PDF Available  
Macro Making Sense

สรุป Trump-Xi Summit, ผลตอบแทนพันธบัตรโลกพุ่ง, ภาครัฐจับมือเอกชน

By ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์|18 May 26 6:35 AM
สรุปสาระสำคัญ

สรุป Trump-Xi Summit ผลตอบแทนพันธบัตรโลกพุ่ง ภาครัฐจับมือเอกชน

  • การประชุมสุดยอด Trump-Xi ที่กรุงปักกิ่ง สิ้นสุดลงด้วยบรรยากาศเชิงบวกภายนอก โดยจีนเสนอกรอบ "Constructive Strategic Stability" เพื่อนำทางความสัมพันธ์สองชาติในระยะ 3 ปีข้างหน้า มีสัญญาณความคืบหน้าทางการค้า อาทิ การสั่งซื้อ Boeing และการนำเข้าสินค้าเกษตร-พลังงานสหรัฐฯ เพิ่มเติม รวมถึงบริษัทสหรัฐฯ เตรียมลงทุนหลายแสนล้านดอลลาร์ในจีน ขณะที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิดต่อเนื่องและจีนส่งสัญญาณไม่ส่งอาวุธเพิ่มให้อิหร่าน อย่างไรก็ตาม ตลาดตอบรับเชิงลบ เพราะไม่มีข้อตกลงสำคัญด้านแร่หายากหรือ AI ประเด็นไต้หวันยังตึงเครียด และ INVX ประเมินว่าการประชุมครั้งนี้ช่วยลดความเสี่ยงระยะสั้นเท่านั้น แต่ไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจในระยะยาว

 

  • ตลาดพันธบัตรโลกเผชิญแรงเทขายพร้อมกันรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ตลาดพันธบัตรโลกเผชิญแรงเทขายรุนแรงพร้อมกัน หลังตัวเลข CPI เดือนเมษายนสหรัฐฯ พุ่งสู่ 3.8% และ PPI เร่งตัวสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 ดันอัตราผลตอบแทน UST 10 ปีขึ้นสู่ 4.59% ขณะที่ Gilt อังกฤษ 30 ปีพุ่งสู่ 5.86% สูงสุดตั้งแต่ปี 1998 และ JGB 30 ปีแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.085% โดยมีความเสี่ยงสำคัญจาก Yen Carry Trade Unwind ที่อาจสร้าง Global Liquidity Shock ส่วนพันธบัตรไทย 10 ปีขยับขึ้นสู่ 2.26% กดดันเพิ่มจากพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทที่ผลักยอดกู้รวมปี 2026 แซงระดับสูงสุดช่วงโควิด
  • INVX คงประมาณการ UST 10 ปีที่ 4.40% และพันธบัตรไทย 10 ปีที่ 2.50% ณ สิ้นปี สูงกว่า Median ตลาด และแนะนำหลีกเลี่ยงพันธบัตรระยะยาว พร้อมจับตาราคาน้ำมันเบรนท์และสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซเป็นสัญญาณหลัก

  • ภาครัฐจับมือเอกชน: ปัจจัยบวกที่อาจพลิกโมเมนตัมเศรษฐกิจไทยจากวิกฤตพลังงานและ Slow-burn Crisis การหารือภาครัฐ-เอกชนครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ภายใต้นายกฯ อนุทิน สะท้อนสัญญาณเชิงนโยบายที่เป็นบวก โดยมี BOI ไตรมาสแรกเติบโต 18% ทะลุ 1 ล้านล้านบาท และรัฐบาลสรุป 4 แกนยุทธศาสตร์ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด ทรัพยากรมนุษย์ และการปลดล็อกอุปสรรคเชิงโครงสร้าง อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังแสดงภาพ K-shape ชัดเจน โดยภาคบริการยังขยายตัว 8% ขณะที่สินค้าคงทนและอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเผชิญ "วิกฤต Slowburn" (หรือวิกฤตเผาช้า) ทำให้ยังคงอ่อนแอต่อเนื่อง แม้ GDP ไตรมาส 1/2026 อาจดูดีที่ราว 3% จากการเร่งส่งออกและนำเข้าล่วงหน้า แต่โมเมนตัมนั้นคาดว่าจะชะลอลงแรงใน Q2-Q3 เมื่อผลกระทบพลังงานส่งผ่านสู่ต้นทุนครัวเรือนและธุรกิจ โดย INVX คงประมาณการ GDP ทั้งปี 2026 ไว้ที่ 1.4% แต่มองว่ามีโอกาสเพิ่มได้อีก 0.2-0.4% หากมาตรการกู้เงิน 4 แสนล้านบาทและ Action Plan ภาครัฐ-เอกชนดำเนินได้อย่างมีประสิทธิผล โดยมีความไม่แน่นอนทางรัฐธรรมนูญเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตาใกล้ชิด
Author
Slide3
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์

หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5