
1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ รีบาวด์ หลังแรงขายจากเหตุโจมตี Hormuz คลี่คลายบางส่วน ขณะราคาน้ำมันยังยืนสูงเหนือ 110 ดอลลาร์ กดดัน sentiment ตลาด
2. หยุดยิงสหรัฐฯ–อิหร่านสั่นคลอนอีกครั้ง หลังเกิดเหตุโจมตีและยึดเรือใกล้ Hormuz เพิ่มความไม่แน่นอนต่อเสถียรภาพภูมิรัฐศาสตร์
3. ราคาน้ำมันดิบยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง แม้เริ่มเห็นเรือพาณิชย์บางส่วนผ่านช่องแคบ Hormuz ได้ ภายใต้การคุ้มกันของกองทัพสหรัฐฯ
4. ตลาดจับตาผลประกอบการ AMD ท่ามกลางการแข่งขันชิป AI กับ Nvidia และความคาดหวังการใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐาน AI ต่อเนื่อง
5. Apple หารือ Intel และ Samsung กระจายความเสี่ยงซัพพลายเชนชิป ลดการพึ่งพา TSMC ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มสูง
6. ดัชนี SET ปรับตัวลดลง -0.24% โดยเผชิญแรงขายหลังทดสอบระดับ 1500 จุด ท่ามกลางความตึงเครียดใหม่ในตะวันออกกลาง
1. ฟิวเจอร์สดัชนีหลักสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น โดยดัชนี Dow futures บวกประมาณ 0.3% ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq 100 เพิ่มขึ้นราว 0.3–0.4% สะท้อนแรงรีบาวด์หลังตลาดปรับฐานในวันก่อนหน้า จากรายงานการโจมตีบริเวณช่องแคบ Hormuz ที่สั่นคลอนข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ–อิหร่าน ราคาน้ำมันเคยพุ่งเหนือ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะเริ่มชะลอลงเล็กน้อย กลุ่มพลังงานยังได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่สูง ขณะที่หุ้นโลจิสติกส์อย่าง FedEx และ UPS ปรับลงแรง หลัง Amazon เปิดบริการใหม่เพิ่มการแข่งขันในธุรกิจขนส่ง สะท้อนการหมุนกลุ่ม (sector rotation) ภายใต้ความผันผวนภูมิรัฐศาสตร์
2. สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียดอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ และอิหร่านต่างตอบโต้ทางทหารรอบใหม่ ท่ามกลางความพยายามของสหรัฐฯ ในการเปิดช่องแคบ Hormuz ภายใต้ปฏิบัติการ “Project Freedom” มีรายงานเรือพาณิชย์หลายลำเกิดไฟไหม้หรือระเบิดในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่สหรัฐฯ อ้างว่าสามารถคุ้มกันเรือสัญชาติสหรัฐฯ ผ่านช่องแคบได้บางส่วน ความขัดแย้งยังขยายไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และท่าเรือน้ำมันใน Fujairah เพิ่มความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงาน ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ตลาดยังไม่มั่นใจว่าข้อตกลงหยุดยิงจะคงอยู่ได้ยาวนาน
3. ราคาน้ำมันดิบเริ่มเห็นสัญญาณผ่อนคลายเล็กน้อย แม้ราคายังเคลื่อนไหวอยู่ในระดับสูง โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ล่าสุดเคลื่อนไหวแถว 113 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีรายงานว่าเรือบางลำสามารถผ่านช่องแคบ Hormuz ได้ภายใต้การคุ้มกันของกองทัพสหรัฐฯ บริษัทเดินเรือ Maersk เปิดเผยว่าเรือสัญชาติสหรัฐฯ ลำหนึ่งสามารถออกจากอ่าวได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังประเมินว่าการฟื้นตัวของเส้นทางขนส่งอาจใช้เวลา และราคาน้ำมันที่สูงต่อเนื่องยังคงเป็นความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อโลกและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
4. Advanced Micro Devices (AMD) เตรียมรายงานผลประกอบการหลังปิดตลาด นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการแข่งขันกับ Nvidia ในตลาดชิป AI โดยก่อนหน้านี้ AMD คาดว่ารายได้ไตรมาสแรกจะอยู่ราว 9.8 พันล้านดอลลาร์ ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แม้ได้แรงหนุนจากการกลับมาขายสินค้าในจีน ตลาดต้องการเห็นว่าบริษัทสามารถเร่งส่วนแบ่งตลาด AI ได้มากเพียงใด ท่ามกลางการใช้จ่ายด้าน AI infrastructure ที่ยังแข็งแกร่ง โดยภาพรวมฤดูกาลงบไตรมาสแรกของ S&P 500 ยังดีกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ
5. Apple อยู่ระหว่างการหารือเบื้องต้นกับ Intel และ Samsung เกี่ยวกับการผลิตชิปสำหรับอุปกรณ์ของบริษัท ตามรายงานของ Bloomberg การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความพยายามลดการพึ่งพา Taiwan Semiconductor Manufacturing (TSMC) เพียงรายเดียว การกระจายฐานการผลิตอาจช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นซัพพลายเชนในช่วงที่ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้น แม้ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย แต่หากเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญของ Apple ในการบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและการผลิต
6. ดัชนี SET ปิดที่ 1490.10 จุด (-3.59จุด/ -0.24%) มูลค่าการซื้อขาย 7.3 หมื่นลบ. โดย SET เผชิญแรงขายหลังทดสอบระดับ 1500 จุด ท่ามกลางความตึงเครียดใหม่ในตะวันออกกลาง ด้านหุ้น SCC (-3.75%) เผชิญแรงขายทำกำไร กังวลผลประกอบการ 2Q69 ชะลอตัวจากต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้นและการปิดโรงงาน Long Son ชั่วคราว กลาง พ.ค. นี้ และราคาได้ปรับขึ้นสะท้อนงบ 1Q69 แล้ว ขณะที่กลุ่มไฟแนนซ์เผชิญแรงขาย TIDLOR (-5.88%) SAWAD (-3.43%) MTC (-2.54%) คาดถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับขึ้น อย่างไรก็ตาม GUNKUL (+8.90%) ปรับขึ้นต่อเนื่อง คาดนโยบายสนับสนุนการติด Solar Rooftop หนุนต่อเนื่อง เก็งอาจเป็น Growth Driver ใหม่สำหรับบริษัท
-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b