
BYD รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 ลดลง 55% YoY ต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี สอดคล้องคาด ขณะที่รายได้ลดลง 12% YoY จากแรงกดดันการแข่งขันรุนแรงในตลาด EV จีน อย่างไรก็ดี ยอดขายต่างประเทศยังเป็นจุดเด่น โดยเติบโตมากกว่า 50% YoY คิดเป็น 45% ของยอดส่งมอบทั้งหมด มุมมองของเรา แม้ในปัจจุบันกลุ่ม EV จีนได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันสูง แต่เรามองว่าราคาน้ำมันอาจเป็นเพียงระยะสั้น โดยกลุ่ม EV จีนยังถูกกดดันจากสงครามราคา
BYD กำไรดิ่งต่ำสุดรอบหลายปีจากสงครามราคา EV
🔸BYD รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 ลดลง 55% YoY ต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี สอดคล้องคาด ขณะที่รายได้ลดลง 12% YoY จากแรงกดดันการแข่งขันรุนแรงในตลาด EV จีน
🔸บริษัทเผชิญสงครามราคาจากคู่แข่งอย่าง Xiaomi และ Geely ทำให้ต้องเร่งลดราคาขาย โดยส่วนลดในเดือนมี.ค. สูงสุดในรอบ 2 ปี กดดันกำไรต่อคันต่อเนื่อง และทำให้กำไรลดลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 4
🔸อย่างไรก็ดี ยอดขายต่างประเทศยังเป็นจุดเด่น โดยเติบโตมากกว่า 50% YoY คิดเป็น 45% ของยอดส่งมอบทั้งหมด ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันสูงจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง ส่งผลให้ดีมานด์รถ EV และระบบกักเก็บพลังงานเพิ่มขึ้น พร้อมตั้งเป้าขายต่างประเทศ 1.5 ล้านคันปีนี้
🔸ด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น Great Tang SUV ที่ใช้แบตเตอรี่ Blade รุ่นใหม่ วิ่งได้เกือบ 1,000 กม. ได้รับความสนใจสูง (พรีออเดอร์ >30,000 คันใน 24 ชม.) ขณะที่ตลาดคาด margin อาจเริ่มฟื้นใน 2Q จากโมเดลใหม่และดีมานด์ต่างประเทศ
🔸มุมมองของเรา แม้ในปัจจุบันกลุ่ม EV จีนได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันสูง แต่เรามองว่าราคาน้ำมันอาจเป็นเพียงระยะสั้น โดยกลุ่ม EV จีนยังถูกกดดันจากสงครามราคา (BYD, Geely, Xiaomi) ทำให้ margin อ่อนตัว ทำให้ปัจจัยลบด้านพื้นฐานยังมีน้ำหนักมากกว่า เรามองบวกต่อกลุ่ม แบตเตอรี่ CATL (CATL23) และระบบขับขี่ Horizon Robotics (HORIZON23) มากกว่า