PDF Available  
Thai Stock Update

สาธารณูปโภค: การโจมตีแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในกาต้าร์ กระทบต่อ Supply ก๊าซ LNG ของโลก ทำให้ต้นทุนก๊าซมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นนานกว่าคาด

By ชัยวัฒน์ อาศิระวิชัย|19 Mar 26 3:33 PM
สรุปสาระสำคัญ

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ลุกลามเข้าสู่สงครามเศรษฐกิจและพลังงานอย่างเต็มรูปแบบ โดยในช่วงวันที่ 18-19 มีนาคม 2569 อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเขตนิคมอุตสาหกรรม Ras Laffan ของกาตาร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออก LNG ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปฏิบัติการนี้เป็นการตอบโต้หลังจากที่อิสราเอลได้ทำการโจมตีแหล่งก๊าซ South Pars ของอิหร่านก่อนหน้านี้

บริษัท QatarEnergy ยืนยันว่าเกิด "ความเสียหายอย่างกว้างขวาง" ต่อโรงงาน Pearl GTL และโครงสร้างพื้นฐานด้าน LNG ทำให้เกิดเพลิงไหม้รุนแรง แม้จะควบคุมเพลิงได้แล้วในเบื้องต้น แต่กาตาร์จำเป็นต้องประกาศ ระงับการผลิต LNG ชั่วคราว * ผลกระทบต่อ Supply โลก: กาตาร์มีกำลังการผลิต LNG เป็นอันดับที่ 2 ของโลก (รองจากสหรัฐฯ) อยู่ที่ประมาณ 81 ล้านตันต่อปี (mtpa) คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 19% ของอุปทาน LNG ทั่วโลก โดยผลผลิตกว่า 80% ถูกส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การหยุดชะงักนี้จึงถือเป็นการตัดเส้นเลือดใหญ่ด้านพลังงานของโลก

 

เนื่องจากเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นและโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายหนัก จึงยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจน แต่การซ่อมแซมโรงงานระดับ Mega Project ในภาวะสงครามอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าจะกลับมาเดินเครื่องได้เต็มกำลัง

 

ปัจจุบัน ประเทศไทยนำเข้า LNG จากกาตาร์เป็นอันดับต้นๆ โดยมีสัดส่วนประมาณ 21% - 25% ของปริมาณการนำเข้า LNG ทั้งหมด (สูสีกับออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา) และมีสัดส่วนการใช้ LNG ใน Pool Gas ทั้งหมดราว 36% (จากอ่าวไทย 54% และเมียนมา 11%)

 

ประเด็นดังกล่าวจะทำให้ ต้นทุน Pool Gas ของไทยจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจะถูกส่งผ่านไปยังค่าเอฟที (Ft) ทำให้ประชาชนและภาคอุตสาหกรรมต้องแบกรับภาระค่าไฟที่แพงขึ้น ซึ่งมองเป็นลบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า SPP ที่มาร์จิ้นจะถูกทำให้แคบลง กดดันผลประกอบการ จึงแนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นโรงไฟฟ้า SPP อย่าง GPSC และ BGRIM ไปก่อน

Author
Slide13
ชัยวัฒน์ อาศิระวิชัย

นักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มวัสุดก่อสร้าง ชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิก และสินทรัพย์ดิจิทัล

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5