Mutual Fund : Short/Medium Term Top Picks

(เคาะซื้อ: Event Play) แนะนำเข้าลงทุนกองทุนหุ้น Global Defense หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และรัสเซีย-ยูเครน ไม่มีความคืบหน้าสร้างความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์

19 Feb 26 10:20 AM
1280x720 px
สรุปสาระสำคัญ

แนะนำเข้าลงทุนหุ้นกลุ่ม Global Defense < 6 เดือน (Event Play)
มองเป้าหมายผ่านกองทุน VanEck Defense UCITS ETF (DFNS) อยู่ที่ 78.0 จุด และมีจุด Stop loss ที่ 61.0

ทั้งนี้ การเข้าหรือออกจาก position จะพิจารณาปัจจัยพื้นฐานและ sentiment ของตลาดในขณะนั้นร่วมด้วย

  • Event: สหรัฐฯ เผยอิหร่านยังไม่ยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ แม้ก่อนหน้านี้ รมว. ต่างประเทศอิหร่านได้ออกมาส่งสัญญาณเชิงบวก ขณะที่ทรัมป์ส่งสัญญาณใช้กำลังทหารหากการเจรจาไม่เป็นผล ด้านการประชุมระหว่างรัสเซียและยูเครนจบลงด้วยการไม่มีความคืบหน้าใดๆ ส่งผลให้ความขัดแย้งด้านภูมิศาสตร์ยังคงไม่ผ่อนคลายลง หนุนบรรยากาศการลงทุนหุ้นกลุ่ม Defense

  • Fundamental: งบประมาณด้านการทหารในหลายภูมิภาคเพิ่มขึ้น นำโดยสหรัฐฯ ที่ ปธน. ทรัมป์ประกาศจะขึ้นงบกลาโหมในปี 2027 สู่ระดับ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นราว 50% จากปี 2025 ในขณะที่ยุโรปจะค่อยๆ เพิ่มงบกลาโหมสู่ระดับ 5% ของ GDP ภายในปี 2035 โดยคาดการณ์ว่างบกลาโหมของยุโรปจะเพิ่มขึ้นราว 5-6% ต่อปีระหว่างปี 2026-2027 ช่วยหนุน EPS Growth โดย Bloomberg consensus คาดการณ์ว่า จะมี EPS Growth กว่า 40% ในปี 2026 และ 20% ในปี 2027 ตามลำดับ

  • Technical: กองทุน VanEck Defense UCITS ETF เริ่มกลับมาสร้างฐานบริเวณแนวรับบริเวณ 66 จุด หลังพักตัวจากจุดสูงสุดมาราว -12% และราคาเริ่มฟอร์มกลับเป็นขาขึ้น พร้อม MACD และ RSI ที่เริ่มแสดงสัญญาณเดียวกัน

     

  • แนะนำกองทุน: DAOL-DEFENSE ที่ลงทุนในหุ้นอุตสาหกรรม Defense ทั่วโลก หรือ กองทุน ETF เทียบเคียง Global X Defense Tech ETF (SHLD) ที่ลงทุนใน Defense Tech ทั่วโลก

 

 

[Event play คือ กลยุทธ์ลงทุนตามปัจจัยสนับสนุนระยะสั้น ด้วยสัญญาณ Technical และ Market Sentiment มี Catalyst สนับสนุน หรือ Event-play]

 

Event

  • Munich Security Conference ในวันที่ 14 ก.พ. 2026 ที่ผ่านมา Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และผู้นำยุโรป เห็นพ้องต้องกันว่า ระเบียบโลกได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว พร้อมย้ำเพิ่มงบกลาโหมของยุโรปเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ยุโรป แทนการพึ่งพาสหรัฐฯ ด้านความมั่นคง มีโอกาสหนุนนำหุ้นกลุ่ม Defense ผ่านการเพิ่มงบประมาณของภูมิภาคยุโรปในอนาคต

  • ในคืนวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา สหรัฐฯ เผยอิหร่านยังไม่ยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ แม้ก่อนหน้านี้ รมว. ต่างประเทศอิหร่านได้ออกมาส่งสัญญาณเชิงบวก ขณะที่ทรัมป์ส่งสัญญาณใช้กำลังทหารหากการเจรจาไม่เป็นผล ด้านการประชุมระหว่างรัสเซียและยูเครนจบลงด้วยการไม่มีความคืบหน้าใดๆ ส่งผลให้ความขัดแย้งด้านภูมิศาสตร์ยังคงไม่ผ่อนคลายลง หนุนบรรยากาศการลงทุนหุ้นกลุ่ม Defense

Fundamental

  • งบประมาณด้านการทหารในหลายภูมิภาคเพิ่มขึ้น นำโดยสหรัฐฯ ที่ ปธน. ทรัมป์ประกาศจะขึ้นงบกลาโหมในปี 2027 สู่ระดับ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นราว 50% จากปี 2025 ในขณะที่ยุโรปจะค่อยๆ เพิ่มงบกลาโหมสู่ระดับ 5% ของ GDP ภายในปี 2035 โดยคาดการณ์ว่างบกลาโหมของยุโรปจะเพิ่มขึ้นราว 5-6% ต่อปีระหว่างปี 2026-2027 ปัจจัยเหล่านี้ช่วยหนุนให้ Backlog ของบริษัทในกลุ่ม Defense มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ช่วยหนุนรายได้และกำไรในระยะยาว

     

    รูปที่ 1 : งบกลาโหมของสหรัฐฯ และยุโรปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

    Screenshot-2026-02-19-110831.png
    Source : InnovestX Investment Products & Strategy, SIPRI, EU News, Bloomberg as of 19 February 2026

     

  • EPS Growth มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง อ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg Consensus คาดการณ์ว่า MSCI Aerospace & Defense Index จะมี EPS Growth กว่า 40% ในปี 2026 และ 20% ในปี 2027 ตามลำดับ

     

    รูปที่ 2 : EPS Growth ของ MSCI เร่งตัวขึ้นในปี 2026
    Screenshot-2026-02-19-111351.png
    Source : InnovestX Investment Products & Strategy, Bloomberg as of 19 February 2026

Technical

  • กองทุน VanEck Defense UCITS ETF (DFNS) เริ่มกลับมาสร้างฐานบริเวณแนวรับบริเวณ 66 จุด หลังพักตัวจากจุดสูงสุดมาราว -12% และราคาเริ่มฟอร์มกลับเป็นขาขึ้น พร้อม MACD และ RSI ที่เริ่มแสดงสัญญาณเดียวกัน

    รูปที่ 3 : DFNS ส่งสัญญาณกลับตัว

    Screenshot-2026-02-19-112244.png
    Source : InnovestX Investment Products & Strategy, TradingView as of 19 February 2026

 

สรุป เราแนะนำเข้าซื้อกองทุนแนะนำ DAOL-DEFENSE ที่ลงทุนในหุ้นอุตสาหกรรม Defense ทั่วโลก หรือ กองทุน ETF เทียบเคียง Global X Defense Tech ETF (SHLD) ที่ลงทุนใน Defense Tech ทั่วโลก ซึ่งมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น และประเทศต่างๆ ที่มีแนวโน้มสะสมกำลังทหารมากขึ้น อย่างไรก็ตามความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เป็นปัจจัยที่ต้องระมัดระวังสำหรับการลงทุนในกองทุนกลุ่มนี้

 

กองทุนแนะนำ: DAOL-DEFENSE ลงทุนในหุ้นอุตสาหกรรม Defense ทั่วโลก หรือ

ETF: Global X Defense Tech ETF (SHLD) ที่ลงทุนใน Defense Tech ทั่วโลก

 

แนวทางการคัดเลือกกองทุน DAOL-DEFENSE  กองทุนหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศทั่วโลก

1) กรองกองทุนจาก Universe กองทุนหุ้นที่ลงทุนในธีม Defense ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 4 กองทุน ได้แก่ DAOL-DEFENSE, ASP-DEFENSE, TLDEFENSE, LHDEFENSE

 

defense-and-space.png

 

Defense01.png

 

2) คัดเลือกกองทุนที่มีลักษณะการลงทุนใน Global Defense และไม่เน้นประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นหลักตามกลยุทธ์การลงทุน โดยจะได้กองทุน DAOL-DEFENSE

 

รายละเอียดกองทุนเบื้องต้นมีดังนี้

Defense02.png

Source: DAOLIM as of 31 Dec 2025; VanEck as of 31 Jan 2026.

 

สรุปจุดเด่นของกองทุน DAOL-DEFENSE

  1. กองทุน DAOL-DEFENSE เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Defense แบบ Passive Management
  2. กองทุนหลัก VanEck Defense UCITS ETF ลงทุนอ้างอิงดัชนี MarketVector Global Defense Industry Index ซึ่งสะท้อนผลการดำเนินงานของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ
  3. กองทุนหลักกระจายลงทุนในหุ้นอย่างน้อย 25 ตัว โดยปัจจุบันถือหุ้น 36 ตัว
  4. ประเทศที่มีน้ำหนักมากสุด 5 ประเทศ ได้แก่ US, South Korea, France, Italy, Sweden
  5. ตัวอย่างหุ้นที่ลงทุนได้แก่ RTX Corp, Thales SA, Hanwha Aerospace Co LTD, Leonardo SpA, SaaB AB
  6. ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีเฉลี่ย 87.9% ต่อปี (31 Jan 2026)

 

กองทุนเปิด ดาโอ ดีเฟนส์ (DAOL-DEFENSE) เป็นกองทุนหุ้นโลกในธีมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (Defense) ที่ลงทุนผ่านกองทุนหลัก VanEck Defense UCITS ETF (DFNS) ซึ่งมีนโยบายลงทุนแบบเชิงรับ (Passive) โดยอ้างอิงดัชนี MarketVector Global Defense Industry Index ซึ่งเป็นดัชนีที่ครอบคลุมหุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ รวมถึงการบริการและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศจากหลากหลายตลาดทั่วโลก โดยจะลงทุนอย่างน้อย 25 บริษัทและคัดกรองอาวุธที่มีความขัดแย้งออก

 

ดัชนีอ้างอิงจะมีเกณฑ์การพิจารณาหุ้นที่อยู่ในดัชนีที่มีรายได้จากอุตสาหกรรมทหารหรือการป้องกัน (รวมถึงหน่วยงานของรัฐบาลหรือหน่วยงานระดับชาติ/รัฐบาลกลางที่เกี่ยวข้อง) อย่างน้อย 50% (หรือ 25% สำหรับหุ้นที่มีอยู่ในปัจจุบัน) โดยแต่ละบริษัทจะมีมูลค่าหุ้นเกินมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในช่วงสามเดือนมากกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีปริมาณการซื้อขายขั้นต่ำ 250,000 หุ้นต่อเดือนในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

 

ลักษณะกลุ่มบริษัทป้องกันประเทศ

  • ผลิตภัณฑ์และบริการทางอากาศและการป้องกัน
  • ระบบและการบริการด้านการสื่อสาร รวมถึงดาวเทียม
  • ยานพาหนะที่ไร้คนขับ
  • ซอฟต์แวร์ด้านการตอบสนองเหตุการณ์ และความปลอดภัย
  • ฮาร์ดแวร์และบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
  • ซอฟต์แวร์และผลิตภัณฑ์ด้านการฝึกอบรมและการจำลองสถานการณ์
  • การสืบสวนดิจิทัล, อุปกรณ์ตรวจจับ และการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์/การระบุตัวตนทางชีวภาพ

 

Top 5 Country Allocation (Data as of Jan 2026)

  • US 48.9%
  • South Korea 12.6%
  • France 9.4%
  • Italy 7.0%
  • Sweden 6.7%

 

ตัวอย่างหุ้น 5 ตัวแรกที่พอร์ตการลงทุนถืออยู่ (Data as of Jan 2026)

  • RTX Corp บริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและอากาศยานรายใหญ่ของสหรัฐฯ เกิดจากการรวมตัวของ Raytheon และ United Technologies โดยบริษัทมีธุรกิจหลักด้านระบบขีปนาวุธ เรดาร์ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และเครื่องยนต์อากาศยาน
  • Thales SA บริษัท Defense และ Aerospace ชั้นนำของฝรั่งเศส เชี่ยวชาญระบบเรดาร์ อิเล็กทรอนิกส์ทางทหาร และ Cybersecurity โดยบริษัทเป็นผู้ผลิตระบบป้องกันภัยทางอากาศและโซลูชันด้านความมั่นคงให้กับ NATO และรัฐบาลทั่วโลก
  • Hanwha Aerospace Co LTD บริษัท Defense และ Aerospace ชั้นนำของเกาหลีใต้ ผลิตเครื่องยนต์อากาศยาน ระบบ artillery และอาวุธภาคพื้นดิน
  • Leonardo SpA บริษัท Defense และ Aerospace รายใหญ่ของอิตาลี ผลิตเฮลิคอปเตอร์ทางทหาร ระบบ avionics และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ป้องกันประเทศ มีบทบาทสำคัญในโครงการ NATO และร่วมพัฒนาเครื่องบินขับไล่และระบบป้องกันขั้นสูง
  • SaaB AB บริษัท Defense ของสวีเดน ผู้พัฒนาเครื่องบินขับไล่ Gripen และระบบเรดาร์ขั้นสูง มีความเชี่ยวชาญด้านระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ อาวุธ และระบบป้องกันภัยทางอากาศ

 

ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนหลัก

กองทุน VanEck Defense UCITS ETF (DFNS) มีผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง (Data as of 31 Jan 2026) ดังนี้

  • ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 1 เดือน 17.1%
  • ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 3 เดือน 12.3%
  • ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปีเฉลี่ย 87.9% ต่อปี

 

คำเตือน: กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5