Morning Brief

Morning Brief - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 30 เม.ย. 2569

30 Apr 26 7:30 AM
Morning Brief เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดวันนี้
สรุปสาระสำคัญ

1. บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่งหลัง Fed เสียงแตกและลดโอกาส cut ปีนี้ ขณะที่หุ้นแกว่งตัวท่ามกลางความเสี่ยงสงครามอิหร่าน

2. Trump ปฏิเสธข้อเสนออิหร่านเปิด Hormuz ยืนยันคงปิดล้อมท่าเรือจนกว่าจะได้ข้อตกลงครอบคลุมโครงการนิวเคลียร์

3. Kevin Warsh ผ่านโหวตคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ปูทางขึ้นเป็นประธาน Fed ก่อน Powell หมดวาระ 15 พ.ค.

4. Fed คงดอกเบี้ยที่ 3.50%-3.75% แต่มติแตกหนักสุดตั้งแต่ปี 1992 ขณะ Powell ยืนยันอยู่ต่อในบอร์ด

5. อินเดียเตือนสงครามตะวันออกกลางกดดันอุปทานและอุปสงค์ในประเทศ หลังต้นทุนพลังงานสูงขึ้นและเงินเฟ้อเสี่ยงเร่งตัว

6. BOI เผยยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนใน 1Q69 จำนวน 624 โครงการ มูลค่าทะลุ 1 ล้านลบ. มองบวกต่อกลุ่มนิคม และกลุ่มโรงไฟฟ้า 

7. กพช. มีมติเห็นชอบปรับค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า พร้อมส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชน มองบวกต่อกลุ่มจำหน่ายและติดตั้ง Solar Rooftop

Morning Brief
By INVX Investment Products & Strategy
30 April 2026

1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แกว่งตัวในกรอบ หลัง Fed คงดอกเบี้ยแต่ส่งสัญญาณความเห็นแตกแยกมากขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงจากสงครามอิหร่านที่ทำให้ outlook เศรษฐกิจไม่แน่นอน โดยตลาดเงินแทบเลิกคาดหวังการลดดอกเบี้ยปีนี้ และเริ่ม price in โอกาสขึ้นดอกเบี้ยในปี 2027 บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 7 bps สู่ 4.41% และยีลด์ 2 ปีเพิ่มขึ้น 10 bps สู่ 3.93% ขณะที่ WTI +8.2% และทองคำ -1.1% สะท้อนตลาดให้น้ำหนักกับความเสี่ยงเงินเฟ้อและท่าที Fed ที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม ฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นในช่วงเช้าเอเชีย หลังงบ Mega cap tech โดยรวมออกมาดีกว่าคาด โดย Amazon บวก 5% หลังธุรกิจ cloud โตเร็วสุดในรอบกว่า 3 ปี ขณะที่ Alphabet ปรับขึ้นหลังรายได้และกำไรสูงกว่าคาด ส่วน Meta ร่วง 6.5% จากความกังวลค่าใช้จ่ายด้าน AI 

 

2. ปธน. Donald Trump ระบุว่าเขาปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านที่ต้องการเปิดช่องแคบ Hormuz แต่เลื่อนการเจรจาประเด็นนิวเคลียร์ออกไป โดยยืนยันว่าจะไม่ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่านจนกว่าจะได้ข้อตกลงที่ครอบคลุมโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ทางตันระหว่างสองประเทศยืดเยื้อ เนื่องจากอิหร่านยืนยันว่าจะไม่กลับสู่โต๊ะเจรจาหรือเปิดช่องแคบตราบใดที่สหรัฐฯ ยังดำเนินมาตรการปิดล้อม ขณะเดียวกันมีรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ เตรียมแผนโจมตีอิหร่านระลอกสั้นแต่รุนแรงเพื่อเพิ่มแรงกดดัน หากการเจรจาไม่คืบหน้า ด้าน Kpler ประเมินว่าอิหร่านอาจเหลือเวลาจัดการน้ำมันคงคลังเพียง 12–22 วัน ก่อนที่ข้อจำกัดด้านพื้นที่จัดเก็บจะบีบให้ต้องลดกำลังการผลิต ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการฟื้นการผลิตในระยะถัดไป

 

3. Kevin Warsh ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากปธน. Donald Trump ให้เป็นประธาน Fed คนถัดไป ผ่านมติคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาด้วยคะแนน 13-11 ปูทางให้วุฒิสภาลงมติรับรองก่อน Jerome Powell หมดวาระวันที่ 15 พ.ค. โดย Warsh เสนอแนวคิด “regime change” โดยระบุว่าจะลดขนาดงบดุล Fed ที่ $6.7 ล้านล้าน ปรับกรอบการจัดการเงินเฟ้อ และเปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารของธนาคารกลาง อย่างไรก็ตาม เขายังให้รายละเอียดจำกัดและหลีกเลี่ยงการระบุทิศทางดอกเบี้ยระยะใกล้ ประเด็นสำคัญที่ตลาดจับตาคือความเป็นอิสระของ Fed หลัง Trump ระบุว่าต้องการให้ Warsh ลดดอกเบี้ยทันทีเมื่อเข้ารับตำแหน่ง

 

4. Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่กรอบ 3.50%-3.75% แต่สะท้อนความเห็นแตกแยกมากขึ้น โดยมีกรรมการ 4 คนลงมติไม่เห็นด้วย นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1992 ที่มีเสียงไม่เห็นด้วยมากถึง 4 เสียงในการประชุม FOMC ครั้งเดียว โดย Beth Hammack, Neel Kashkari และ Lorie Logan เห็นด้วยกับการคงดอกเบี้ย แต่ไม่สนับสนุนถ้อยแถลงที่ยังส่งสัญญาณผ่อนคลายในอนาคต ขณะที่ Stephen Miran ต้องการลดดอกเบี้ย 0.25% ด้าน Jerome Powell ระบุว่าจะยังอยู่ในบอร์ด Fed ต่อหลังหมดวาระประธานวันที่ 15 พ.ค. ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสงครามตะวันออกกลางที่เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อและทำให้ทิศทางนโยบายซับซ้อนขึ้น

 

5. กระทรวงการคลังอินเดียเตือนว่าเศรษฐกิจกำลังเผชิญแรงกระแทกด้านอุปทานจากสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่ผลกระทบต่ออุปสงค์ในประเทศเป็นความเสี่ยงสำคัญ ท่ามกลางราคาสินค้าสูง เงินเฟ้อเร่งตัว และกิจกรรมเศรษฐกิจชะลอลง โดยการปิดช่องแคบ Hormuz กระทบเศรษฐกิจอินเดียอย่างหนัก เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบเกือบครึ่งหนึ่ง และก๊าซราว 90% ของการนำเข้า ส่งผลให้ต้องจำกัดการใช้ก๊าซในอุตสาหกรรมสำคัญ นอกจากนี้ หากปริมาณน้ำฝนต่ำกว่าปกติจะกระทบภาคเกษตร เงินเฟ้อทั่วไปอาจส่งผ่านไปยัง core inflation ขณะที่รูปีอ่อนค่าอาจเพิ่มต้นทุนนำเข้า อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอินเดียมองว่าวิกฤตยังไม่กระทบเสถียรภาพการเงิน เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศยังแข็งแกร่ง

 

6. BOI เผยยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนใน 1Q69 จำนวน 624 โครงการ มูลค่าทะลุ 1 ล้านลบ. เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.4 เท่า โดย 86% ของมูลค่าเป็นโครงการ Data Center และ Cloud Service ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง มองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA) และกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF BGRIM GPSC)

 

7. กพช. มีมติเห็นชอบปรับค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท/หน่วย และใช้เงิน Bypass Gas ลดค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค. 69 พร้อมส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชนรูปแบบ Net Billing เป้ารับซื้อ 500MW อัตรา 2.20 บาท/หน่วย นาน 10 ปี มองบวกต่อกลุ่มจำหน่ายและติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU GUNKUL GLOBAL HMPRO)
 
ประเด็นที่ต้องติดตาม: RatingDog Manufacturing PMI ของจีน เดือน เม.ย. คาดว่าจะออกมาที่ 50.7 จากก่อนหน้าที่ 50.8, GDP Growth Rate QoQ Flash ของยุโรป ไตรมาส 1/2026 คาดว่าจะออกมาที่ 0.1% จากก่อนหน้าที่ 0.2%, BoE Interest Rate Decision คาดคงดอกเบี้ย, ECB Interest Rate Decision คาดคงดอกเบี้ย และ Core PCE Price Index MoM ของสหรัฐฯ เดือน มี.ค. คาดว่าจะออกมาที่ 0.3% จากก่อนหน้าที่ 0.4%

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5