สรุปภาพรวมการลงทุนสัปดาห์นี้
สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นโลกฟื้นตัวได้ โดยหุ้น DM ปรับเพิ่ม 1.9% นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี ในดัชนี Nasdaq ที่ปรับขึ้น ได้ดีจากภาพรวมของผลประกอบการและ ภาษีนำเข้าชิปของสหรัฐ ที่แม้จะสูงถึง 100% แต่มีข้อยกเว้นทำให้ผลกระทบคาดว่าจะน้อยกว่าที่ตลาดเคยกังวล นอกจากนั้นความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของสหรัฐ กลับมาเพิ่มขึ้น หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรต่ำกว่าคาดมาก รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจเช่น ISM ภาคการผลิตและบริการ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้ล่าสุดตลาดให้น้ำหนักลดดอกเบี้ยเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้นเกิน 90% จากสัปดาห์ก่อนที่มองโอกาสการปรับลดต่ำกว่า 50% ปัจจัยดังกล่าว หนุนให้กลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.1% กลุ่ม Consumer Discretionary ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มยานยนต์ กลุ่ม Consumer Staples ได้แรงหนุนจากยอดขายของ Costco เดือน ก.ค. ที่ออกดีกว่าที่คาด ด้าน EU เตรียมผ่อนผันมาตรการภาษีต่อสหรัฐฯ อีก 6 เดือน เพื่อเปิดทางเจรจาการค้า ดัชนี Stoxx600 สัปดาห์นี้ทรงตัว แต่มีการฟื้นตัวช่วงข้ามมาสัปดาห์นี้ ประเด็น ปธน. ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียเป็น 50% จากการซื้อน้ำมันรัสเซีย กดดันตลาดหุ้นอินเดียลดลง 0.7% อย่างไรก็ตามในภาพรวมตลาด EM ยังปรับตัวขึ้นได้ดี โดย CSI 300 และ HSI ปรับขึ้น 1-1.2% โดยตัวเลขส่งออกจีนเดือน ก.ค. แข็งแกร่งกว่าคาด เติบโต 7.2% YoY ด้านตลาดหุ้นไทยปรับขึ้น 1.8% หนุนโดยกระแสเงินทุนจากต่างประเทศที่ไหลเข้าต่อเนื่อง โดย 4 วันทำการแรกสัปดาห์นี้เงินไหลเข้าเกือบ 200 ล้านดอลลาร์ ราคาน้ำมันปรับลดลงแรง สะท้อนภาวะอุปทานส่วนเกินหลัง OPEC+ เพิ่มการผลิตอีกครั้งในเดือน ก.ย. และสัญญาณการเจรจาระหว่างสหรัฐและรัสเซีย
ตลาดหุ้นโลก
ตลาดหุ้นโลกเพิ่มขึ้นในสัปดาห์นี้จาก (1) EU เตรียมผ่อนผันมาตรการภาษีต่อสหรัฐฯ อีก 6 เดือน เพื่อเปิดทางเจรจาการค้า (2) ปธน. ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียอีก 25% รวมเป็น 50% และเผยว่าอาจใช้มาตรการภาษีเพิ่มเติมกับจีน กรณีทั้งสองเกี่ยวข้องกับการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย (3) ดัชนี ISM Services Index เดือน ก.ค. 2025 ลดลงสู่ระดับ 50.1 จุด ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 51.5 จุด
ตลาดหุ้นไทย
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจาก (1) บีโอไอเสนอเพิ่มเครื่องมือ "เครดิตภาษี" เพื่อรับมือกติกาภาษีขั้นต่ำโลก (Global Minimum Tax) (2) เงินเฟ้อเดือน ก.ค. 68 ลดลง -0.7%YoY หดตัวมากกว่าที่เราคาดที่ -0.1% และตลาดคาดที่ -0.4% จาก -0.25% ในเดือน มิ.ย. หนุนการลดดอกเบี้ยของ กนง. (3) กกร. ปรับเพิ่มประมาณการ GDP ไทยปี 2568 ขึ้นเป็น 1.8-2.2% จากเดิมที่ 1.5-2.0%
ตลาดพันธบัตร
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี เพิ่มสูงขึ้นที่ 4.44% ขณะที่ระยะสั้น 2 ปีลดลงที่ 3.73% ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ย 2-10 ปี อยู่ที่ 71 bps
ผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี ลดลงมาอยู่ที่ 1.45% ขณะที่ระยะสั้น อายุ 2 ปี ลดลงที่ 1.23% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิที่ 1,042 ล้านบาท
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
ราคาน้ำมัน Brent ปรับลง 8.4%WoW สู่ 66.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล OPEC+ มีมติเพิ่มการผลิต +547kBD ใน ก.ย. นี้ ทำให้ช่วง 6 เดือนเพิ่มไปแล้ว +2.5MBD หรือ 2.4% ของอุปสงค์โลก ด้านราคาทองคำ (Spot) ปรับขึ้น 1.0%WoW สู่ 3,396.59 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ทรงตัวที่ 98.01 จุด ขณะที่ค่าเงินเยนแข็งขึ้นที่ 147.0 เยน ด้านค่าเงินยูโรทรงตัวที่ 1.16 ดอลลาร์ต่อยูโร ด้านค่าเงินเอเชีย ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นที่ 32.29 บาท ขณะที่เงินหยวนทรงตัวที่ระดับ 7.18 หยวน