PDF Available  
เคาะซื้อ Weekly strategy

เคาะซื้อ Weekly Strategy: เจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านวุ่นวาย ฮอร์มุซยังปิด ตลาดกลับมาจับตา Kevin Warsh (27 April – 1 May 2026 )

24 Apr 26 11:11 AM
สรุปสาระสำคัญ

สรุปคำแนะนำการลงทุนประจำวันที่ 27 เม.ย. – 1 พ.ค. 2026

 

มุมมองรายสินทรัพย์ประจำสัปดาห์

 

ตราสารทุน

เราประเมินว่าสัญญาณ de-escalation ช่วยหนุน risk sentiment และลดความกังวลต่อ downside ของเศรษฐกิจโลก เป็นแรงหนุนต่อการปรับขึ้นของตลาดหุ้นโลก อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นดังกล่าวได้สะท้อนปัจจัยบวกไปในระดับหนึ่งแล้ว ทำให้ upside ในระยะสั้นเริ่มจำกัดเมื่อเทียบกับความเสี่ยงของการพักฐาน ในระยะกลาง เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางตลาด จากความคาดหวังต่อการคลี่คลายความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มผลประกอบการที่ยังแข็งแกร่ง การทยอยประกาศงบจะเป็น catalyst สำคัญต่อการเคลื่อนไหวของตลาด ในเชิง tactical เราแนะนำหลีกเลี่ยงการไล่ราคาในกลุ่มที่ปรับขึ้นแรงและเริ่มเข้าสู่ภาวะตึงตัว สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำใช้จังหวะย่อตัวในการทยอยสะสมสินทรัพย์ที่ยังมี upside ในระยะกลาง โดยคงมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นพลังงานแห่งอนาคต เช่น Nuclear และ Grid ขณะเดียวกัน สำหรับระยะสั้น เราแนะลงทุนหุ้นจีน A-Shares จาก valuation ที่ยังไม่แพงและ momentum ที่เริ่มฟื้นตัว เพื่อเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการกระจายการลงทุน 

 

ตราสารหนี้

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) สหรัฐฯ เริ่มมีความผันผวนมากขึ้น จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยังคงมีความไม่แน่นอนในการเจรจา ขณะที่การปิดช่องแคบฮอร์มุซหนุนให้ราคาพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้น ด้าน Kevin Warsh ที่แถลงต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภา ส่งผลให้ตลาดตั้งคำถามเกี่ยวกับท่าทีในการดำเนินนโยบายการเงินของเขา ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ Bond Yield ปรับตัวเพิ่มขึ้น เรามองว่าตราสารหนี้ระยะยาวยังมีความเสี่ยงมากกว่าตราสารหนี้ระยะสั้น และยังคงแนะนำให้ถือตราสารหนี้ที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี

 

สินทรัพย์ทางเลือก

ราคาทองคำเริ่มเคลื่อนไหวในกรอบ โดยมีแนวต้านระยะสั้นที่ $4,800 และคาดว่าในระยะสั้นจะแกว่งตัวในช่วง $4,600–$4,800 ต่อไป จากแรงหนุนด้านการคาดหวังการลดดอกเบี้ยที่ถูก priced in ไปในระดับหนึ่งแล้ว ขณะที่ความคืบหน้าการเจรจายุติความขัดแย้งไปลด war premium ซึ่งจำกัด upside ของราคาในระยะสั้น เราแนะนำทยอยสะสมบริเวณ $4,500–$4,600 โดยยังคงมุมมองเชิงบวกในระยะยาว จากแรงซื้อของธนาคารกลางที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งช่วยจำกัด downside และสนับสนุนแนวโน้มราคาทองคำในระยะถัดไป

 

ด้าน REITs ไทย และ Global REITs มีโอกาสถูกกดดันจาก Bond Yield ที่เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยที่ขัดขวางการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง

[Theme Play] 

 

หุ้น Nuclear Energy: งบประมาณสหรัฐฯ ปี 2027 สะท้อนการ shift สู่พลังงานนิวเคลียร์และ Energy Security ผ่านการสนับสนุน SMR, nuclear fuel และ critical minerals สอดรับกับ demand ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจาก AI และ data center ด้านเทคนิค NUKZ ETF ยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน พร้อมสัญญาณ Buy จาก MACD สะท้อนแนวโน้มขาขึ้น ขณะที่ valuation ผ่อนคลายลง โดย FWD P/E ลดจาก 32 เท่า สู่ 23 เท่า สะท้อนความน่าสนใจในการลงทุน ในระยะยาวความผันผวนของราคาน้ำมันที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มเร่งการกระจายแหล่งพลังงาน และเป็นตัวเร่งให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเร่งกระจายแหล่งพลังงาน เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานดั้งเดิม ซึ่งจะนำไปสู่การเร่งการลงทุนในพลังงานนิวเคลียร์ในระยะยาว ล่าสุดบริษัท GE Vernova รายงานผลประกอบการ Q1/2026 ออกมา ดีกว่าคาดอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านกำไรและรายได้ สะท้อนภาพรวมของหุ้นกลุ่ม Nuclear Energy ที่ได้แรงหนุนจาก energy transition รวมถึง Demand จาก AI Data Center

 

หุ้น Global Grid: ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นแรงหนุนให้ทำให้หลายประเทศหันมาให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงานมากขึ้น โดยเฉพาะใน สหรัฐฯ ยุโรป และจีนที่กระแสการลงทุนในพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานขยายตัวต่อเนื่อง โดยในสัปดาห์นี้สหรัฐฯ ได้ผ่านกฎหมายสนับสนุนการลงทุนในโครงสร้างด้านไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ความคาดหวังในการยุติสงครามตะวันออกกลางยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้น Bloomberg คาดการณ์ว่า การลงทุนใน Grid ทั่วโลกจะเติบโตกว่า 10% ในช่วง 2025-2027 และคาดการณ์ว่า EPS Growth ของดัชนี Nasdaq OMX Clean Edge Smart Grid Index จะเร่งตัวขึ้นอยู่ที่ระดับราว 19% ในปีนี้

 

หุ้นอินเดีย: แม้ความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านจะหนุน sentiment การลงทุนในระยะสั้น และเปิดโอกาสให้ตลาดหุ้นอินเดียฟื้นตัวหลังเผชิญแรงกดดันจากสงคราม อย่างไรก็ตาม ในมุมมองระยะกลาง–ยาว เรายังคงมีความระมัดระวัง เนื่องจากการยุติความขัดแย้งไม่ได้หมายความว่าราคาน้ำมันจะปรับลดลงสู่ระดับก่อนเกิดสงครามด้วยโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนสูงราว 90% อินเดียจึงยังมีความเสี่ยงด้านดุลบัญชีเดินสะพัดและค่าเงินรูปีอ่อนค่า ซึ่งอาจกดดัน sentiment และ Fund flow หากราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องดังนั้น แม้มี catalyst เชิงบวกในระยะสั้น เรายังคงมุมมองระมัดระวังต่อหุ้นอินเดียในระยะถัดไป

 

 

[Event Play] 

 

หุ้นจีน A-Shares: Earning Revision ของดัชนี CSI 300 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลางแล้ว ชี้ถึงคุณภาพของกำไรในดัชนีที่มีความทนทานแม้เผชิญความไม่แน่นอนจากภายนอก ในขณะที่ Bloomberg Consensus คาดว่าปี 2026 ดัชนี CSI 300 จะมี EPS Growth สูงถึง 20.8% ซึ่งเร่งตัวจากปีก่อนที่เติบโตเพียง 5.8% โดยปัจจุบันดัชนี CSI 300 มี Forward PE อยู่ที่ราว 14.3 เท่า ส่งผลให้ PEG อยู่ที่ราว 0.69 เท่า ถือว่ามีความน่าสนใจในการลงทุน ในขณะที่ด้านเทคนิคชี้ว่า ดัชนี CSI 300 มีโอกาสกลับตัวเป็นขาขึ้นหลังจากดัชนีมีการทดสอบที่เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน และฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ไปทดสอบแนวต้านที่ 4,800 จุด

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5