
1. หุ้นสหรัฐฯ อ่อนตัวจากแรงขายเทคฯ หลังรายงาน OpenAI กดดันความเชื่อมั่น AI ก่อนงบกลุ่ม Mag 7 ด้านหุ้นเอเชียเปิดลบตามแรงขายเทคสหรัฐฯ
2. Trump ระบุอิหร่านต้องการเปิดช่องแคบ Hormuz ระหว่างเจรจายุติสงคราม แต่สหรัฐฯ ยังตั้งคำถามต่อข้อเสนอและอำนาจผู้เจรจา
3. UAE เตรียมถอนตัวจาก OPEC มีผลวันที่ 1 พ.ค. หวังเพิ่มความคล่องตัวรับมืออุปทานน้ำมันตึงตัวจากสงครามอิหร่าน
4. เงินเยนอ่อนค่าหลัง Ueda ไม่ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยชัดเจน แม้ BOJ มีเสียงสนับสนุนขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มและเงินเฟ้อยังสูง
5. OpenAI ปฏิเสธความกังวลยอดขายต่ำเป้า ย้ำธุรกิจองค์กรและผู้บริโภคยังเติบโต แม้หุ้นพันธมิตร AI ถูกกดดัน
6. สศค. ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 ลงเหลือ +1.6% ทั้งนี้ เห็นแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาคเอกชน (+3.2%)มองบวกต่อกลุ่มนิคมและรับเหมาฯ
7. วันนี้ (14.00 น.) ติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของ กนง. ซึ่งตลาดคาดคงดอกเบี้ยที่ 1.00% เพื่อรักษาสมดุลระหว่างเงินเฟ้อกับเศรษฐกิจ
Morning Brief
By INVX Investment Products & Strategy
29 April 2026
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงจากแรงขายหุ้นเทคโนโลยี หลังรายงานว่า OpenAI พลาดเป้าหมายด้านยอดขายและการดึงผู้ใช้งานใหม่ จุดความกังวลว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่อาจให้ผลตอบแทนไม่ทันคาด โดย S&P 500 ลดลง 0.5% หลังหลุดจากระดับสูงสุด ขณะที่ Nasdaq 100 ร่วง 1% และ MSCI World Index ลดลง 0.5% หุ้นที่เชื่อมโยงกับ OpenAI เช่น Oracle และ CoreWeave ถูกกดดัน ด้านตลาดหุ้นเอเชียเปิดอ่อนตัวตามแรงขายหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐฯ นักลงทุนจับตางบ Alphabet, Microsoft, Amazon และ Meta ในวันพุธ ก่อน Apple รายงานวันถัดไป ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่า 0.2% บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ 10 ปีทรงตัวที่ 4.34% และทองคำลดลง 1.8%
2. ปธน. Donald Trump ระบุว่าอิหร่านขอให้สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลบริเวณช่องแคบ Hormuz ระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายเจรจายุติสงครามที่ยืดเยื้อเกือบ 2 เดือน โดยอิหร่านต้องการให้เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซสำคัญกลับมาเปิด “โดยเร็วที่สุด” ขณะที่ตัวกลางในปากีสถานคาดว่าอิหร่านอาจยื่นข้อเสนอฉบับปรับปรุงภายในไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังไม่พอใจกับข้อเสนอล่าสุด เพราะอิหร่านต้องการคงอำนาจควบคุมบางส่วนต่อการเดินเรือผ่าน Hormuz ซึ่งสหรัฐฯ มีแนวโน้มไม่ยอมรับ โดย Marco Rubio ระบุว่าข้อเสนอ “ดีกว่าที่คาด” แต่ทำเนียบขาวยังตั้งคำถามว่าผู้ยื่นข้อเสนอมีอำนาจตัดสินใจจริงหรือไม่ สะท้อนว่ากระบวนการเจรจายังเปราะบางและเสี่ยงชะงักต่อเนื่อง
3. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เตรียมถอนตัวจาก OPEC วันที่ 1 พ.ค. หลังเป็นสมาชิกมานานกว่า 6 ทศวรรษ นับเป็นแรงกระแทกต่อกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันและซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นแกนนำของ OPEC โดยก่อนสงครามอิหร่าน UAE เป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 3 ของกลุ่ม คิดเป็นราว 12% ของอุปทานรวม รัฐมนตรีพลังงาน Suhail Al Mazrouei ระบุว่า การตัดสินใจเกิดขึ้นหลังทบทวนยุทธศาสตร์ระยะยาว และภาวะตลาดขาดแคลนอุปทานทำให้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ขณะที่ UAE ต้องการความคล่องตัวมากขึ้นในการตอบสนองตลาด โดยไม่ถูกจำกัดจากการตัดสินใจร่วมของ OPEC นักวิเคราะห์จาก Rystad Energy มองว่า การถอนตัวจะทำให้ OPEC อ่อนแอเชิงโครงสร้าง และตั้งคำถามต่อบทบาทของซาอุดีอาระเบียในฐานะผู้รักษาเสถียรภาพตลาดโลก
4. เงินเยนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลัง Kazuo Ueda ผู้ว่าการ BOJ ไม่ให้สัญญาณชัดเจนเกี่ยวกับจังหวะการขึ้นดอกเบี้ย แม้คณะกรรมการ BOJ มีมติคงนโยบายแบบไม่เป็นเอกฉันท์ โดยจำนวนกรรมการที่สนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเป็น 3 คน จาก 1 คนในการประชุมเดือน มี.ค. เงินเยนอ่อนลงมากสุด 0.2% สู่ 159.69 เยนต่อดอลลาร์ หลังแข็งค่าก่อนหน้าถึง 158.96 ขณะที่ BOJ ปรับเพิ่มคาดการณ์ core inflation ปีงบประมาณนี้เป็น 2.8% และลดคาดการณ์ GDP growth เหลือ 0.5% ตลาดเพิ่มโอกาสขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือน มิ.ย. เป็น 66% แต่ความไม่แน่นอนจากตะวันออกกลางยังทำให้ BOJ ระมัดระวัง
5. OpenAI ออกมาปฏิเสธความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของยอดขาย หลัง Wall Street Journal รายงานว่าบริษัทพลาดเป้าหมายภายในหลายรายการและคู่แข่งเริ่มไล่ตาม โดย OpenAI ระบุว่าธุรกิจลูกค้าองค์กรและลูกค้ารายย่อยยังเติบโตแข็งแกร่ง รวมถึงธุรกิจโฆษณาระยะเริ่มต้นยังขยายตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวกดดันหุ้นพันธมิตรและผู้สนับสนุนของ OpenAI เช่น SoftBank, Oracle และ CoreWeave สะท้อนความกังวลของตลาดต่อความเสี่ยง AI infrastructure bubble และภาระการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์และชิปมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ OpenAI ยืนยันว่าการเพิ่มกำลังประมวลผลยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ ขณะที่ Oracle และ CoreWeave ยังระบุว่าความต้องการสำหรับการประมวลผลเติบโตต่อเนื่อง
6. สศค. ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 ลงเหลือ +1.6% (จากเดิม +2.0%) เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลางที่ดันเงินเฟ้อพุ่งสู่ 3% กระทบค่าครองชีพ อย่างไรก็ตาม ยังเห็นแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาคเอกชน (+3.2%) ผ่านมาตรการ Thailand FastPass ที่เร่งรัดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย มองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA, AMATA) และรับเหมาฯ (CK, STECON)
7. วันนี้ (14.00 น.) ติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของ กนง. ซึ่งตลาดคาดคงดอกเบี้ยที่ 1.00% เพื่อรักษาสมดุลระหว่างเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่วนพรุ่งนี้จับตาการประชุมนโยบายการเงินของ FOMC, BoE และ ECB โดยเฉพาะถ้อยแถลงเกี่ยวกันทิศทางเงินเฟ้อซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศลงทุน
ประเด็นที่ต้องติดตาม: Building Permits Prel ของสหรัฐฯ เดือน ก.พ. คาดว่าจะออกมาที่ 1.36M จากก่อนหน้าที่ 1.386M