
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงเล็กน้อย จากแรงขายหุ้นกลาโหม หลังทรัมป์แทรกแซงนโยบาย ด้านหุ้นเอเชีย–โลกอ่อนตัวจากแรงขายทำกำไร
2. ทรัมป์สั่งคุมบริษัทกลาโหม ลดซื้อหุ้นคืน–ปันผล เร่งลงทุนผลิตอาวุธ สร้างความผันผวนระยะสั้นแต่หนุนธีมลงทุนหุ้นกลาโหมระยะยาว
3. จ้างงานเอกชนสหรัฐเพิ่ม 41,000 ตำแหน่งในธ.ค. สะท้อนตลาดแรงงานชะลออย่างค่อยเป็นค่อยไป หนุนมุมมองลดดอกเบี้ยของเฟด
4. จีนยกระดับความขัดแย้งกับญี่ปุ่น เปิดสอบสวนวัตถุดิบชิปท่ามกลางแรงกดดันกรณีไต้หวัน มีแนวโน้มกดดันต่อหุ้นญี่ปุ่นในระยะสั้น
5. อินเดียคาดเศรษฐกิจโต 7.4% ยังคงแกร่งสุดในกลุ่มประเทศหลัก แม้ถูกกดดันจากภาษีสหรัฐ หนุนมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นอินเดียระยะยาว
6. ภาวะเงินเฟ้อไทยใน ธ.ค. 2568 หดตัว 0.28%YoY ทำให้เงินเฟ้อเฉลี่ยในปี 2568 หดตัว 0.14% ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี
7. PBOC ให้คำมั่นเดินหน้านโยบายการเงินผ่อนคลายปานกลาง InnovestX Research มองเป็น Sentiment เชิงบวกระยะสั้นต่อหุ้น China Play
Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
08 January 2026
1. ตลาดหุ้นโลกชะลอความร้อนแรง หลังนักลงทุนประเมินข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาผสมผสานกับความเสี่ยงทางการเมืองจากท่าทีของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ดัชนี S&P 500 ปรับลง 0.3% ขณะที่ Dow Jones ลดลง 0.9% ด้านตลาดพันธบัตรได้แรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลง 3 bps สู่ระดับ 4.14% ข้อมูลภาคบริการสหรัฐฯ ขยายตัวแรงในเดือนธันวาคม แต่ตลาดยังจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรและทิศทางดอกเบี้ยเฟดในระยะถัดไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้า
2. ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร กดดันบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้ลดการซื้อหุ้นคืนและจ่ายปันผล พร้อมสั่งเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและกำลังการผลิตอาวุธ แหล่งข่าวระบุว่าคำสั่งดังกล่าวเรียกร้องให้บริษัทรายใหญ่ยุติจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นจนกว่าจะเพิ่มการลงทุนด้านการผลิตและวิจัย ทรัมป์ยังเรียกร้องให้จำกัดค่าตอบแทนผู้บริหาร และชี้ว่าการเน้นผลตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ผ่านมาเกิดขึ้นโดยแลกกับการลงทุนในโรงงานและอุปกรณ์ นโยบายนี้อาจสร้างความผันผวนต่อหุ้นกลุ่มกลาโหมในระยะสั้น แต่เอื้อต่อบริษัทในระยะกลาง–ยาว จากการเพิ่มการผลิตและรับประโยชน์จากการเร่งงบลงทุนด้านกลาโหม
3. บริษัทเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มการจ้างงาน 41,000 ตำแหน่งในเดือนธันวาคม ตามข้อมูล ADP ต่ำกว่าคาดการณ์นักเศรษฐศาสตร์จาก Bloomberg ที่ 50,000 ตำแหน่ง หลังจากเดือนก่อนหน้าหดตัว ภาพรวมชี้ว่าตลาดแรงงานกำลังชะลอลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ทรุดตัวรุนแรง การจ้างงานเพิ่มในกลุ่มการศึกษา สุขภาพ และท่องเที่ยว ขณะที่ภาคบริการวิชาชีพและการผลิตหดตัว ธุรกิจขนาดเล็กกลับมาจ้างงานอีกครั้ง ด้านค่าจ้างผู้เปลี่ยนงานเร่งขึ้น ขณะที่ผู้ทำงานเดิมยังเติบโตในระดับปานกลาง สัญญาณจากตลาดแรงงานที่ชะลอลงช่วยสนับสนุนการลดดอกเบี้ยของเฟด โดยตลาดคาดเฟดลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในเดือนมิถุนายนและกันยายน
4. จีนเริ่มการสอบสวน anti-dumping ต่อสาร Dichlorosilane วัตถุดิบสำคัญในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์จากญี่ปุ่น ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้ง หลังจีนเพิ่งประกาศแบนการส่งออกสินค้าที่ใช้ทางการทหารและพิจารณาควบคุมการส่งออก rare earth ไปยังญี่ปุ่น เพื่อตอบโต้ถ้อยแถลงของนายกฯ ทากาอิจิ เกี่ยวกับไต้หวัน ขณะที่ญี่ปุ่นออกมาคัดค้านมาตรการควบคุมการส่งออกของจีน ซึ่งอาจกระทบอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ประเด็นนี้มีโอกาสแรงกดดันต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นในระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่หุ้น rare earth อาจได้แรงหนุนจากความกังวลด้านอุปทาน
5. รัฐบาลอินเดียคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 7.4% ในปีงบประมาณ 2026 สิ้นสุดเดือนมีนาคม สอดคล้องกับคาดการณ์นักเศรษฐศาสตร์จาก Bloomberg survey และยังคงสถานะประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่เติบโตเร็วที่สุด แม้เผชิญแรงกดดันจากภาษีสหรัฐ 50% ต่อสินค้าส่งออกอินเดีย เศรษฐกิจอินเดียแสดงถึงความยืดหยุ่นท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านการค้า โดยแรงขับเคลื่อนหลักยังมาจากอุปสงค์ภายในประเทศที่เติบโตต่อเนื่อง ภาพเศรษฐกิจที่ยังเติบโตแข็งแกร่งช่วยหนุนปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นอินเดียในระยะกลาง–ยาว
6. ภาวะเงินเฟ้อไทยใน ธ.ค. 2568 หดตัว 0.28%YoY ใกล้เคียงตลาดคาดแต่หดตัวน้อยกว่าที่เราคาดไว้ เป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 กดดันจากราคาอาหารและพลังงาน ทำให้เงินเฟ้อเฉลี่ยในปี 2568 หดตัว 0.14% ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ด้าน สนค. ประเมินเงินเฟ้อเฉลี่ยในปี 2569 จะขยายตัวในกรอบ 0-1%
7. ธนาคารกลางจีน (PBOC) ให้คำมั่นจะเดินหน้านโยบายการเงินแบบผ่อนคลายปานกลางในปี 2569 เช่น การลดอัตราส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) และอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น InnovestX Research มองเป็น Sentiment เชิงบวกระยะสั้นต่อหุ้น China Play อย่าง SCC SCGP IVL PTTGC เป็นต้น
ประเด็นที่ต้องติดตาม: Consumer Confidence ของญี่ปุ่น เดือน ธ.ค. คาดว่าจะออกมาที่ 38.1 จากก่อนหน้าที่ 37.5