
จีนกำลังวางเป้าหมายระยะยาวในการเปลี่ยนตัวเองจากฐานการผลิตของโลก ไปสู่ตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่สุดของโลกภายใน 10–15 ปี โดยมีภาคบริการและการบริโภคในประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะเดียวกัน รัฐบาลออกนโยบายยกระดับค้าปลีกให้ทันสมัยภายในปี 2030 ผ่านการพัฒนาร้านค้าจริง ช่องทางออนไลน์ เทคโนโลยี ห่วงโซ่อุปทาน และแหล่งเงินทุน ภาพรวมจึงเป็นสัญญาณบวกต่อธีมการบริโภคในจีนในระยะกลางถึงยาว ขณะที่ระยะสั้นยังต้องระวังความเสี่ยงจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอ ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ รายได้ครัวเรือนที่ยังเติบโตไม่ทั่วถึง และการแข่งขันด้านราคาในอีคอมเมิร์ซ
1. ภาพใหญ่: จีนต้องการเปลี่ยนจากฐานการผลิต สู่ตลาดบริโภคขนาดใหญ่
จีนกำลังส่งสัญญาณชัดเจนมากขึ้นว่าการบริโภคภายในประเทศจะเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจระยะยาว หลังมีมุมมองจากที่ปรึกษานโยบายว่า จีนมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดของโลกภายใน 10–15 ปีข้างหน้า หรือราวปี 2041 โดยแรงขับเคลื่อนหลักจะมาจากการบริโภคภาคบริการ เช่น ท่องเที่ยว ร้านอาหาร สุขภาพ การศึกษา ความบันเทิง กีฬา และบริการไลฟ์สไตล์
ปัจจุบันจีนเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลก โดยมีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของผลผลิตภาคอุตสาหกรรมโลก แต่สัดส่วนการบริโภคยังอยู่เพียงประมาณ 13–15% ของการบริโภคทั่วโลก สะท้อนว่ายังมีช่องว่างขนาดใหญ่ในการเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ หากสัดส่วนการบริโภคของจีนเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 1 จุดทุก 1–2 ปี จีนอาจมีสัดส่วนการบริโภคโลกสูงกว่า 20% ในระยะ 10–15 ปี และกลายเป็นทั้งฐานการผลิต ตลาดผู้บริโภค และผู้นำเข้ารายใหญ่ของโลก
สาระสำคัญคือ จีนไม่ได้ต้องการเป็นเพียงโรงงานของโลก แต่ต้องการพัฒนาเป็นตลาดปลายทางของโลกด้วย ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาการส่งออกและการลงทุน พร้อมเพิ่มความมั่นคงให้เศรษฐกิจระยะยาว
2. นโยบายค้าปลีกปี 2030: เครื่องมือหลักในการกระตุ้นการบริโภค
รัฐบาลจีนออกแนวทางเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมค้าปลีก โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2030 จะสร้างระบบค้าปลีกสมัยใหม่ที่มีโครงสร้างเหมาะสม สินค้าและบริการมีคุณภาพ รูปแบบธุรกิจหลากหลาย ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น และแข่งขันอย่างเป็นธรรมมากขึ้น
นโยบายนี้ไม่ได้เน้นเพียงการกระตุ้นยอดขายระยะสั้น แต่เป็นการปรับโครงสร้างระบบค้าปลีกทั้งระบบ เพื่อให้ภาคค้าปลีกกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายอุปสงค์ภายในประเทศ โดยมี 4 แกนหลัก ได้แก่
|
แกนนโยบาย |
รายละเอียดสำคัญ |
กลุ่มที่เกี่ยวข้อง |
|
1. ยกระดับร้านค้าจริง |
ปรับห้าง ศูนย์การค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ถนนคนเดิน และร้านค้าชุมชน ให้เป็นพื้นที่ประสบการณ์ พักผ่อน และความบันเทิง |
ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร บันเทิง ท่องเที่ยว |
|
2. พัฒนาออนไลน์ให้เป็นระเบียบ |
กำกับราคา โปรโมชัน ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม และอัลกอริทึม เพื่อลดการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงเกินไป |
อีคอมเมิร์ซ แพลตฟอร์มออนไลน์ |
|
3. ใช้เทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทาน |
ส่งเสริม AI ระบบดิจิทัล ร้านค้าอัจฉริยะ คลังสินค้า การจัดส่งร่วม และระบบบริหารสินค้าคงคลัง |
เทคโนโลยีค้าปลีก โลจิสติกส์ ซอฟต์แวร์ |
|
4. เพิ่มแหล่งเงินทุน |
สนับสนุนบริษัทค้าปลีกคุณภาพดีเข้าตลาดหุ้น ออก Asset-Backed Securities และ REITs เพื่อใช้ปรับปรุงสาขาและโครงสร้างพื้นฐาน |
ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ การเงิน |
มุมมองของ INVX
เรามองว่าการบริโภครอบใหม่ของจีนจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสินค้าคงทนหรือสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป แต่จะขยายไปสู่ภาคบริการมากขึ้น โดยเฉพาะบริการที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต เช่น ร้านอาหาร ท่องเที่ยว โรงแรม กีฬา สุขภาพ การศึกษา ความบันเทิง และบริการผู้สูงอายุ
ขณะเดียวกัน การยกระดับค้าปลีกจีนจะต้องพึ่งพาระบบหลังบ้านจำนวนมาก ทั้งคลังสินค้า ระบบขนส่งเย็น การกระจายสินค้า ระบบข้อมูล การบริหารสินค้าคงคลัง AI สำหรับค้าปลีก และการชำระเงินดิจิทัล ทำให้กลุ่มโลจิสติกส์และเทคโนโลยีค้าปลีกมีโอกาสได้รับประโยชน์ตามไปด้วย
อุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์สามารถสรุปได้ดังนี้
|
อุตสาหกรรม |
เหตุผลที่ได้ประโยชน์ |
|
ค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ |
ได้แรงหนุนจากการบริโภคภายในประเทศและค้าปลีกดิจิทัล |
|
ร้านอาหารและบริการท้องถิ่น |
ภาคบริการเป็นหัวใจของการบริโภครอบใหม่ |
|
ท่องเที่ยวและโรงแรม |
ได้ประโยชน์จากการใช้จ่ายด้านประสบการณ์ |
|
ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า |
ร้านค้าจริงถูกยกระดับเป็นพื้นที่พักผ่อนและความบันเทิง |
|
โลจิสติกส์ |
ค้าปลีกสมัยใหม่ต้องใช้คลังสินค้าและระบบจัดส่งที่มีประสิทธิภาพ |
|
เทคโนโลยีค้าปลีก |
ได้แรงหนุนจาก AI ระบบข้อมูล และการเชื่อมออนไลน์กับออฟไลน์ |
กล่าวโดยสรุป ธีม China Consumption มีความน่าสนใจมากขึ้นในเชิงโครงสร้างในจีนในระยะกลางถึงยาว เพราะรัฐบาลจีนกำลังให้ความสำคัญกับการบริโภคภายในประเทศในฐานะเครื่องยนต์เศรษฐกิจระยะยาว โดยเฉพาะการบริโภคภาคบริการ ค้าปลีกสมัยใหม่ ร้านค้าจริงที่เน้นประสบการณ์ และการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ได้แก่ Meituan จากการบริโภคภาคบริการ, JD.com จากโลจิสติกส์และค้าปลีกคุณภาพ, Alibaba จากอีคอมเมิร์ซและ Cloud, Tencent จากระบบนิเวศดิจิทัล, Yum China จากร้านอาหาร และ Trip.com จากการท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นยังต้องระวังความเสี่ยงจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังอ่อนแอ ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ รายได้ครัวเรือนที่ยังเติบโตไม่ทั่วถึง และการแข่งขันด้านราคาในอีคอมเมิร์ซ
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน