ดัชนีฟิวเจอร์สของสหรัฐฯ และยุโรปดิ่งลงอย่างหนัก ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลง จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะ "Risk-off" หรือการที่นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย
ปฏิบัติการ Epic Fury ของสหรัฐฯ–อิสราเอลต่ออิหร่านก่อสุญญากาศอำนาจและการตอบโต้ทางทหาร กระทบความมั่นคงภูมิภาคและเส้นทางพลังงาน ขณะที่ความไม่แน่นอนยังสูงจากช่วงเปลี่ยนผ่านผู้นำอิหร่านเชิงลงทุนมองเก็งกำไรกลุ่ม Defense ได้ โดยหุ้นระบบป้องกันอย่าง RTX มีโอกาสได้อานิสงส์
OpenAI ระดมทุน $110bn ดันมูลค่าทะลุ $840bn พร้อมดีลใหญ่กับ Amazon, Nvidia และ SoftBank เพื่อเร่งลงทุน Data Center/ชิป และพัฒนา AGI อีกทั้งทำสัญญานำ AI ใช้ในเครือข่ายลับของ Pentagon สะท้อนอุปสงค์ AI ยังแข็งแกร่ง หนุนธีมลงทุนกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและชิป AI ต่อเนื่องเช่น NVDA TSM ASML MSFT AMZN META GOOGL
หุ้นเทคจีนร่วงแรง ดัชนี Hang Seng Tech เข้าสู่ตลาดหมี จากกังวลงบอ่อนแอ เงินทุนไหลออก และแรงขายหุ้นที่มาร์จิ้นต่ำ ขณะเม็ดเงินหมุนไปหา pure AI plays ระยะสั้นยังผันผวน แต่โอกาสอยู่ในบริษัทที่กำไร–กระแสเงินสดชัดเจนหรือได้อานิสงส์ AI โดยตรง เช่น Alibaba,Tencent, GDS Holdings
จับตา China NPC 2026 คาดตั้งเป้า GDP 4.5–5% พร้อมเร่งหนุนเทคโนโลยี–AI และกระตุ้นบริโภคผ่านงบ–พันธบัตรพิเศษ ท่ามกลางแรงกดดันอสังหาฯ หากสัญญาณกระตุ้นชัดเจนอาจเป็นบวกต่อหุ้นวัฏจักรและกลุ่ม self-reliance ระยะสั้น China Shenhua Energy, Anhui Conch Cement, Jiangxi Copper, Alibaba, Tencent, Kuaishou, SMIC