Offshore Stock Update

Carrefour–Nestlé–Moncler: เงินเฟ้อเริ่มกระทบปริมาณขายและจำกัดการขยายมาร์จิ้น

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|24 Jul 26 10:55 AM
europe consumption
สรุปสาระสำคัญ

ผลประกอบการช่วง 1H26 ของ Carrefour, Nestlé และ Moncler สะท้อนว่าเงินเฟ้อเริ่มกระทบปริมาณขายและจำกัดการขยายตัวของอัตรากำไร แม้สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นจะยังมีความยืดหยุ่นสูง แต่ผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคามากขึ้น ขณะที่สินค้าฟุ่มเฟือยอย่าง Moncler เริ่มชะลอตัวใน 2Q26 จากนักท่องเที่ยวในยุโรปที่ลดลงและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชะลอการตัดสินใจซื้อ ภาพรวมจึงสะท้อนคุณภาพการเติบโตที่ต่ำลง โดยบริษัทต่าง ๆ ต้องเลือกระหว่างการยอมเสียปริมาณขาย การปรับลดราคา หรือการยอมรับมาร์จิ้นที่ฟื้นตัวช้าลง

1) สรุปภาพรวมผลประกอบการ


ผลประกอบการ 1H26 ของ Carrefour, Nestlé และ Moncler ออกมาแบบผสม โดย Carrefour ต่ำกว่าคาดในระดับกำไรจากการดำเนินงาน แม้ยอดขายสาขาเดิม 2Q26 ดีกว่าคาด สะท้อนว่าการลดราคาช่วยหนุนปริมาณขาย แต่กดดันคุณภาพกำไร ขณะที่ Nestlé ทำกำไรจากการดำเนินงานและอัตรากำไรดีกว่าคาดเล็กน้อยจากการลดต้นทุน แม้ปริมาณขายในสหรัฐฯ และยุโรปยังอ่อนแอ ส่วน Moncler รายได้และกำไร 1H26 ดีกว่าคาดเล็กน้อย แต่การเติบโตของแบรนด์หลักใน 2Q26 ชะลอลงมากกว่าที่ตลาดคาดจากนักท่องเที่ยวในยุโรปลดลง


ในภาพรวม การบริโภคสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นยังมีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะอาหารและสินค้าในตลาดเกิดใหม่ แต่ผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคามากขึ้น ขณะที่สินค้าฟุ่มเฟือยได้รับผลกระทบจากการชะลอการซื้อและการท่องเที่ยวมากกว่า เงินเฟ้อด้านวัตถุดิบ พลังงาน ขนส่ง และภาษีนำเข้าไม่ได้ทำให้รายได้ลดลงอย่างรุนแรง แต่ทำให้บริษัทต้องเลือกระหว่างขึ้นราคา ลงทุนด้านราคา หรือยอมรับมาร์จิ้นที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด


2) ตารางผลประกอบการแยกรายบริษัท


2.1) Carrefour


ผลประกอบการ 1H26

 

รายการ

1H26

เปลี่ยนแปลง YoY

ตลาดคาด

เทียบคาด

ยอดขายสุทธิ

€39.43 พันล้าน

-5.6%

€39.88 พันล้าน

ต่ำกว่าคาด 1.1%

กำไรจากการดำเนินงานปกติ

€757 ล้าน

+11.0%

€779–802 ล้าน

ต่ำกว่าคาด 3–6%

อัตรากำไรจากการดำเนินงาน

1.9%

เพิ่มจาก 1.6%

1.88%

ใกล้เคียงคาด

กำไรสุทธิปรับปรุง

€345 ล้าน

+26.8%

€352 ล้าน

ต่ำกว่าคาด 2%

EPS ปรับปรุง

€0.49

+18.3%

€0.45

ดีกว่าคาด 9%


รายละเอียดกำไรตามภูมิภาค 1H26

 

ภูมิภาค

กำไรดำเนินงาน

เปลี่ยนแปลง YoY

มาร์จิ้น

เทียบคาด

ฝรั่งเศส

€300 ล้าน

+13.8%

1.5%

ต่ำกว่าคาด €312 ล้าน

สเปน

€177 ล้าน

+7.3%

3.3%

ดีกว่าคาด €171 ล้าน

บราซิล

€359 ล้าน

+5.8%

4.0%

ดีกว่าคาด €346 ล้าน

ประเทศอื่น

-€34 ล้าน

ขาดทุนเพิ่ม

-0.8%

ต่ำกว่าคาด -€18 ล้าน


ยอดขาย 2Q26

 

รายการ

2Q26

ตลาดคาด

เทียบคาด

ยอดขายรวมภาษี

€22.71 พันล้าน

€23.01 พันล้าน

ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย

ยอดขายสาขาเดิมไม่รวมเชื้อเพลิง

+1.9%

+1.6%

ดีกว่าคาด

ฝรั่งเศส

+1.0%

+0.8%

ดีกว่าคาด

ไฮเปอร์มาร์เก็ตฝรั่งเศส

+0.8%

+0.1%

ดีกว่าคาดชัดเจน

ซูเปอร์มาร์เก็ตฝรั่งเศส

+1.0%

+1.0%

ตามคาด

ร้านสะดวกซื้อและรูปแบบอื่น

+1.1%

+2.6%

ต่ำกว่าคาด

สเปน

+2.2%

+1.9%

ดีกว่าคาด

บราซิล

+0.4%

+0.1%

ดีกว่าคาด

เบลเยียม

+1.3%

+0.5%

ดีกว่าคาด

โปแลนด์

-5.8%

-3.0%

ต่ำกว่าคาด

 

2.2) Nestlé


ผลประกอบการ 1H26

 

รายการ

1H26

เปลี่ยนแปลง YoY

ตลาดคาด

เทียบคาด

ยอดขาย

CHF43.11 พันล้าน

-2.5%

CHF43.02 พันล้าน

ดีกว่าคาดเล็กน้อย

Organic Growth

+3.6%

เพิ่มจาก +2.9%

+3.5%

ดีกว่าคาดเล็กน้อย

ปริมาณขาย

+1.5%

เพิ่มจาก +0.2%

+1.4%

ดีกว่าคาดเล็กน้อย

การขึ้นราคา

+2.1%

ลดจาก +2.7%

+2.0%

ใกล้เคียงคาด

กำไรจากการดำเนินงานปกติ

CHF7.08 พันล้าน

-2.8%

CHF6.95–6.98 พันล้าน

ดีกว่าคาด 1.5–1.9%

อัตรากำไรจากการดำเนินงาน

16.4%

ลดลง 10 bps

16.1–16.2%

ดีกว่าคาด

อัตรากำไรขั้นต้น

46.4%

ลดลง 20 bps

46.2%

ดีกว่าคาดเล็กน้อย

EPS ปรับปรุง

CHF2.22

-2.4%

CHF2.16

ดีกว่าคาด 3%


รายละเอียดตามภูมิภาค 1H26

 

ภูมิภาค

Organic Growth

ปริมาณขาย

มาร์จิ้นดำเนินงาน

เปลี่ยนแปลงมาร์จิ้น

อเมริกา

+3.3%

+1.0%

19.3%

-30 bps

เอเชีย โอเชียเนีย และแอฟริกา

+4.3%

+2.8%

21.4%

ทรงตัว

ยุโรป

+2.7%

+0.5%

16.4%

-120 bps

Nespresso

+4.3%

+1.7%

20.7%

-120 bps

น้ำดื่มและเครื่องดื่มพรีเมียม

+5.1%

+1.6%

9.5%

+20 bps

 

ยอดขาย 2Q26

 

รายการ

2Q26

1Q26

ตลาดคาด

เทียบคาด

Organic Growth

+3.7%

+3.5%

+3.6%

ดีกว่าคาดเล็กน้อย

ปริมาณขาย

+1.8%

+1.2%

+1.8%

ตามคาด

การขึ้นราคา

+1.9%

+2.3%

+1.8%

ดีกว่าคาดเล็กน้อย

Nespresso

+3.4%

+5.1%

+4.0%

ต่ำกว่าคาด

 

2.3) Moncler


ผลประกอบการ 1H26

 

รายการ

1H26

เปลี่ยนแปลง YoY

ตลาดคาด

เทียบคาด

รายได้รวม

€1.29 พันล้าน

+5.2% ตามรายงาน; +9% ที่ค่าเงินคงที่

€1.29 พันล้าน

ตามคาด

รายได้แบรนด์ Moncler

€1.09 พันล้าน

+9% ที่ค่าเงินคงที่

€1.09 พันล้าน

ตามคาด

รายได้ Stone Island

€200.3 ล้าน

+11% ที่ค่าเงินคงที่

€198.9 ล้าน

ดีกว่าคาดเล็กน้อย

EBIT

€245.4 ล้าน

+9.2%

€240.5 ล้าน

ดีกว่าคาด 2%

กำไรสุทธิ

€164.7 ล้าน

+7.3%

€158.4 ล้าน

ดีกว่าคาด 4%


รายละเอียดรายได้แบรนด์ Moncler 1H26

 

ภูมิภาค

รายได้

เปลี่ยนแปลง YoY

เอเชีย

€592.9 ล้าน

+13%

ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา

€349.7 ล้าน

-4.3%

อเมริกา

€147.0 ล้าน

-0.6%


ยอดขาย 2Q26

 

รายการ

2Q26

1Q26

ตลาดคาด

เทียบคาด

รายได้รวม

€409.3 ล้าน

€406–407 ล้าน

ดีกว่าคาดเล็กน้อย

การเติบโตรายได้

ที่ค่าเงินคงที่

+5%

+12%

+5.6%

ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย

 

3.) รายละเอียดผลประกอบการรายตัว


3.1) Carrefour: ยอดขายดีกว่าคาด แต่กำไรยังถูกฉุดจากฝรั่งเศสและธุรกิจที่ซื้อมา


Carrefour รายงานยอดขายสาขาเดิม 2Q26 ไม่รวมเชื้อเพลิงและผลปฏิทินเพิ่มขึ้น 1.9% ดีกว่าคาดที่ประมาณ 1.6% โดยฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 1.0% สเปนเพิ่มขึ้น 2.2% และบราซิลกลับมาเพิ่มขึ้น 0.4% ยอดขายที่ดีขึ้นมาจากการลงทุนลดราคา การฟื้นตัวของ Cora และ Match และอุปสงค์อาหารที่ยังมีความยืดหยุ่น


อย่างไรก็ดี กำไรจากการดำเนินงานปกติ 1H26 อยู่ที่ €757 ล้าน ต่ำกว่าคาด เนื่องจากผลขาดทุนของ Cora และ Match ราว €75 ล้าน ผลประกอบการในอาร์เจนตินาอ่อนแอ และค่าใช้จ่ายส่วนกลางสูงกว่าที่ตลาดประเมิน แม้มาร์จิ้นเพิ่มขึ้นเป็น 1.9% จากการลดค่าใช้จ่ายและการประหยัดต้นทุน €490 ล้านในช่วงครึ่งปีแรก


ปัจจัยหนุน


• ยอดขายสาขาเดิมในฝรั่งเศส สเปน และบราซิลดีกว่าคาด
• กำไรในฝรั่งเศส สเปน และบราซิลรวมกันเพิ่มขึ้นราว 9%
• ต้นทุนดอกเบี้ยลดลงจากการปรับโครงสร้างหนี้ในบราซิล
• การเปลี่ยนร้านไปสู่ระบบเช่าให้บริหารและแฟรนไชส์ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย


ปัจจัยฉุด


• Cora และ Match ยังขาดทุนและยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน
• ส่วนแบ่งตลาดในฝรั่งเศสยังทรงตัว แม้มีการลดราคาอย่างต่อเนื่อง
• ต้นทุนพลังงานและขนส่งเพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
• ตลาดโปแลนด์และอาร์เจนตินายังอ่อนแอ

 

3.2) Nestlé: กำไรดีกว่าคาดจากการลดต้นทุน แต่ปริมาณขายในตลาดพัฒนาแล้วยังอ่อนแอ


Nestlé รายงานยอดขาย Organic 1H26 เพิ่มขึ้น 3.6% จากปริมาณขายเพิ่มขึ้น 1.5% และการขึ้นราคา 2.1% ขณะที่ 2Q26 ปริมาณขายเร่งขึ้นเป็น 1.8% เทียบกับ 1.2% ใน 1Q26 อย่างไรก็ดี รายได้ตามรายงานลดลง 2.5% YoY จากผลกระทบค่าเงิน 6.2%


กำไรจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ CHF7.08 พันล้าน สูงกว่าคาดราว 1.5% และมาร์จิ้น 16.4% ดีกว่าคาด แม้ลดลง 10 bps YoY โดยได้แรงหนุนจากการประหยัดต้นทุน CHF600 ล้านใน 1H26 และผลประโยชน์จากการปรับโครงการบำนาญ แต่ถูกหักล้างด้วยต้นทุนกาแฟ โกโก้ ภาษีนำเข้า ค่าใช้จ่ายการตลาด และผลกระทบจากการเรียกคืนผลิตภัณฑ์นมผงเด็ก


ปัจจัยหนุน


• ตลาดเกิดใหม่เติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา และละตินอเมริกา
• จีนเริ่มทรงตัวหลังการลดสินค้าคงคลังของช่องทางจำหน่ายสิ้นสุดลง
• ธุรกิจกาแฟ อาหารสัตว์เลี้ยง และอาหารและขนมยังเติบโต
• การประหยัดต้นทุนเร็วกว่ากำหนด ช่วยชดเชยต้นทุนวัตถุดิบ


ปัจจัยฉุด


• ปริมาณขายในอเมริกาเหนือลดลง 0.6% ใน 2Q26
• ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ถูกกระทบจากการลดสินค้าคงคลังของร้านค้าปลีก
• ยุโรปมีปริมาณขายทรงตัว และมีการถอดสินค้าชั่วคราวจากร้านค้าบางราย
• ต้นทุนกาแฟ โกโก้ ภาษีนำเข้า และการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ยังกดดันมาร์จิ้น

 

3.3) Moncler: กำไรดีกว่าคาด แต่ยอดขายแบรนด์หลักชะลอจากนักท่องเที่ยวและฤดูกาล


Moncler รายงานรายได้ 1H26 ที่ €1.29 พันล้าน เพิ่มขึ้น 9% เมื่อไม่รวมค่าเงิน ขณะที่ EBIT เพิ่มขึ้น 9.2% YoY สู่ €245 ล้าน และมาร์จิ้นเพิ่มขึ้นเป็น 19.0% จาก 18.3% ปีก่อน หากไม่รวมค่าใช้จ่ายครั้งเดียวจากโครงสร้างบริหารใหม่ มาร์จิ้นจะอยู่ที่ประมาณ 19.6%


อย่างไรก็ดี ยอดขาย 2Q26 เพิ่มขึ้นเพียง 5% ชะลอลงจาก 12% ใน 1Q26 โดยแบรนด์ Moncler เติบโตเพียง 3% ขณะที่ Stone Island เพิ่มขึ้น 11% ปัจจัยกดดันมาจากยอดขายยุโรปลดลง 8% จากนักท่องเที่ยวเอเชียและสหรัฐฯ ลดลง ยอดขายออนไลน์ในยุโรปอ่อนแอ และผู้บริโภคเลื่อนการซื้อสินค้าฤดูหนาวจนใกล้ช่วงใช้งานจริง


ปัจจัยหนุน


• เอเชียเติบโต 12% โดยจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นยังแข็งแกร่ง
• Stone Island เติบโตสองหลักต่อเนื่อง โดยยอดขายผ่านร้านของบริษัทเพิ่มขึ้น 15%
• สัดส่วนยอดขายผ่านร้านของบริษัทสูงขึ้น ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น
• สินค้าฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนได้รับการตอบรับดี


ปัจจัยฉุด


• นักท่องเที่ยวในยุโรปลดลง โดยเฉพาะจากเอเชียและสหรัฐฯ
• ปริมาณขายของ Moncler ใน 2Q26 ทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อย
• ยอดขายออนไลน์ยุโรปอ่อนแอ
• การเติบโตยังพึ่งพาสินค้าฤดูหนาวและยอดขาย 4Q ในระดับสูง

 

4) แนวโน้มและ Guidance


ตารางสรุปแนวโน้ม

 

บริษัท

Guidance

การเปลี่ยนแปลง

สมมติฐานสำคัญ

Carrefour

มาร์จิ้นเพิ่มขึ้นมากกว่า 25 bps, EPS เพิ่มระดับสูงหลักเดียว, กระแสเงินสดเพิ่มขึ้น, ประหยัดต้นทุน €1 พันล้าน

คงเดิม

Cora และ Match ฟื้นตัว, กำไรฝรั่งเศสเร่งขึ้น, บราซิลทรงตัวดีขึ้น, อาร์เจนตินาฟื้น

Nestlé

ยอดขาย Organic เพิ่มขึ้น 3–4%, มาร์จิ้นดีขึ้นจากปี 2025, กระแสเงินสดมากกว่า CHF9 พันล้าน

คงเป้าทั้งปี แต่ลดมุมมองมาร์จิ้น 2H

ต้นทุนกาแฟและโกโก้ลดลง แต่ถูกชดเชยด้วยพลังงาน ขนส่ง และการลงทุนการตลาด

Moncler

ไม่มีเป้าตัวเลขรายได้หรือกำไรอย่างเป็นทางการ แต่ยังมุ่งรักษามาร์จิ้นใกล้ระดับ 29% ทั้งปี

ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการ

ยอดขายฤดูหนาว 4Q, การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว, ร้านเรือธงนิวยอร์ก และ Stone Island



4.1) Carrefour


Carrefour คงเป้าหมายปี 2026 แม้กำไร 1H26 ต่ำกว่าคาด โดยฝ่ายบริหารคาดว่ากำไร 2H26 จะเร่งขึ้นจากฐานเปรียบเทียบที่ง่ายขึ้นของ Cora และ Match การไม่มีค่าใช้จ่ายรวมกิจการเพิ่มเติม การประหยัดต้นทุน และการฟื้นตัวของอาร์เจนตินา อย่างไรก็ดี บริษัทต้องทำให้อัตราการเติบโตของกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย


4.2) Nestlé


Nestlé คงเป้ายอดขาย Organic เพิ่มขึ้น 3–4% และกระแสเงินสดมากกว่า CHF9 พันล้าน แต่ปรับมุมมองอัตรากำไร 2H26 จากเดิมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรก เป็นใกล้เคียงกับ 1H26 สะท้อนว่าประโยชน์จากราคากาแฟและโกโก้ที่ลดลง รวมถึงการประหยัดต้นทุน จะถูกชดเชยด้วยค่าขนส่ง พลังงาน และค่าใช้จ่ายการตลาด


4.3) Moncler


Moncler ยังไม่ให้ Guidance เชิงตัวเลข แต่ฝ่ายบริหารยังมีเป้าหมายรักษาอัตรากำไรทั้งปีใกล้ระดับเดิม บริษัทคาดหวังว่าธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังจะได้แรงหนุนจากฤดูหนาว การเปิดร้านเรือธงในนิวยอร์ก และการเติบโตของ Stone Island อย่างไรก็ดี แนวโน้มยังมีความไม่แน่นอนสูงจากนักท่องเที่ยวและพฤติกรรมซื้อสินค้าใกล้ช่วงใช้งาน

 

5) มุมมองของผู้บริหารและประเด็นจาก Earnings Call


5.1) Carrefour: ผู้บริโภคยังซื้ออาหาร แต่ต้องเสนอราคาที่แข่งขันได้


ผู้บริหารมองว่าการบริโภคอาหารในฝรั่งเศสยังมีความยืดหยุ่น ปริมาณขายยังเป็นบวก และยังไม่เห็นผลกระทบชัดเจนจากความไม่แน่นอนทางการเมืองหรือภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ดี Carrefour ยอมรับว่าการสร้างส่วนแบ่งตลาดต้องอาศัยการลงทุนด้านราคาอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทลดราคาสินค้าหลายรอบ ครอบคลุมสินค้ารอบละมากกว่า 500 รายการ และลดราคาเฉลี่ยราว 8–10%


บริษัทเชื่อว่าสามารถชดเชยการลดราคาด้วยการประหยัดต้นทุน การเปลี่ยนร้านเป็นแฟรนไชส์ และเทคโนโลยี เช่น ระบบตรวจจับสินค้าขาดชั้นวาง อย่างไรก็ดี จุดที่ตลาดยังตั้งคำถามคือส่วนแบ่งตลาดฝรั่งเศสยังไม่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และ Cora กับ Match ยังมีผลขาดทุนสูง


5.2) Nestlé: ตลาดเกิดใหม่ดี แต่ผู้บริโภคสหรัฐฯ อ่อนไหวต่อราคา
ผู้บริหารระบุว่าการเติบโตเริ่มพึ่งพาปริมาณขายมากขึ้น และตั้งเป้าให้ปริมาณขายเติบโตอย่างน้อย 2% ในระยะกลาง ตลาดเกิดใหม่ยังเป็นแหล่งเติบโตหลัก ขณะที่จีนเริ่มมีเสถียรภาพ แต่หมวดสินค้าหลายประเภทในจีนยังหดตัว


ในสหรัฐฯ การขึ้นราคากาแฟทำให้ปริมาณขายอ่อนตัวชั่วคราว ขณะที่ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงถูกกระทบจากการลดสินค้าคงคลังของร้านค้าปลีก แม้ยอดขายถึงผู้บริโภคปลายทางยังดี ฝ่ายบริหารจึงมองว่าปัญหาบางส่วนเป็นเพียงชั่วคราว แต่ยอมรับว่าการขึ้นราคาต้องทำอย่างระมัดระวังมากขึ้น


5.3) Moncler: ผู้บริโภคยังซื้อ แต่เลื่อนเวลาและเลือกสถานที่ซื้อ
ผู้บริหารระบุว่ายอดขายเดือน เม.ย. และ พ.ค. แข็งแกร่ง แต่ชะลอลงชัดเจนในเดือน มิ.ย. จากจำนวนผู้เข้าร้านลดลงและนักท่องเที่ยวในยุโรปลดลง พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากการซื้อสินค้าฤดูหนาวล่วงหน้า เป็นการซื้อเมื่อใกล้ถึงช่วงใช้งานจริงมากขึ้น


อย่างไรก็ดี บริษัทไม่ได้มองว่าอุปสงค์สินค้าหรูหายไปทั้งหมด เนื่องจากยอดขายในจีน เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ ยังเติบโต และผู้บริโภคบางส่วนที่ไม่ได้ซื้อในยุโรปหันกลับไปซื้อในประเทศของตนเอง ปัญหาจึงเป็นทั้งเรื่องเวลาในการซื้อและการย้ายสถานที่ซื้อ มากกว่าการหยุดใช้จ่ายโดยสิ้นเชิง

 

มุมมองของ INVX


ผลประกอบการของทั้งสามบริษัทสะท้อนว่าเงินเฟ้อยังไม่ทำให้การบริโภคลดลงทั่วทั้งระบบ แต่เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างชัดเจน โดยผู้บริโภคให้ความสำคัญกับราคา ลดการซื้อสินค้าล่วงหน้า เลือกซื้อเฉพาะสินค้าจำเป็น หรือเปลี่ยนสถานที่และช่องทางซื้อสินค้า


ในกลุ่มอาหาร ผู้บริโภคยังคงซื้อ แต่เลือกสินค้าที่คุ้มค่ามากขึ้น และตอบสนองเชิงลบต่อการขึ้นราคา โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และยุโรป ส่วนสินค้าฟุ่มเฟือย ผู้บริโภคไม่ได้หยุดซื้อทั้งหมด แต่ชะลอการซื้อ เลือกซื้อใกล้ช่วงใช้งาน และลดการซื้อระหว่างเดินทาง


ดังนั้น ในภาพรวมมองเป็นกลางถึงระมัดระวังต่อกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคยุโรป เนื่องจากยอดขายยังมีความยืดหยุ่น แต่คุณภาพการเติบโตต่ำลง บริษัทที่ต้องลงทุนด้านราคาอาจรักษายอดขายได้ แต่ต้องแลกกับมาร์จิ้น ขณะที่บริษัทที่พึ่งการขึ้นราคาอาจเผชิญแรงต้านจากปริมาณขาย

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
MONC.MI
NESN.S
CARR.PA
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5