PDF Available  
News update Thai Stocks

News Update - SCC จัดประชุมนักวิเคราะห์ Update ผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในทวีปตะวันออกกลาง

By ชัยวัฒน์ อาศิระวิชัย|6 Mar 26 7:05 PM
สรุปสาระสำคัญ
  • Meeting tone: Negative จากแนวโน้มผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งต้องปิดโรงปิโตรเคมี 1 โรง
  • ทางผู้บริหาร SCC ได้มีการจัด Conference call เกี่ยวกับผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลาง
  • ปัจจุบันทาง SCGC ซื้อวัตถุดิบในประเทศ 30% ขณะที่นำเข้าวัตถุดิบ 70% จากต่างประเทศ ซึ่งในวัตถุดิบที่นำเข้ามา 70% นั้นต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ล่าสุดวัตถุดิบที่สั่งซื้อไปแล้วแต่ไม่สามารถส่งมาบางส่วน (หายไป 30% ของ feedstock ที่ต้องใช้) ซึ่งถือว่าสถานการณ์นี้ยืดเยื้อนานกว่าที่ทาง SCC ประเมินไว้เบื้องต้น ทำให้ทาง SCC จำเป็นต้องปิดโรงปิโตรเคมี 1 โรง คือ ROC เนื่องจากวัตถุดิบไม่เพียงพอ
  • โดยปัจจุบันทาง SCC มี Naphtha feedstock มีเก็บอยู่ประมาณ 1 เดือนในประเทศไทย และก็พยายามจัดสรรให้ MOC ให้มี Operating rate สูงขึ้นในระดับที่ optimize ที่ 80%
  • ขณะที่โรง LSP ที่ประเทศเวียดนาม มีการใช้ Propane 70% และ Naphtha 30% เป็น feedstock โดยสามารถนำเข้าจากแหล่งอื่นได้ อาทิ สหรัฐฯ แต่ก็อาจจะต้องมีระยะเวลาในการสั่งของด้วย แต่หาก Naphtha ยังขาดแคลนอย่างในปัจจุบัน ก็อาจจะต้องปิดเช่นกัน เนื่องจากไม่คุ้มที่จะใช้ Propane ในการผลิตอย่างเดียว จากการออกแบบของโรงงานที่ให้ใช้ Propane ได้ Maximum 70% และต้องมี Naphtha 30%
  • โดยกรณี Worst case ถ้าปลายเดือนมีนาคมหรือกลางเดือนเมษายนนี้ ช่องแคบฮอร์มุซยังปิดอยู่ SCC จำเป็นต้องประกาศ Force Majeure ปิด Cracker ทั้งหมด (ROC, MOC, และ LSP) เนื่องจากไม่มีวัตถุดิบเพียงพอในการผลิต ซึ่งตอนนี้หลายๆ ประเทศต้องประกาศ Force Majeure แล้ว อาทิ สิงคโปร์ (PSC, Aster) อินโดนีเซีย (Chandra Asri) เกาหลีใต้ (Yeochun NCC) ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ค่อนข้างผันผวน มีโรงกลั่นหลายๆ โรงที่อยู่ในแถบตะวันออกกลางสามารถผลิตได้ แต่ก็ไม่สามารถที่จะออกมาจากช่องแคบฮอร์มุซได้จึงยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป
  • ธุรกิจ Packaging และ Cement อาจจะได้รับผลทางอ้อมคือต้นทุนค่าพลังงานขึ้น โดยเฉพาะถ่านหิน แต่ด้วยที่ทั้งกลุ่ม SCG หันมาใช้ Alternative fuel มากขึ้นกว่า 50% จากที่ใช้ทั้งหมด ผลกระทบจึงยังไม่มากนัก
  • เราประเมินผลกระทบสถานการณ์ปัจจุบันที่ SCC มีการตัดสินใจปิด ROC 1 โรง จะกระทบต่อกำไรประมาณ 550 ล้านบาทต่อไตรมาส (7% ของคาดการณ์กำไรปี 2026 ของเรา) จาก Fixed cost ที่เหลืออยู่ ซึ่งทาง Depreciation และ Interest expense ของโครงการเหลือน้อยแล้ว โดยทางบริษัทยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หากกรณี Worst case ที่ต้องปิดโรง MOC และ LSP ด้วย เรามองว่าผลกระทบจะอยู่ที่ประมาณ 1.5 พันล้านบาทต่อไตรมาส (18% ของคาดการณ์กำไรทั้งปี 2026 ของเรา) ซึ่งทางผู้บริหารมองว่าอาจจะเกิดขึ้นได้น้อย ทั้งนี้เรายังคงแนะนำ Neutral สำหรับ SCC ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2026 อยู่ที่ 229 บาท อิง SOTP valuation
Stocks Mentioned
SCC.BK
Author
Slide13
ชัยวัฒน์ อาศิระวิชัย

นักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มวัสุดก่อสร้าง ชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิก และสินทรัพย์ดิจิทัล

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5