Bites for Dinner

Bites for Dinner - เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 23 มี.ค. 2569

23 Mar 26 5:00 PM
เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้
สรุปสาระสำคัญ

1. ฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐฯ อ่อนตัวลงต่อ น้ำมันดิบ Brent ปิดเหนือ $112 กดดันเงินเฟ้อและนโยบายการเงิน

2. ปธน. Trump ยื่นคำขาดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านยืนกรานปฏิเสธ

3. IEA เตือนวิกฤตน้ำมัน “รุนแรงมาก” พร้อมพิจารณาปล่อยสต็อกน้ำมันเพิ่มเติม

4. ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า นักลงทุนลดความเสี่ยง ท่ามกลางสงครามยืดเยื้อ

5. ทองคำร่วงแรง ตลาดกังวลเงินเฟ้อสูงยาว กดดันโอกาสลดดอกเบี้ยของธนาคารกลาง

6. ดัชนี SET ปรับตัวลดลง -2.49% ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 1400 จุด ตามทิศทางภูมิภาค

🌙 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 23 มีนาคม 2569

 

1. ฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลง โดย Dow futures ปรับตัว -0.7%, S&P 500 -0.8% และ Nasdaq 100 -0.9% หลังสงครามอิหร่านยืดเยื้อเข้าสัปดาห์ที่ 4 และราคาน้ำมัน Brent ปิดเหนือ $112 ต่อบาร์เรล จากระดับราว $70 ก่อนเกิดความขัดแย้ง ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นส่งผ่านไปยังราคาน้ำมันเบนซินสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นราว 32% สู่ $3.94 ต่อแกลลอน สร้างแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มเติม แม้ Fed คงดอกเบี้ยที่ 3.5–3.75% ในการประชุมครั้งล่าสุด แต่ตลาดเริ่มลดคาดการณ์การลดดอกเบี้ย และบางส่วนเริ่มพูดถึงความเสี่ยงการกลับมาขึ้นดอกเบี้ย หาก Energy shock ยืดเยื้อ

 

2. ปธน. Donald Trump ออกคำขาดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายในคืนวันจันทร์นี้ มิฉะนั้นโรงไฟฟ้าหลักของอิหร่านอาจตกเป็นเป้าโจมตี โดยช่องแคบฮอร์มุซรองรับการขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก และปัจจุบันแทบไม่สามารถเดินเรือได้จากความเสี่ยงด้านความมั่นคง อย่างไรก็ตาม อิหร่านตอบโต้ทันทีว่าจะปิดช่องแคบโดยสมบูรณ์ หากโครงสร้างพื้นฐานพลังงานถูกโจมตี อย่างไรก็ตาม ท่าทีของ Trump มีความผสมผสาน แม้จะระบุว่าสหรัฐฯ พร้อมทำลายโครงสร้างพื้นฐานพลังงานบางแห่ง แต่ก็ส่งสัญญาณว่าปฏิบัติการอาจใกล้เข้าสู่ช่วงท้าย และมีรายงานว่าทำเนียบขาวเริ่มพิจารณารูปแบบข้อตกลงหยุดยิงกับเตหะราน นักวิเคราะห์มองว่าสถานการณ์ยังเปิดกว้างทั้งต่อการยกระดับและการหาทางออกเชิงการทูต

 

3. Fatih Birol ผู้อำนวยการบริหารของ International Energy Agency (IEA) ระบุว่าวิกฤตครั้งนี้ “รุนแรงมาก” และอาจหนักกว่าวิกฤตทศวรรษ 1970 โดย IEA อยู่ระหว่างหารือกับรัฐบาลยุโรปและเอเชียเกี่ยวกับการปล่อยน้ำมันสำรองเพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ประเทศสมาชิกได้ปล่อยน้ำมันสำรองแล้วกว่า 400 ล้านบาร์เรล หรือราว 20% ของสต็อกทั้งหมด อย่างไรก็ตาม Birol ย้ำว่าการฟื้นตัวของตลาดจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนก็ต่อเมื่อการเดินเรือผ่านฮอร์มุซกลับมาเป็นปกติ ล่าสุด Brent ขยับขึ้นต่อ สะท้อน Risk Premium ที่ยังไม่คลาย

 

4. ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ปรับขึ้นสู่ 99.75 เพิ่มกว่า 2% ในรอบเดือน นักลงทุนกลับเข้าถือดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่สกุลเงินที่สะท้อน Risk sentiment เช่น AUD อ่อนค่า ส่วน JPY ก็อ่อนตัวจนทางการญี่ปุ่นส่งสัญญาณพร้อมแทรกแซงค่าเงิน ภาพรวมสะท้อนการลด Risk Exposure ในช่วงต้นสัปดาห์ นักลงทุนประเมินว่าสถานการณ์ยังห่างไกลจากการเจรจาสันติภาพ และ Energy shock อาจกดดันเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง

 

5. ราคาทองคำปรับลดลงแรง ลบกำไรทั้งปี แม้ปกติทองจะได้ประโยชน์จากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ แต่รอบนี้ตลาดให้น้ำหนักกับความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงานมากกว่า หากเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัว ธนาคารกลางหลักอาจต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ในลักษณะ higher-for-longer ซึ่งเป็นลบต่อสินทรัพย์ที่มีความอ่อนไหวต่อดอกเบี้ยอย่างทองคำ นักวิเคราะห์มองว่าขณะนี้ตลาดกำลังปรับมุมมองใหม่ต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย มากกว่าการซื้อขายตามปัจจัยสงครามเพียงอย่างเดียว

 

6. ดัชนี SET ปิดที่ 1397.34 จุด (-35.65จุด/ -2.49%) มูลค่าการซื้อขาย 6.1 หมื่นลบ. โดยปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 1400 จุด ตามทิศทางภูมิภาค คาดตลาดกังวลสงครามตะวันออกกลางเริ่มมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยกลุ่มไฟแนนซ์ปรับตัวลงแรง TIDLOR (-8.44%) MTC (-6.84%) SAWAD (-6.09%) คาดได้รับปัจจัยกดดันจากความสามารถการชำระหนี้ที่มีแนวโน้มลดลง ตามกำลังซื้อและ Stagflation จากประเด็นข้างต้น ขณะที่กลุ่มพลังงาน PTTEP (+0.65%) สามารถปรับขึ้นสวนทิศทางตลาดได้ ตามราคาพลังงานที่มีแนวโน้มปรับขึ้นต่อ โดยเฉพาะถ่านหิน BANPU (+2.44%) LANNA (+5.81%) AGE (+9.49%) ที่คาดจะมีบทบาทมากขึ้นหลังโรงผลิต LNG กาตาร์ถูกโจมตี

 

-----

ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX

 

ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b

 

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5