จากข่าวการปรับราคาน้ำมันค้าปลีกลิตรละ 6 บาทเพื่อลดภาระกองทุนน้ำมันที่จะเริ่มมีผลในวันที่ 26 มี.ค. 2569 นี้ เราคาดว่าผลกระทบต่อผู้ค้าปลีกน้ำมัน (OR, BCP, PTG, SPRC) จะไม่มากนักในระยะสั้นเนื่องจากราคาที่ปรับขึ้นเพื่อลดภาระของกองทุนฯ ที่ปัจจุบันสนับสนุนอยู่ที่ 9.73-26.99 บาท/ลิตร เราได้ตรวจสอบกับ บจ. พบว่าค่าการตลาดในช่วงที่ผ่านมาก็ค่อนข้างทรงตัวที่ 2 บาท/ลิตร +/- ไม่สูงเท่ากับที่ทางกระทรวงพลังงานคำนวณ เราเชื่อว่าเกิดจากภาระของกองทุนฯ ที่เริ่มเกินกำลังและเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การปรับเพิ่มราคาจะยังคงต่อเนื่องจากภาระของกองทุนฯ ที่ยังสนับสนุนสูงถึงกว่า 20 บาท/ลิตรสำหรับน้ำมันดีเซล
ในระยะกลาง-ยาว ถ้าสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย เราคาดว่าจะเริ่มเห็นผลกระทบจากอุปสงค์ที่ลดลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และอาจกดดันให้การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันสูงขึ้นและกดดันค่าการตลาดในที่สุด
คำแนะนำ: แม้ว่ากลุ่มค้าปลีกน้ำมันจะไม่ได้รับผลกระทบระยะสั้น แต่ภาพตลาดโดยรวมจะทำให้ราคาหุ้นของกลุ่มน่าจะย่อตัวลงด้วย เราแนะนำให้นักลงทุนระมัดระวังแรงกระแทกจากภาพตลาดโดยรวม เรามองว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวระดับสูงหุ้นกลุ่มต้นน้ำน่าจะยังเป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุด (แม้ว่าอาจจะได้รับแรงกระแทกจากตลาดโดยรวมเช่นกัน)
