
1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ย่อตัวลง เพื่อลดความเสี่ยง ทั้งนี้ต้องติดตามงบ Nvidia และทิศทางดอกเบี้ยสัปดาห์นี้
2. เซิร์ฟเวอร์ AI ของ Nvidia จ่อปรับขึ้นราคากว่า 15% จากต้นทุนชิปหน่วยความจำพุ่ง สะท้อนแรงกดดัน Margin กลุ่ม Tech
3. สหรัฐฯ เตรียมยกระดับคว่ำบาตรอิหร่านขั้นสูงสุด ขณะที่อิหร่านขู่ระงับส่งออกน้ำมัน จับตาความเสี่ยงพลังงานโลก
4. ราคาน้ำมันดิบพักฐานหลังบวกแรง 2 สัปดาห์ติด ตลาดยังจับตาสถานการณ์ช่องแคบ Hormuz
5. นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงประธาน Fed ในการประชุม Jackson Hole ชี้ชะตาทิศทางนโยบายการเงิน
6. SET Index -0.79% บรรยากาศการลงทุนถูกกดดันจากสถานการณ์สหรัฐฯ -อิหร่าน ส่งผลให้หุ้นใหญ่เผชิญแรงขาย
1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง โดย Nasdaq 100 ฟิวเจอร์สร่วง 0.6% และ S&P 500 ฟิวเจอร์สลดลง 0.2% จากแรงกดดันของความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนรายงานงบการเงินของ Nvidia ในวันพุธนี้ ผลประกอบการของ Nvidia ซึ่งจะบ่งชี้ว่า ดีมานด์จาก Big Tech ยังแข็งแกร่งเพียงใด สัปดาห์นี้นักลงทุนจึงต้องจับตาทั้งงบ Nvidia และสัญญาณเศรษฐกิจ เพื่อประเมินทิศทาง Sentiment หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและตลาดภาพรวม
2. สื่อ Bloomberg รายงานว่าเซิร์ฟเวอร์ AI ที่ใช้ชิปของ Nvidia อาจมีราคาปรับตัวขึ้นมากกว่า 15% สำหรับระบบที่จะส่งมอบต้นปีหน้า เนื่องจากต้นทุนชิปหน่วยความจำ (Memory Chips) ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ได้เริ่มแจ้งเตือนลูกค้ารายใหญ่อย่าง Microsoft, Alphabet และ Oracle แล้ว ทั้งนี้ต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานที่แพงขึ้นอาจเริ่มกระทบต่ออัตรากำไรของกลุ่ม Big Tech จึงต้องจับตาว่า AI Capex จะยังรักษาระดับการเติบโตต่อไปได้โดยไม่กดดันกำไรสุทธิหรือไม่
3. สหรัฐฯ เตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านครั้งรุนแรงที่สุด โดย รมว.คลังสหรัฐฯ (Scott Bessent) เตือนว่ากำลังเข้าสู่ช่วง “Endgame” กับอิหร่าน และประเทศที่ยังสนับสนุนเตหะรานอาจถูกโดดเดี่ยวจากระบบการเงินโลก ขณะที่ทางการอิหร่านขู่ว่าจะระงับการส่งออกน้ำมันหากแรงกดดันทางเศรษฐกิจยังเพิ่มขึ้น ความตึงเครียดนี้สร้างความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก อาจดันให้ราคาพลังงานพุ่งขึ้น และจำกัดความสามารถของ Fed ในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
4. ราคาน้ำมันดิบย่อตัวลงกว่า 1 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยสัญญา Brent ปรับลง 1.5% สู่ระดับ 93.16 ดอลลาร์/บาร์เรล และ WTI ลดลง 1.6% อยู่ที่ 85.70 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากที่ราคาพุ่งขึ้นต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ติดต่อกัน (สัปดาห์ก่อนบวกกว่า 5%) จากความล้มเหลวของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยหนุนราคาในระดับสูง นักลงทุนจึงควรติดตามความเคลื่อนไหวบริเวณช่องแคบ Hormuz
5. ตลาดจับตาถ้อยแถลงของ Kevin Warsh ประธาน Fed ในการประชุมสัมมนาประจำปีที่ Jackson Hole วันศุกร์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับมุมมองด้านเงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และทิศทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แม้ตลาดจะไม่ได้คาดหวัง Forward Guidance แบบชัดเจน แต่โทนของถ้อยแถลงมีความสำคัญ หากส่งสัญญาณ Hawkish อาจสร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่ม Growth และ Tech ที่มี Valuation สูง ในทางกลับกัน หากมีสัญญาณผ่อนคลายจะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นได้
6. SET ปรับลงแรง ระหว่างวันหลุดต่ำกว่าระดับ 1600 จุด บรรยากาศการลงทุนกดดันจากประเด็นสหรัฐฯ จะคว่ำบาตรอิหร่านและประเทศคู่ค้าครั้งรุนแรงคืนนี้ ส่งผลให้หุ้นขนาดใหญ่เผชิญแรงขายเป็นวงกว้าง อย่าง กลุ่มธนาคาร KKP (-2.18%) KBANK (-1.17%) และอื่นๆ อย่าง AOT (-1.49%) TRUE (-1.50%) BEM (-3.40%) MTC (-2.31%) คาดเป็นการขายลดความเสี่ยงเพื่อรอติดตามผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรครั้งรุนแรงต่ออิหร่านและประเทศคู่ค้าโดยสหรัฐฯ ที่จะประกาศในคืนนี้
-----
ที่มา: Investing.com
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b