PDF Available  
Rising Star

Rising Stars Recalibration: ปรับกลยุทธ์ใหม่ในปีที่ท้าทาย

By ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์, IAA|10 Aug 26 7:02 AM
สรุปสาระสำคัญ
  • บทวิเคราะห์นี้ยังยืนยันว่าแนวคิด "ประเทศดาวเด่นแห่งอนาคต" ทั้งสี่เขตเศรษฐกิจยังใช้ได้ เพราะความผันผวนของตลาดทุนเอเชียกลางปี 2026 มิได้สะท้อนพื้นฐานที่เสื่อมถอย หากมาจากปัจจัยเฉพาะปีสี่ประการที่เกิดพร้อมกัน ได้แก่ (1) สงครามในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันเบรนท์แตะ 138.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนปรับฐานลง 37% สู่ราว 80 ดอลลาร์ (2) วัฏจักรการลงทุนด้าน AI ที่เร่งตัวเกินคาด (900,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ สู่ราว 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2027) (3) การก่อหนี้เพื่อลงทุน (leverage) ที่รุนแรงเกินตัวในเกาหลีใต้ และ (4) การเปลี่ยนกลุ่มการลงทุน (sector rotation) ออกจากหุ้นเทคโนโลยี
  • ทั้งนี้เมื่อวัดตามหกมิติ ไต้หวันแข็งแกร่งที่สุดทั้งการเติบโตครึ่งปีแรกที่ 13.72% เร็วที่สุดในรอบราวห้าสิบปี ดุลบัญชีเดินสะพัด 27.4% ของ GDP และสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพียง 0.6% ของหุ้นหมุนเวียน ขณะที่เกาหลีใต้เผชิญวิกฤตฐานะการลงทุนมิใช่วิกฤตงบการเงิน สะท้อนจากกำไรไตรมาสสองของ Samsung ที่โต 1,800% และ SK Hynix ที่ 557% สวนทางกับราคาหุ้นที่ร่วง 41% และ 52% ส่วนอินเดียเปราะบางที่บัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายจากราคาน้ำมัน เงินทุนไหลออก และภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่ 50% และเวียดนามมีข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ระบบธนาคาร (CAR 10.9% ต่ำสุดในอาเซียน) และมูลค่าเพิ่มจากต่างชาติที่ 48% ของมูลค่าส่งออก
  • ข้อสรุปคือทั้งสี่ตลาดยังลงทุนได้ แต่ควรปรับกลยุทธ์ (strategic recalibration) ตามเกณฑ์คัดกรองใหม่สามข้อ คือ (1) ทิศทางเศรษฐกิจมหภาคและช่องว่างเชิงนโยบาย (2) โครงสร้างการก่อหนี้เพื่อลงทุนของนักลงทุนในประเทศ และ(3) ความสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ (domestic value-added)
  • ไต้หวันเข้าเกณฑ์ครบทั้งสามข้อ จึงควรเป็นสินทรัพย์แกนของพอร์ตระยะยาว ทยอยสะสมเมื่อราคาย่อและใช้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์กำหนดขนาดการลงทุน เกาหลีใต้ผ่านข้อแรกและข้อที่สาม เหมาะกับการลงทุนระยะกลางหนึ่งถึงสองปีตามวัฏจักรหน่วยความจำ โดยรอสัญญาณยืนยันจากราคาสัญญาและยอดจองกำลังการผลิตปี 2027 เวียดนามผ่านเพียงข้อที่สอง แต่มีตัวเร่งชัดเจนจากการยกระดับสู่ตลาดเกิดใหม่ระดับรองของ FTSE Russell วันที่ 21 กันยายน 2026 จึงเหมาะกับการทยอยสะสมแบบเลือกกลุ่มอุตสาหกรรม ส่วนอินเดียผ่านข้อแรกและข้อที่สอง ควรมองยาวสามถึงห้าปีขึ้นไป โดยความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเริ่มน่าสนใจขึ้นจากคาดการณ์การเติบโตของ EPS ดัชนี MSCI India ที่ 13% ในปี 2026 และ 16% ในปี 2027 พร้อมเงินทุนต่างชาติที่พลิกกลับมาซื้อสุทธิกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน
Author
Slide3
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์, IAA

หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5