Evening Brief

Evening Brief - เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 4 ส.ค. 2026

4 Aug 26 4:15 PM
เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ Evening Brief
สรุปสาระสำคัญ

1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นต่อ หนุนจากตัวเลข ISM ที่แข็งแกร่ง และความหวังเจรจาอิหร่าน แม้ข้อตกลงยังไม่ชัด
2. สหรัฐฯ–อิหร่านส่งสัญญาณขัดแย้งกัน ทำให้ราคาน้ำมันและ Sentiment ตลาดยังผันผวนสูง
3. ราคาหุ้น Palantir พุ่งหลังรายได้โตเกือบเท่าตัวพร้อมปรับเพิ่มเป้าทั้งปี หนุนความเชื่อมั่นหุ้น AI Software
4. ราคาหุ้น Snap เด้งหลังขาดทุนลดลง และรายได้โฆษณาฟื้น แม้การลดพนักงานยังสะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุน
5. ทำเนียบขาวหารือบริษัท AI ใหญ่เรื่องกรอบกำกับดูแล เพิ่มทั้งความชัดเจนและความเสี่ยงกฎเกณฑ์
6. SET ผันผวนและปิดลบ กลุ่มอิเล็กฯ-พลังงานถ่วง แต่ได้หุ้นงบ 2Q26 เด่นและกลุ่ม Laggard พยุง

🌙 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 4 สิงหาคม 2026

 

1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้น โดย Dow Futures เพิ่ม 0.2% S&P 500 Futures บวก 0.3% และ Nasdaq 100 Futures เพิ่ม 0.7% ต่อเนื่องจากตลาดที่ปิดบวกในคืนก่อน แรงหนุนมาจากข้อมูลภาคการผลิตสหรัฐฯ ที่เร่งตัวตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI รวมถึงงบ Microsoft, Amazon และ Palantir ที่ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นต่อธีม AI อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนเรื่องอิหร่านยังจำกัด Upside และทำให้ตลาดยังมีแนวโน้มคัดเลือกหุ้นตามคุณภาพกำไร

 

2. ความหวังต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังเปราะบาง หลังประธานาธิบดี Trump ระบุว่าการหารือกลับมาเริ่มอีกครั้ง และเตือนว่าเป็นโอกาสสุดท้ายในการบรรลุข้อตกลง ขณะที่กระทรวงต่างประเทศอิหร่านยืนยันว่าไม่มีการนัดประชุมหยุดยิงเกิดขึ้น ความไม่ชัดเจนดังกล่าวทำให้ Brent ฟื้นราว 1.3% สู่ประมาณ 84.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากช่องแคบ Hormuz ยังปิดยืดเยื้อ อาจหนุนราคาน้ำมัน เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ และกดดันสินทรัพย์เสี่ยงเป็นระยะ

 

3. หุ้น Palantir พุ่งมากกว่า 15% หลังตลาดปิด หลังรายได้ไตรมาส 2 เพิ่มเกือบเท่าตัวจากปีก่อนเป็น 1.94 พันล้านดอลลาร์ พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปีเป็นสูงสุด 8.16 พันล้านดอลลาร์ จากเดิมต่ำกว่า 7.7 พันล้านดอลลาร์ แรงหนุนสำคัญมาจากยอดขายเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ และความต้องการระบบ AI สำหรับภาครัฐ ภาพนี้ช่วยยืนยันว่า AI Software บางรายเริ่มเปลี่ยนความต้องการเป็นรายได้จริง แต่ Valuation สูงและการแข่งขันจากผู้เล่นต้นทุนต่ำยังเป็นความเสี่ยง

 

4. หุ้น Snap พุ่งมากกว่า 7% หลังตลาดปิด หลังขาดทุนไตรมาส 2 ลดลงเหลือ 164 ล้านดอลลาร์ จาก 262.6 ล้านดอลลาร์ในปีก่อน ขณะที่รายได้เพิ่ม 19% เป็น 1.6 พันล้านดอลลาร์ จากการฟื้นตัวของงบโฆษณาและรายได้สมาชิกแบบชำระเงินที่โตสูง อย่างไรก็ดี บริษัทมีแผนลดพนักงานประจำราว 16% เพื่อลดค่าใช้จ่าย สะท้อนว่าการฟื้นของรายได้ยังต้องควบคู่กับวินัยต้นทุน จึงอาจหนุน Sentiment ระยะสั้น แต่ตลาดจะยังจับตาความยั่งยืนของกำไรอย่างใกล้ชิด

 

5. รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมเชิญผู้บริหารจากบริษัท AI รายใหญ่ เช่น OpenAI, Google และ Anthropic เข้าหารือที่ทำเนียบขาวเกี่ยวกับกรอบกำกับดูแล AI โดยยังไม่ชัดว่ารัฐบาลจะเปิดรับข้อเสนอหรือเตรียมประกาศแนวทางฉบับสมบูรณ์ การหารืออาจช่วยเพิ่มความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์และลดความไม่แน่นอนระยะยาว แต่หากข้อกำหนดเข้มงวดเกินคาด อาจเพิ่มต้นทุนการพัฒนาและกดดันบริษัท AI ขนาดเล็กมากกว่ารายใหญ่ ส่งผลให้ตลาดเริ่มประเมินผู้ชนะจากทั้งเทคโนโลยีและความสามารถในการรับภาระด้านกฎเกณฑ์

 

6. SET Index วันที่ 4 ส.ค. 2026 ปิดที่ 1,617.13 จุด ลดลง 4.77 จุด (-0.29%) มูลค่าซื้อขาย 7.8 หมื่นล้านบาท ตลาดเคลื่อนไหวผันผวนและปิดลบจากแรงขายกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ และพลังงาน เช่น PTT (-1.30%), TOP (-1.14%), BCP (-2.20%) หลังความตึงเครียดตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย ขณะที่ GLOBAL (+5.26%) และ TU (+3.13%) เด่นหลังงบ 2Q26 ออกมาสูงกว่าคาด ส่วนกลุ่ม Laggard ก็ปรับขึ้นเช่นกัน อย่าง BCH (+3.77%), SAWAD (+2.41%) และ TIDLOR (+1.57%)

 

-----


ที่มา: Investing.com

 

ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b

 

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5