Digital Assets Weekly Pulse

Bitcoin ลงมาทำจุดตำ่สุดในรอบ 10 เดือน ราว 72,800 ดอลลาร์

4 Feb 26 3:59 PM
Digital Asset
สรุปสาระสำคัญ

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยมหภาค หลังมีการเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธาน Fed คนใหม่ ซึ่งมีแนวคิดไม่สนับสนุน QE และมีแนวโน้มลดขนาดงบดุลของ Fed มุมมองดังกล่าวกดดันสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้ราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงราว 11% แตะระดับต่ำสุดประมาณ 72,800 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 10 เดือน ขณะที่ Ethereum ปรับตัวลงแรงกว่าที่ราว 19% สู่ระดับประมาณ 2,200 ดอลลาร์

 

ขณะเดียวกัน On-chain metrics (ตัวชี้วัดที่คำนวณจากข้อมูลธุรกรรมบนบล็อกเชน) เริ่มส่งสัญญาณเตือน หลังราคาหลุด True Market Mean ที่ 80,500 ดอลลาร์ ซึ่งในอดีตมักตามด้วยการปรับฐาน สะท้อนความเสี่ยงที่นักลงทุนควรระวังในระยะถัดไป ประกอบกับข้อมูลย้อนหลังของ Bitcoin ที่ชี้ว่าราคาเคลื่อนไหวเป็นวัฏจักร 4 ปีสอดคล้องกับการเกิด Halving โดยจุดสูงสุดมักอยู่ในไตรมาส 4 ของปีถัดจากปี Halving ล่าสุดทำจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม 2025 หลังจากนั้นมักเข้าสู่ช่วงปรับฐาน ซึ่งเป็นจังหวะที่นักลงทุนระยะยาวทยอยสะสม

 

อย่างไรก็ดี Cathie Wood มองว่า Bitcoin, Ethereum และ Solana สามารถทำหน้าที่เป็นตัวกระจายความเสี่ยง โดยเชื่อว่าการอ่อนตัวระยะสั้นเกิดจากปัจจัยมหภาคมากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระยะยาว และอาจเป็นจังหวะสะสมในมุมมองระยะยาว

Key Highlights

 

ตลาดมีความกังวลต่อความไม่แน่นอนของนโยบายการเงิน – BTC ทำจุดต่ำสุดประมาณ 76,000 ดอลลาร์

 

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยมหภาค ภายหลังจากการเสนอชื่อ คุณ Kevin Warsh เป็นประธาน Fed ทั้งนี้ INVX มองว่าการเลือกคุณ Warsh เป็นการสร้างสมดุลระหว่างความเป็นอิสระและการผ่อนคลายนโยบาย โดยเชื่อว่าหลังเข้ารับตำแหน่งจริง ท่านจะยังคงส่งสัญญาณนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายและมีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง ทำให้เราเชื่อว่าราคาที่ปรับตัวลดลงก่อนหน้านี้สะท้อนความกังวลไปแล้วระดับหนึ่ง แต่การฟื้นตัวคาดว่าจะยังคงจำกัดในระยะสั้นเช่นกันเนื่องจากนักลงทุนจะยังคงรอดูท่าทีที่ชัดเจนของประธาน Fed ท่านใหม่

 

ส่งผลให้ราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงราว 11% แตะระดับต่ำสุดประมาณ 72,800 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 10 เดือน ขณะที่ Ethereum ปรับตัวลงแรงกว่าที่ราว 19% สู่ระดับประมาณ 2,200 ดอลลาร์

ในส่วนของดัชนี Fear & Greed ลดลงสู่ระดับประมาณ 14 สะท้อนภาวะความกลัวในตลาดที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับมูลค่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลรวมปรับลดลงราว 11% เหลือประมาณ 2.56 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ ในภาพรวมราคาได้ปรับฐานลงแล้วราว 40% จากจุดสูงสุดเดิม (ATH)

 

Bitcoin ETF Flow ปิดเดือนมกราคม พบกระแสเงินไหลออกอย่างต่อเนื่อง 3 เดือนติดกัน

 

สัญญาณลบจากสถาบันชัดเจน เมื่อ US Spot Bitcoin ETFs มีเงินไหลออกสุทธิ 3 เดือนติด (พ.ย. 2025–ม.ค. 2026) รวมราว 6.18 พันล้านดอลลาร์ ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เปิดกองทุน โดยวันที่ 29 ม.ค. ไหลออกสูงถึง 800 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความระมัดระวังและแรงซื้อที่ชะลอลงของนักลงทุนสถาบัน

 

ราคาสูงสุดของ Bitcoin อาจได้ผ่านไปแล้ว โดยสอดคล้องกับพฤติกรรมในอดีตตามวัฏจักร 4 ปี (4-year cycle)

 

ข้อมูลย้อนหลังของ Bitcoin ชี้ว่าราคาเคลื่อนไหวตามวัฏจักร 4 ปีสอดคล้อง Halving โดยจุดสูงสุดมักอยู่ไตรมาส 4 ของปีถัดจากปี Halving ล่าสุดทำจุดสูงสุด ต.ค. 2025 หลังจากนั้นตามสถิติมักเข้าสู่ช่วงปรับฐาน ซึ่งเป็นจังหวะที่นักลงทุนระยะยาวทยอยสะสม

 

On-chain data – Bearish sentiment

 

ในช่วงต้นเดือน มกราคม 2026 ราคา Bitcoin รีบาวด์ทดสอบโซน $98,000 ซึ่งเป็นต้นทุนผู้ถือระยะสั้น แต่ถูกแรงขายกดใกล้ $98,400 คล้ายต้นปี 2022 ล่าสุดราคาหลุด True Market Mean ที่ $80,500 ซึ่งเป็นระดับสำคัญ บ่งชี้สัญญาณที่นักลงทุนควรระวังทิศทางตลาดระยะถัดไป

 

Cathie Wood มอง Bitcoin, Ethereum, Solana เป็นตัวกระจายความเสี่ยง และโอกาสสะสมระยะยาว

 

Cathie Wood มองสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin, Ethereum และ Solana เป็นตัวกระจายความเสี่ยง โดยชี้ว่าทองคำมักขึ้นก่อนรอบใหญ่ของ Bitcoin จึงมองการอ่อนตัวระยะสั้นเป็นผลจากมหภาค มากกว่าโครงสร้างระยะยาว และเป็นจังหวะสะสม

 

 

Big Cap performance

 

Screenshot-2026-02-04-162644.png

 

Source : TradingView as of 4 February 2026

 

 

รายละเอียดข่าว (Key highlights)

 

กระแสเงินทุนไหลออกอย่างต่อเนื่อง 3 เดือนติดกันของกองทุน Spot Bitcoin ETF จากนักลงทุนสถาบัน

 

Screenshot-2026-02-02-152428.png

 

Source : Sosovalue as of 2 February 2026

 

สัญญาณเชิงลบชัดเจนจากฝั่งสถาบันคือ US Spot Bitcoin ETFs มียอดเงินไหลออกสุทธิ ต่อเนื่อง 3 เดือน ตั้งแต่ พ.ย. 2025 ถึง ม.ค. 2026 รวมราว -6.18 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นช่วงไหลออกยาวที่สุดนับตั้งแต่กองทุนเปิดตัวในต้นปี 2024 สะท้อนว่านักลงทุนสถาบันยังคงระมัดระวังต่อภาวะตลาด และเพียงวันที่ 29 ม.ค. มีเงินไหลออกสูงถึง $800 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความระมัดระวังของนักลงทุนสถาบันต่อสินทรัพย์ความผันผวนสูงและแรงซื้อของทางสถาบันที่ชะลอลง

 

 

Cycle Top ได้ทำตามตามพฤติกรรมในครั้งก่อน ซึ่งไปตาม 4-year cycle

 

Picture4...png

 

Source : TradingView as of 2 February 2026

 

ข้อมูลย้อนหลังของ Bitcoin แสดงให้เห็นว่าราคามักเคลื่อนไหวเป็นวัฏจักรประมาณ 4 ปี (4-year cycle) ซึ่งสอดคล้องกับรอบ Halving ในอดีต โดยจุดสูงสุดของแต่ละรอบมักเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 4 หลังปีที่เกิด Halving เช่นในปี 2013, 2017 และ 2021

 

รอบล่าสุด Bitcoin ทำจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม 2025 ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบดังกล่าว ตามสถิติในอดีต หลังทำจุดสูงสุด ตลาดมักเข้าสู่ช่วงปรับฐานก่อนจะค่อย ๆ ฟื้นตัวในระยะต่อมา

 

ด้วยรูปแบบนี้ ช่วงการปรับฐานจึงมักเป็นระยะที่นักลงทุนระยะยาวทยอยสะสม โดยมองว่าการอ่อนตัวเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักร มากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสินทรัพย์

 

 

On-chain : หากราคา หลุด True Market Mean บริเวณ $80,500 อาจเป็นสัญญาณของตลาดเข้าสู่ขาลง

 

Picture5ใ.jpg

 

Source : Glassnode as of 2 February 2026

 

INVX ได้เคยให้ข้อสังเกตล่วงหน้าตั้งแต่สัปดาห์ก่อนว่า ข้อมูล On-chain จาก Glassnode บ่งชี้ว่า ตั้งแต่ต้นมกราคม 2026 Bitcoin ฟื้นตัวจากกรอบล่างของช่วงแกว่งตัวราว 1 เดือน และไต่ขึ้นทดสอบโซน $98,000 ซึ่งเป็นต้นทุนเฉลี่ยของผู้ถือระยะสั้น (Short-Term Holders) อย่างไรก็ตาม ราคาถูกแรงขายกดดันใกล้ $98,400 สะท้อนว่าโซนดังกล่าวเป็นแนวต้านสำคัญ ลักษณะโครงสร้างคล้ายช่วงต้นปี 2022 ที่ราคาไม่สามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ ก่อนเข้าสู่การพักฐานระยะยาว

 

แรงขายในบริเวณนี้มาจากนักลงทุนที่เข้าซื้อช่วง Q1–Q3 ปี 2025 ซึ่งยังขาดทุน และใช้จังหวะรีบาวด์ขายใกล้ต้นทุน

ล่าสุด เมื่อราคาหลุดระดับ True Market Mean บริเวณ $80,500 ซึ่งเป็นระดับสำคัญตั้งแต่รอบเดือนตุลาคม 2023 ที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของรอบขาขึ้นก่อนหน้า จึงถือเป็นสัญญาณที่นักลงทุนควรระมัดระวังต่อทิศทางตลาดในระยะถัดไป

 

โดย True Market Mean คือ ต้นทุนเฉลี่ยของเหรียญที่หมุนเวียนในตลาดปัจจุบันอย่างแท้จริง ไม่รวมรายได้สะสมของนักขุดจากเหรียญที่ถูกขุดใหม่

 

หมายเหตุ

STH Cost Basis: $95.4K

Active Investors Mean: $87.3k

True Market Mean: $80.5K

Realized Price: $55.9K

 

 

มุมมองเชิงบวกของ Cathie Wood ต่อบทบาท Bitcoin, Ethereum, Solana ในการเป็นตัวกระจายความเสี่ยง ท่ามกลางตลาดผันผวน และโอกาสเมื่อราคาอ่อนตัว

 

Cathie Wood ผู้ก่อตั้ง ARK Invest ให้มุมมองว่า สินทรัพย์ดิจิทัลสามารถทำหน้าที่เป็น “ตัวกระจายความเสี่ยง” (diversifier) ได้ในภาวะตลาดปัจจุบัน โดยเฉพาะ Bitcoin, Ethereum และ Solana

 

Wood อ้างอิงข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ที่สะท้อนว่า การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำมักเกิดขึ้นก่อนรอบขาขึ้นสำคัญของ Bitcoin ในสองวัฏจักรที่ผ่านมา สะท้อนความสัมพันธ์เชิงจังหวะเวลาระหว่างสินทรัพย์ปลอดภัยกับสินทรัพย์ดิจิทัล

 

ภายใต้กรอบคิดดังกล่าว Wood มีท่าทีเชิงบวกต่อแนวโน้มของ Bitcoin ในช่วงที่ราคาปรับตัวลง โดยประเมินว่าการอ่อนตัวของราคาในระยะสั้นเป็นผลจากภาวะตลาดและปัจจัยมหภาค มากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว

 

 

Technical – BTC/THB

 

Screenshot-2026-02-04-151656.png

 

ราคาร่วงลงแรงหลังหลุดกรอบล่าง uptrend channel ขณะที่ Stochastic ลงถึงโซน oversold ส่วน MACD อยู่ใต้แกน 0 บ่งชี้สัญญาณลบ โดยราคาลงมาทดสอบฐาน low ก่อนหน้า บริเวณ 75.000 – 72,000 USD (2,250,000-2,150,000 บาท) หากรับไม่อยู่มีแนวโน้มไหลลงต่อได้ถึงกรอบล่างย่อย downtrend channel บริเวณ 65,000 – 55,000 USD (1,900,000-1,750,000 บาท) แต่หากฐานดังกล่าวยังสามารถรับอยู่ได้ อาจเห็นการรีบาวด์ระยะสั้น กรอบบน 82,000 – 87,000 USD (2,600,000-2,750,000 บาท)

 

แนวรับ 72,000 ดอลลาร์ (2,150,000 บาท)

แนวต้าน 87,000 ดอลลาร์ (2,750,000 บาท)

 

 

Factors to Watch

 

Date

Events

10 February 2026

Retail Sales (MoM) (Dec)

Core Retail Sales (MoM) (Dec)

11 February 2026

CPI (MoM) (Jan)

CPI (YoY) (Jan)

Core CPI (MoM) (Jan)

12 February 2026

Initial Jobless Claims

Existing Home Sales (Jan)

 

 

สำหรับปัจจัยมหภาคในสัปดาห์นี้ (2-6 ก.พ.) จะไม่มีการประกาศตัวเลข Nonfarm payrolls เนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วน (Partial Government Shutdown) ตลาดจึงหันไปให้ความสำคัญกับตัวเลข CPI ในสัปดาห์หน้า (9-13 ก.พ.) แทน ซึ่งคาดการณ์ไว้ที่ 0.3% MoM และ 2.7% YoY อย่างไรก็ดี เรามองว่าตัวเลขดังกล่าวจะสร้างความผันผวนต่อตลาดอย่างจำกัด เนื่องจาก INVX ประเมินว่าวงจรการลดดอกเบี้ยนโยบายจะยังคงเกิดขึ้น 1 ครั้ง 25bps ในช่วงกลางปี 2026 ตามเดิม

 

 

 

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรศึกษา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

 

คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

 

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5