PDF Available  
Macro Making Sense

เศรษฐกิจจีน เม.ย. ชะลอลงและต่ำกว่าตลาดคาดในทุกหมวด, GDP ไทย 1Q26 โต 2.8% สูงกว่าตลาดคาด, INVX เพิ่ม Upside GDP ไทยสู่ 1.6-1.8%

By ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์|19 May 26 7:36 AM
สรุปสาระสำคัญ

สรุปตัวเลขเศรษฐกิจจีนอ่อนแอกว่าคาด ขณะที่เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2026 ขยายตัว 2.8% INVX เพิ่ม Upside GDP ไทยสู่ 1.6-1.8%

  • เศรษฐกิจจีนเดือน เม.ย. อ่อนแอกว่าคาดในเกือบทุกภาคส่วน โดยยอดค้าปลีก, ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และการลงทุนสินทรัพย์ถาวร ชะลอลงชัดเจน สะท้อนผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นและปัญหา supply chain จากสงครามในตะวันออกกลาง แม้การส่งออกยังออกมาดีกว่าคาดจากฐานต่ำและบางหมวดสินค้าที่ฟื้นตัว ขณะที่ INVX มองว่าเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอลงใน 2Q26 สู่ระดับ 4.0%YoY จาก 5.0% ใน 1Q26 จากอุปสงค์ในประเทศที่ยังอ่อนแอและภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ โดยแม้ทางการอาจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมแต่ขนาดของการกระตุ้นอาจยังค่อนข้างจำกัดจากข้อจำกัดด้านหนี้ของรัฐบาลท้องถิ่น และตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 1 ที่ออกมาสูงกว่าคาด
  • เศรษฐกิจไทย 1Q26 ขยายตัว 2.8%YoY สูงกว่าตลาดคาดที่ 2.2% และใกล้เคียงกับ INVX คาดที่ 3.0% เร่งขึ้นจาก 2.5% ในไตรมาสก่อน เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัว 2.8%YoY สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.2% โดยมีแรงหนุนหลักจากการลงทุนภาคเอกชนที่พุ่งสูงสุดในรอบ 14 ไตรมาสที่ 10.1% โดยเฉพาะในกลุ่มดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวต่อเนื่องและการสะสมสินค้าคงคลังที่เร่งตัวขึ้นมาก ขณะที่ภาคการส่งออกสินค้าขยายตัวดีที่ 15.1% แต่การนำเข้าที่พุ่งสูงถึง 25.7% ทำให้ดุลการค้ากลับมาขาดดุลครั้งแรกในรอบ 14 ไตรมาส สภาพัฒน์คงประมาณการ GDP ทั้งปี 2569 ที่ 2.0% พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน แต่ปรับลดดุลบัญชีเดินสะพัดและจำนวนนักท่องเที่ยวลง
  • INVX มีแนวโน้มปรับเพิ่มประมาณการ GDP จาก 1.4% ไปสู่กรอบ 1.6–1.8% โดยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาทอาจเพิ่ม Upside ได้ถึง 0.4 ppt หากเบิกจ่ายได้เต็มที่ ผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสและการลงทุนเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

  • อย่างไรก็ตาม INVX ตั้งสมมติฐานการเบิกจ่ายจริงเพียง 55% ของวงเงิน และยังคงประมาณการอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ตลอดปี โดยเชื่อว่า ธปท. จะให้น้ำหนักการขยายตัวเศรษฐกิจและมองข้ามเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน ทั้งนี้ ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาคือราคาน้ำมันที่ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงกว่าสมมติฐานที่ 85 ดอลลาร์ รวมถึงความไม่แน่นอนจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อ พ.ร.ก. กู้เงิน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยฉุดรั้งเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีได้ โดยต้องจับตาพัฒนาการของสงคราม และประเด็นด้านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด
Author
Slide3
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์

หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5