สรุปภาพรวมการลงทุนสัปดาห์นี้
สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นโลกฟื้นตัวขึ้นได้ต่อ หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติ 6:3 ตัดสินว่าทรัมป์ใช้ IEEPA เกินอำนาจในการเรียกเก็บ reciprocal tariffs ทำให้ภาษีทั้งชุดถูกยกเลิก แต่ทรัมป์ตอบโต้ในวันเดียวกันด้วยการลงนาม Executive Order คืนภาษีกลับมาที่ 10% ภายใต้ Section 122 ของ Trade Act of 1974 และประกาศอย่างไม่เป็นทางการในวันถัดมาว่าจะเก็บเพิ่มขึ้นเป็น 15% ทำให้ Trade-weighted average tariff ของโลกลดลง 2.1 ppts เป็น 13.2% อีกทั้งกลุ่มเทคฯ ยังฟื้นตัวขึ้นช่วงต้นสัปดาห์ ด้าน NVDA แม้ประกาศผลประกอบการออกมาดี และให้แนวโน้มใน 1Q26 ดีกว่าตลาดคาด อย่างไรก็ตามราคาหุ้นยังปรับตัวลดลง ด้านตลาดหุ้นจีนกลับมาเปิดทำการหลังหยุดยาวในเทศกาลตรุษจีน โดยโมเมนตัมภาคท่องเที่ยวและบริการของจีนเร่งขึ้นในช่วงวันหยุดตรุษจีน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศและรายได้ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 5.7%YoY และ 5.5%YoY ตามลำดับ ดีกว่าในช่วงเทศกาลวันชาติในเดือน ต.ค. 2025 (1.6% และ 1.0% ตามลำดับ) อย่างไรก็ดี รายได้ท่องเที่ยวต่อหัวลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน สะท้อนกำลังซื้อภาคครัวเรือนที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ โดยตลาดหุ้น EM ปรับตัวขึ้น 2.3% นำโดยตลาดหุ้นเกาหลี และไทย โดย SET Index ปรับขึ้น 2.7% WoW จากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ยังคงไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง และกนง. มีมติ 4-2 ลดดอกเบี้ยลง 0.25 ppts สู่ระดับ 1.00% ซึ่งเป็นการลดดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ตลาดคาด โดยระบุอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงถือว่าผ่อนคลายเพียงพอและสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจ แต่ยังไม่ปิดโอกาสการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมหากแนวโน้มเศรษฐกิจแย่กว่าคาด ด้านราคาน้ำมันอ่อนตัวลง 1.3% WoW จากสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด ความกังวล OPEC+ อาจกลับมาเพิ่มการผลิตใน เม.ย. และการเจรจายุติความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป รอการเจรจาใหม่ในสัปดาห์หน้า
ตลาดหุ้นโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา (1) ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติ 6:3 ตัดสินว่าทรัมป์ใช้ IEEPA เกินอำนาจในการเรียกเก็บ reciprocal tariffs ทำให้ Trade-weighted average tariff ของโลกลดลง 2.1 ppts จากเดิม 15.3% ลดลงเป็น 13.2% (2) โมเมนตัมภาคท่องเที่ยวของจีนเร่งขึ้นในช่วงวันหยุดตรุษจีน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศและรายได้ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 5.7%YoY และ 5.5%YoY ตามลำดับ
ตลาดหุ้นไทย
ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา (1) ) กนง. มีมติ 4-2 ลดดอกเบี้ยลง 0.25 ppts สู่ระดับ 1.00% ซึ่งเป็นการลดดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ตลาดคาด (2) ธปท. อยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับสถาบันการเงินเพื่อจัดระเบียบค่าธรรมเนียมธนาคารประมาณ 10-15 รายการ ให้มีมาตรฐานและสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง (3) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมสัปดาห์ที่ 8 ของปี 2026 (16-22 ก.พ.) อยู่ที่ 879,587 คน คงที่ WoW แต่เพิ่ม 15% YoY
ตลาดพันธบัตร
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงที่ 4.01% ขณะที่ระยะสั้น 2 ปีปรับตัวลดลงที่ 3.43% ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ย 2-10 ปี อยู่ที่ 58 bps
ผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี ลดลงมาอยู่ที่ 1.72% ขณะที่ระยะสั้น อายุ 2 ปี ลดลงมาที่ 1.03% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิที่ 5,364 ล้านบาท
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
ราคาน้ำมัน Brent ปรับลง 1.3%WoW สู่ 70.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น 16 ล้านบาร์เรล และกังวล OPEC+ อาจกลับมาเพิ่มการผลิตใน เม.ย. นี้ ด้านราคาทองคำ (Spot) ปรับขึ้น 3.6%WoW สู่ 5,181.10 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) อ่อนค่าลงที่ 97.78 จุด ขณะที่ค่าเงินเยนทรงตัวที่ 155.94 เยน ด้านค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงที่ 1.18 ดอลลาร์ต่อยูโร ด้านค่าเงินเอเชีย ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นที่ 31.11 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่เงินหยวนแข็งค่าขึ้นที่ระดับ 6.84 หยวน