
1.ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ขยับขึ้นเล็กน้อย หลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เข้าพยุงตลาดพันธบัตรช่วยผ่อนคลายแรงกดดัน Yield
2. รายงานการประชุม Fed เผยเสียงหนุนขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น หากเงินเฟ้อยังไม่ชะลอลงตามเป้า ต้องติดตามตัวเลขต่อ
3. จับตางบ Walmart วัดชีพจรกำลังซื้อผู้บริโภคสหรัฐฯ ท่ามกลางแรงหนุนจากธุรกิจโฆษณา Walmart Connect
4. ทรัมป์ขู่ใช้มาตรการเศรษฐกิจขั้นรุนแรงกับผู้ค้ากับอิหร่าน ดันราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุ 92 ดอลลาร์
5. หนี้สาธารณะสหรัฐฯ แตะระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์เป็นประวัติการณ์ ตอกย้ำความเสี่ยงด้านการคลังระยะยาว
6. SET +0.01% เคลื่อนไหวกรอบแคบ มีแรงขายสลับบ้างในระหว่างวัน บรรยากาศการลงทุนผ่อนคลายบ้างตาม Bond Yield ที่ลดลง
1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดย Dow Futures +0.1%, S&P 500 Futures +0.2% และ Nasdaq 100 Futures +0.5% หลังตลาดหุ้นได้แรงหนุนจากการที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวเป็นสองเท่าเพื่อสกัดการเทขายในตลาดตราสารหนี้ ส่งผลให้ Bond Yield ชะลอลงและคลายแรงกดดันต่อตลาดหุ้นระยะสั้น อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังต้องจับตาการเคลื่อนไหวของ Yield พันธบัตรและกระแสเงินทุนอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับผลประกอบการของกลุ่มเทคโนโลยีและ AI
2. รายงานการประชุม FOMC ประจำเดือน ก.ค. สะท้อนท่าที Hawkish มากขึ้น โดยมีกรรมการ 3 จาก 12 ท่านโหวตขึ้นดอกเบี้ย 0.25% และกรรมการส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกหากเงินเฟ้อยังไม่ปรับลดลงสู่เป้าหมาย 2% ข้อมูลนี้เพิ่มความไม่แน่นอนต่อทิศทางดอกเบี้ยของ Fed แม้ตัวเลขเศรษฐกิจและแรงงานล่าสุดจะเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ทำให้นักลงทุนต้องติดตามข้อมูลเงินเฟ้อและการจ้างงานในระยะถัดไปเพื่อประเมินโอกาสการปรับนโยบายการเงินของ Fed
3. Walmart เตรียมประกาศผลประกอบการประจำไตรมาส ซึ่งตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดในฐานะตัวชี้วัดสุขภาพการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐฯ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ทำให้พฤติกรรมการซื้อสินค้าเน้นสินค้าราคาประหยัดมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อ Same-Store Sales แต่ยังได้ธุรกิจโฆษณา Walmart Connect ที่เติบโตเด่นเข้ามาช่วยพยุง นักลงทุนควรติดตาม Guidance และมุมมองต่อกำลังซื้อครึ่งปีหลัง ซึ่งจะส่งผลต่อ Sentiment หุ้นกลุ่มค้าปลีกโดยตรง
4. โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเตือนถึง "ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจขั้นรุนแรง" สำหรับทุกประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน ขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า ส่งผลให้การสัญจรทางเรือผ่านช่องแคบ Hormuz ชะลอตัวลงอย่างมาก ปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์นี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวขึ้นกว่า 5% ในสัปดาห์นี้แตะระดับ 92 ดอลลาร์/บาร์เรล อาจกลายเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อระลอกใหม่และกระทบต่อทิศทางนโยบายการเงิน
5. หนี้สาธารณะรวมของสหรัฐฯ (Gross National Debt) ทะลุระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สะท้อนภาระดอกเบี้ยจ่ายและต้นทุนสวัสดิการภาครัฐที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รายได้ชะลอตัว ภาพนี้สะท้อนความเสี่ยงเชิงโครงสร้างด้านการคลังของสหรัฐฯ ในระยะยาว และอาจสร้างแรงกดดันต่อปริมาณการออกพันธบัตรรัฐบาลชุดใหม่ (Supply) ที่ต้องแข่งขันกับการระดมทุนของภาคเอกชน ต้องติดตามเสถียรภาพของตลาดพันธบัตรและทิศทางต้นทุนทางการเงินในระบบอย่างต่อเนื่อง
6. SET เคลื่อนไหวกรอบแคบ มีแรงขายสลับบ้างในระหว่างวัน บรรยากาศการลงทุนผ่อนคลายบ้างตาม Bond Yield ที่ลดลง หนุนโดยกลุ่มไฟแนนซ์ TIDLOR (+4.17%) TURBO (+7.60%) MICRO (+1.99%) จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลงอย่างมีนัยยสำคัญ ลดแรงกดดันต่อต้นทุนทางการเงิน ด้านกลุ่มการแพทย์ CHG (+3.87%) BCH (+3.64%) BDMS (+2.06%) มีแรงเข้าซื้อ เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ และตลาดเริ่มให้น้ำหนักต่อภาพการฟื้นตัวใน 2H26 ขณะที่ราคาหุ้นของกลุ่มยัง Laggard
-----
ที่มา: Investing.com
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b