สรุปภาพรวมการลงทุนสัปดาห์นี้
สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นโลกปรับลดลง นักลงทุนเริ่มชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูความชัดเจนทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐ จากการประชุมที่ Jackson Hole โดยนักวิเคราะห์ในตลาดบางส่วนมองว่าท่าทีของ Fed อาจมีการผ่อนคลายลงบ้าง แม้ FOMC Minutes วันที่ 29–30 ก.ค. จะยังสะท้อนว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังคงมองว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากภาษีที่เพิ่มขึ้นตามนโยบายทรัมป์กำลังกระตุ้นแรงกดดันด้านราคา ทำให้ภาษีที่เพิ่มขึ้นกำลังทยอยส่งผ่านไปยังราคาผู้บริโภค มีน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยงจากตลาดแรงงาน ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐแม้ชะลอตัว แต่ยังแข็งแกร่ง โดยล่าสุด PMI การผลิตดีกว่าคาดและขยายตัวมากสุดตั้งแต่ปี 2022 หุ้นกลุ่มเทคฯ และกลุ่มสื่อสารปรับตัวลง จากแรงขายทำกำไรและเปลี่ยนกลุ่มเล่นหลังราคาปรับตัวขึ้นแรงและไม่มีประเด็นใหม่สนับสนุน กลุ่มเชิงรับอย่างกลุ่ม Healthcare และกลุ่มสินค้าจำเป็นปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.8% และ 1.3% มองเป็นผลจากความ Laggard ด้านตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นหลังการเจรจายุติสงครามรัสเซีย-ยูเครนมีความคืบหน้า โดยการประชุมผู้นำรัสเซีย–ยูเครนคาดอาจเกิดขึ้นใน 2–3 สัปดาห์ข้างหน้า ตลาด EM อ่อนตัวลงในทิศทางเดียวกับหุ้นสหรัฐ โดยเฉพาะเอเชียเหนือ (ยกเว้นจีน) จากแรงกดดันของกลุ่มเซมิฯ ในตลาดไต้หวัน และเกาหลี ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงต่ำกว่า 1,250 จุด จากการขายทำกำไร หลังขึ้นมาช่วงก่อน และเพื่อรอดูความชัดเจนทิศทางดอกเบี้ยเฟดและการเมืองในสัปดาห์หน้า โดยเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/25 ขยายตัวที่ 2.8%YoY สูงกว่าคาด การบริโภคยังคงขยายตัวแต่ชะลอตัวลง ส่วนการลงทุนพลิกกลับมาเป็นบวกจากฐานที่ต่ำในปีก่อน ทั้งนี้สภาพัฒน์ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2025 เป็น 2.0% จากเดิม 1.8% ราคาน้ำมันปรับขึ้นจากตัวเลขสต๊อกน้ำมันสหรัฐลดลงกว่าคาด
ตลาดหุ้นโลก
ตลาดหุ้นโลกลดลงในสัปดาห์นี้จาก (1) ตลาดคาดหวังการลดดอกเบี้ยของ Fed ในเดือน ก.ย. ลดลงเหลือต่ำกว่า 80% หลัง FOMC Minutes วันที่ 29–30 ก.ค. สะท้อนว่า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ในเฟดมองว่า “ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ” มีน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยงจากตลาดแรงงาน (2) PBOC ส่งสัญญาณยังไม่เร่งใช้นโยบายกระตุ้นแบบกว้าง (broad easing) และประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
ตลาดหุ้นไทย
ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการขายทำกำไร หลังขึ้นมาแรงช่วงก่อน และเพื่อรอดูความชัดเจนหลายด้าน โดยประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) เศรษฐกิจไทย 2Q25 ขยายตัว 2.8%YoY สูงกว่าตลาดคาด และ สภาพัฒน์ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2025 เป็น 2.0% จากเดิม 1.8% (2) สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ 2Q25 ยังหดตัวต่อเนื่องเป็นผลจากสินเชื่อ SMEs และสินเชื่ออุปโภคบริโภค ส่วนสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ยังขยายตัวได้
ตลาดพันธบัตร
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงสู่ 4.32% ขณะที่ระยะสั้น 2 ปีลดลงสู่ 3.78% ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ย 2-10 ปี อยู่ที่ 54 bps
ผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี ลดลงมาอยู่ที่ 1.36% ขณะที่ระยะสั้น อายุ 2 ปี ลดลงที่ 1.14% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิที่ 3,227 ล้านบาท
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
ราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้น 1.2%WoW สู่ 67.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังการเจรจาสันติภาพยูเครนไม่คืบหน้า และมีแรงกดดันต่อการนำเข้าน้ำมันดิบรัสเซีย กังวลอุปทานตึงตัว ด้านราคาทองคำ (Spot) ปรับขึ้น 0.10%WoW สู่ 3,338.40 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) แข็งค่าขึ้นเป็น 98.71 จุด ขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนลงที่ 148.7 เยน ด้านค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเป็น 1.16 ดอลลาร์ต่อยูโร ด้านค่าเงินเอเชีย ค่าเงินบาทอ่อนค่าที่ 32.65 บาท ขณะที่เงินหยวนทรงตัวที่ระดับ 7.18 หยวน