PDF Available  
Macro Making Sense

กนง. มีมติ 4-2 ลดดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.00% การท่องเที่ยวจีนช่วงตรุษจีนดีขึ้นเมื่อเทียบกับเทศกาลก่อนหน้า

By ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์|26 Feb 26 6:35 AM
สรุปสาระสำคัญ

สรุปประเด็น กนง. มีมติ 4-2 สู่ระดับ 1.00% INVX คาดว่าจะลดอีก 1 ครั้งในปีนี้, เทศกาลตรุษจีนในจีนคึกคักขึ้นเทียบกับเทศกาลก่อนหน้า

  • กนง. มีมติ 4-2 สู่ระดับ 1.00% ซึ่งเป็นการลดดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ตลาดคาด โดยระบุอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงถือว่าผ่อนคลายเพียงพอและสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจ แต่ยังไม่ปิดโอกาสการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมหากแนวโน้มเศรษฐกิจแย่กว่าคาด
  • ในระยะข้างหน้า แม้เสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขึ้นจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นรวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆของรัฐบาลใหม่ แต่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและแรงกดดันเชิงวัฏจักรหลายด้าน ทั้ง (1) ภาวะการเงินโดยรวมยังสะท้อนความระมัดระวังของภาคธนาคาร สินเชื่อภาคเอกชนขยายตัวในระดับต่ำ ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ในบางกลุ่มโดยเฉพาะ SME และครัวเรือนเปราะบางยังเป็นปัจจัยจำกัดการปล่อยกู้ ส่งผลให้การส่งผ่านนโยบายการเงิน (policy transmission) อาจยังทำได้ไม่เต็มที่ (2) ค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องซึ่งกดดันรายได้ภาคส่งออกและภาคการผลิต (3) การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ไม่ทั่วถึงโดยเฉพาะในกลุ่ม SME ส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศยังเปราะบาง (4) ต้นทุนของการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจ และ (5) ความไม่แน่นอนจากนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจกระทบภาคการค้าโลก
  • เราประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.00% อาจยังไม่เพียงพอในการผลักดันเศรษฐกิจให้กลับเข้าสู่ระดับศักยภาพ และสนับสนุนให้เงินเฟ้อทยอยกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในระยะปานกลาง โดยเฉพาะในบริบทที่แรงขับเคลื่อนจากภาคเอกชนยังเปราะบางและการฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง การดำเนินนโยบายการเงินเพียงลำพังจึงอาจไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องอาศัยนโยบายการคลังเข้ามาช่วยเสริมแรงอย่างเหมาะสม
  • ทั้งนี้ การบูรณาการระหว่างนโยบายการเงินและการคลังมีความสำคัญต่อการเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยในระยะเปลี่ยนผ่าน การลดอัตราดอกเบี้ยจึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือพยุงวัฏจักรระยะสั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการลดต้นทุนทางการเงิน สนับสนุนการลงทุน และเอื้อให้ภาคธุรกิจสามารถปรับตัวสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
  • ด้วยเหตุนี้ เราคาดว่า กนง. มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอีก 1 ครั้งในปี 2026 โดยมีความเป็นไปได้สูงในเดือน ส.ค. เพื่อลดภาระของครัวเรือน, หนุนการเติบโตของสินเชื่อ, ลดภาระต้นทุนทางการเงินในช่วงเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง ทำให้เศรษฐกิจให้เติบโตได้ตามศักยภาพ
  • โมเมนตัมภาคท่องเที่ยวและบริการของจีนเร่งขึ้นในช่วงวันหยุดตรุษจีนเมื่อเทียบกับช่วงวันหยุดยาวก่อนหน้า โดยจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศและรายได้ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 5.7%YoY และ 5.5%YoY (หลังปรับตามจำนวนวันหยุด) เพิ่มขึ้นจาก 1.6%YoY และ 1.0%YoY ในช่วงวันชาติปีก่อน (1-8 ต.ค. 25) อย่างไรก็ดี รายได้ท่องเที่ยวต่อหัวหดตัวจากปีก่อนเล็กน้อยสะท้อนกำลังซื้อภาคครัวเรือนที่ยังเปราะบาง
  • ตามการประเมินของ State Tax Administration รายได้เฉลี่ยต่อวันของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในช่วงวันหยุดตรุษจีนเพิ่มขึ้น 13.7%YoY (เทียบกับ +4.5%YoY ในช่วงวันหยุดวันชาติปีก่อน) โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นการบริโภค เช่น โครงการเปลี่ยนสินค้าอุปโภคบริโภค (trade-in) และแคมเปญลุ้นรางวัลใบกำกับภาษี ส่งผลให้ยอดขายสินค้าเทคโนโลยีอัจฉริยะ เช่น หุ่นยนต์ดูดฝุ่น และทีวีที่รองรับการแคสต์หน้าจอ เพิ่มขึ้น 19%YoY
Author
Slide3
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์

หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5