
ในช่วงมหกรรมฟุตบอลโลก 2569 มองเป็นโอกาสเข้าเก็งกำไรหุ้น Domestic Play เนื่องจากจะมีแรงขับเคลื่อนหลักจากเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจผ่านกลุ่มพาณิชย์ อาหาร เครื่องดื่ม สื่อสารและสื่อบันเทิง ซึ่งมักจะสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นกว่า SET อย่างมีนัยสำคัญ สำหรับกลยุทธ์ลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าความเสี่ยงที่สุด คือ การลงทุนแบบ Early Bird Play โดยเข้าสะสมหุ้นเป้าหมายล่วงหน้าประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือนก่อนเริ่มการแข่งขัน ซึ่งตามสถิติมีโอกาสสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 3.7-5.0% และมี Win Rate สูงกว่า 60% ขณะที่ควรพิจารณาขายทำกำไรในลักษณะ Sell on Fact ในช่วงมีการแข่งขัน ส่วนนักลงทุนสายเก็งกำไรที่เน้น Momentum Play ในช่วงแข่งขันควรเน้นการเข้าออกที่รวดเร็ว เพราะตามสถิติให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเพียง 1% เท่านั้น
📌มหกรรมฟุตบอลโลก 2569 (World Cup 2026) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 11 มิ.ย.-19 ก.ค. 69 ถือเป็น Seasonal Event ที่มีผลเชิงจิตวิทยาการลงทุนต่อตลาดหุ้นไทย เพราะสามารถสร้างแรงบวกจูงใจให้เกิดการเก็งกำไรให้กับกลุ่ม Domestic Play ของไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนได้จากสถิติย้อนหลัง 4 รอบล่าสุด (ปี 2565, 2561, 2557, 2553) พบว่า SET มักให้ผลตอบแทนเป็นบวกในช่วงที่มีการแข่งขันเฉลี่ยราว 1.5% ด้วย Win Rate 75% (ชนะ 3 ใน 4 ครั้ง โดยมีเพียงปี 2561 ที่ผลตอบแทนติดลบ -4.1% จากผลกระทบของสงครามการค้าที่ฉุดความเชื่อมั่นโลก) อย่างไรก็ดี ประเด็นที่น่าสนใจ คือ กลุ่มหุ้นที่รับอานิสงส์โดยตรงจากฟุตบอลโลกมักจะให้ผลตอบแทนและ Win Rate ที่โดดเด่นกว่าเมื่อเทียบกับ SET ได้แก่
🎯มุมมองกลยุทธ์ลงทุน : เมื่ออิงจากสถิติ World Cup 4 ครั้งล่าสุด ซึ่งคาดจะมีเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายด้านบริโภคในประเทศเพื่อรับชมการถ่ายทอดสด และจะเป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นราคาหุ้น Event Play ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น INVX จึงแบ่งกลยุทธ์ลงทุนตามช่วงเวลา เพื่อหาจังหวะทำกำไร ดังนี้

#InnovestXResearch