจายลงทุนในหุ้นอย่างน้อย 25 ตัว โดยปัจจุบันถือหุ้น 45 ตัว
  4. ประเทศที่มีน้ำหนักมากสุด 5 ประเทศ ได้แก่ US, South Korea, France, Israel, Italy
  5. ตัวอย่างหุ้นที่ลงทุนได้แก่ RTX Corp, Palantir Technology Inc, Thales SA, Curtiss-Wright Corp, Leonardo SPA
  6. กองทุนหลักสร้างผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปีเฉลี่ย31% ต่อปี (30 Jun 2026)

 

กองทุนเปิด ดาโอ ดีเฟนส์ (DAOL-DEFENSE) เป็นกองทุนหุ้นโลกในธีมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (Defense) ที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก VanEck Defense UCITS ETF (DFNS) ซึ่งมีนโยบายลงทุนแบบเชิงรับ (Passive) โดยอ้างอิงดัชนี MarketVector Global Defense Industry Index ซึ่งเป็นดัชนีที่ครอบคลุมหุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ รวมถึงการบริการและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศจากหลากหลายตลาดทั่วโลก โดยจะลงทุนอย่างน้อย 25 บริษัทและคัดกรองอาวุธที่มีความขัดแย้งออก

 

ดัชนีอ้างอิงจะมีเกณฑ์การพิจารณาหุ้นที่อยู่ในดัชนีที่มีรายได้จากอุตสาหกรรมทหารหรือการป้องกัน (รวมถึงหน่วยงานของรัฐบาลหรือหน่วยงานระดับชาติ/รัฐบาลกลางที่เกี่ยวข้อง) อย่างน้อย 50% (หรือ 25% สำหรับหุ้นที่มีอยู่ในปัจจุบัน) โดยแต่ละบริษัทจะมีมูลค่าหุ้นเกินมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในช่วงสามเดือนมากกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีปริมาณการซื้อขายขั้นต่ำ 250,000 หุ้นต่อเดือนในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

 

ลักษณะกลุ่มบริษัทป้องกันประเทศ

  • ผลิตภัณฑ์และบริการทางอากาศและการป้องกัน
  • ระบบและการบริการด้านการสื่อสาร รวมถึงดาวเทียม
  • ยานพาหนะที่ไร้คนขับ
  • ซอฟต์แวร์ด้านการตอบสนองเหตุการณ์ และความปลอดภัย
  • ฮาร์ดแวร์และบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
  • ซอฟต์แวร์และผลิตภัณฑ์ด้านการฝึกอบรมและการจำลองสถานการณ์
  • การสืบสวนดิจิทัล, อุปกรณ์ตรวจจับ และการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์/การระบุตัวตนทางชีวภาพ

 

Top 5 Country Allocation (Data as of Jun 2026)

  • US 50.3%
  • South Korea 9.7%
  • France 9.1%
  • Israel 7.0%
  • Italy 6.1%

 

ตัวอย่างหุ้น 5 ตัวแรกที่พอร์ตการลงทุนถืออยู่ (Data as of 30 Jun 2026)

  • RTX Corp บริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและอากาศยานรายใหญ่ของสหรัฐฯ เกิดจากการรวมตัวของ Raytheon และ United Technologies โดยบริษัทมีธุรกิจหลักด้านระบบขีปนาวุธ เรดาร์ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และเครื่องยนต์อากาศยาน
  • Palantir Technology Inc บริษัทซอฟต์แวร์ AI และวิเคราะห์ข้อมูลชั้นนำของสหรัฐฯ พัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับกลาโหม ข่าวกรอง และความมั่นคง โดยมีลูกค้าหลักคือกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และหน่วยงานพันธมิตร NATO
  • Thales SA บริษัท Defense และ Aerospace ชั้นนำของฝรั่งเศส เชี่ยวชาญระบบเรดาร์ อิเล็กทรอนิกส์ทางทหาร และ Cybersecurity โดยบริษัทเป็นผู้ผลิตระบบป้องกันภัยทางอากาศและโซลูชันด้านความมั่นคงให้กับ NATO และรัฐบาลทั่วโลก
  • Curtiss-Wright Corp บริษัท Defense และ Aerospace ของสหรัฐฯ ผลิตระบบควบคุมการบิน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนสำคัญสำหรับอากาศยาน เรือรบ และเรือดำน้ำ โดยเป็นซัพพลายเออร์ให้กองทัพสหรัฐฯ และผู้ผลิตอาวุธชั้นนำหลายราย
  • Leonardo SpA บริษัท Defense และ Aerospace รายใหญ่ของอิตาลี ผลิตเฮลิคอปเตอร์ทางทหาร ระบบ avionics และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ป้องกันประเทศ มีบทบาทสำคัญในโครงการ NATO และร่วมพัฒนาเครื่องบินขับไล่และระบบป้องกันขั้นสูง

 

ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนหลัก

กองทุน VanEck Defense UCITS ETF (DFNS) มีผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง (Data as of 30 Jun 2026) ดังนี้

  • ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 3 เดือน -12.42%
  • ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปีเฉลี่ย 1.80% ต่อปี
  • ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีเฉลี่ย 36.31% ต่อปี

 

คำเตือน: กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5