PDF Available  
Macro Making Sense

ศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งถอด "ไม้ตาย" ทรัมป์ แต่สงครามการค้ายังไม่จบ ทิศทางและความเสี่ยงเศรษฐกิจและการลงทุนไทยในระยะต่อไป

By ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์|23 Feb 26 6:37 AM
สรุปสาระสำคัญ

สรุปประเด็น ศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งถอด "ไม้ตาย" ทรัมป์ แต่สงครามการค้ายังไม่จบ บทวิเคราะห์ทิศทางและความเสี่ยงเศรษฐกิจและการลงทุนไทยในระยะต่อไป

  • ศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งถอด "ไม้ตาย" ทรัมป์ แต่สงครามการค้ายังไม่จบ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติ 6:3 ตัดสินว่าทรัมป์ใช้ IEEPA เกินอำนาจในการเรียกเก็บ reciprocal tariffs ทำให้ภาษีทั้งชุดถูกยกเลิก แต่ทรัมป์ตอบโต้ในวันเดียวกันด้วยการลงนาม Executive Order คืนภาษีกลับมาที่ 15% ภายใต้ Section 122 ของ Trade Act of 1974 ซึ่งสูงกว่า baseline เดิมที่ 10% ด้วยซ้ำ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้ effective tariff rate ทั่วโลกยังอยู่ที่ 13–15%
  • แม้ภาษี IEEPA จะถูกศาลสั่งถอด แต่การที่ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีใหม่แบบ Broadbase 15% รวมถึงความไม่แน่นอนในการใช้มาตราอื่น ๆ มาแทนหลัง 150 วันนั้น ทำให้ผลบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีจำกัด คือ GDP ดีขึ้นเพียง +0.2–0.3% และเงินเฟ้อลดลงเพียง 0.3–0.5% ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาคือ "นาฬิกา 150 วัน" ของ Section 122 ที่จะหมดอายุในกลางเดือนกรกฎาคม 2026 ซึ่งการที่ผลบวกจากการยกเลิกภาษีมีเพียงเล็กน้อย ขณะที่ความเสี่ยงมีมากขึ้น เราจึงยังคงมุมมองรวมถึงการประมาณการเศรษฐกิจไว้ที่เดิม
  • สำหรับไทย ภาระภาษีส่งออกไปสหรัฐฯ ลดลงเพียงเล็กน้อยจาก 19% เป็น 15% ขณะที่ความไม่แน่นอนมีมากขึ้น ทำให้การส่งออกทั้งปียังคาดว่าจะหดตัว -1.0% และ GDP ไทยปี 2026 ยังคาดที่ 1.7% ทั้งนี้ เรามองว่า ความเสี่ยงด้านภาษีการค้าหรือ Tariff Risk Premium จะยังคงเป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องรับมือต่อไป
  • บทวิเคราะห์ทิศทางและความเสี่ยงเศรษฐกิจและการลงทุนไทยในระยะต่อไป ไตรมาส 2 ปี 2569 เป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยมีความท้าทาย โดย InnovestX คาด GDP เติบโตเพียง 0.9% ต่ำสุดในรอบหลายไตรมาส จากสี่ปัจจัยกดดันหลักที่ทำงานพร้อมกัน ได้แก่
    (1) สุญญากาศทางการเมือง" ที่รัฐบาลรักษาการไม่สามารถเบิกจ่ายงบลงทุนและเจรจา FTA ได้
    (2) ปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจที่อ่อนแอจากภาวะเงินฝืดต่อเนื่องเดือนที่ 10 หนี้ครัวเรือนสูง
    (3) ผลชั่วคราวของ EV 3.0 ที่หมดลง, และ
    (4) ผลกระทบจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ ที่แม้ IEEPA จะถูกยกเลิกแต่ Section 122 ที่ 15% ยังคงกดดันการส่งออกไทย
  • ด้าน กนง. มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยสู่ 1.00% ในเดือนเมษายนเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ขณะที่ SET ที่วิ่งขึ้น 18% YTD นั้นมาจาก re-rating ด้านความเชื่อมั่นมากกว่า fundamental จริง โดยความเสี่ยงหลักที่นักลงทุนต้องติดตามคือการจัดตั้งรัฐบาลที่อาจยืดเยื้อ สัญญาณ Fed ที่ hawkish กว่าคาด และความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่ง InnovestX ประเมินโอกาส downside scenario ไว้ที่ 30% ซี่งเรามองว่านักลงทุนควรติดตาม catalyst สำคัญสามประการที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนในช่วงต่อไป ได้แก่ (1) พัฒนาการทางการเมืองไทย (2) ทิศทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตลาดแรงงาน รวมถึงนโยบายการเงินสหรัฐ และ (3) พัฒนาการด้านการค้าของสหรัฐ
Author
Slide3
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์

หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5