PDF Available  
FX & Rates Monthly

ทุนไหลเข้าสหรัฐฯ และพลิกกลับเข้าจีน–ญี่ปุ่น จาก Fed Hawkish และความหวังมาตรการกระตุ้นจีน, บาทอ่อนค่าเร็วแต่คาดแข็งค่าใน 4Q26

By ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์|20 Jul 26 6:26 AM
สรุปสาระสำคัญ
  • Capital Flow Analysis: ปัจจัยหลักขับเคลื่อนเงินทุนเคลื่อนย้าย (Capital Flow) ในเดือน ก.ค. มีสี่ปัจจัย (1) Fed ที่ยังส่งสัญญาณ hawkish คงดอกเบี้ยสูงแม้เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด ทำให้เงินยังไหลเข้าสหรัฐฯ (+$1.8 แสนล้าน) ขณะที่ Real Yields ที่สูงกดดันหุ้นเติบโต (Growth) จนเงินเข้าลดลงเหลือ +$1.7 หมื่นล้าน (-65% จากเดือนก่อน) (2) คือกระแสการหมุนเงินลงทุน (Sector Rotation) จากธีม AI/เซมิคอนดักเตอร์ เข้าสู่กองทุนอสังหาริมทรัพย์ (REITs) +$2.6 หมื่นล้าน แซงหน้ากลุ่มเทคโนโลยี และเข้าหุ้นกู้เอกชนคุณภาพดี (Investment Grade) อายุปานกลางเพื่อล็อกดอกเบี้ยสูงก่อนดอกเบี้ยขาลง (3) สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ดัน Brent แตะ 85 ดอลลาร์ แต่ตลาดยังมองเป็นความเสี่ยงชั่วคราว เห็นได้จากแรงขายสวนทางในหุ้นพลังงาน (-$4.6 พันล้าน) โดยผลกระทบชัดเจนสุดคือเงินไหลออกจากอิสราเอล -$2.4 พันล้าน และ (4) คือความคาดหวังมาตรการกระตุ้นจากการประชุม Politburo ประกอบกับ Valuation ที่ถูกและเยนอ่อน ส่งผลให้ Nikkei ทำจุดสูงสุดใหม่ ทำให้เงินพลิกกลับเข้าจีน (+$8.0 พันล้าน) และญี่ปุ่น (+$6.2 พันล้าน) ขณะที่ไทยซึ่งขาดธีมการลงทุนอย่าง AI ได้อานิสงส์เพียง +$9 ล้าน
  • ในระยะ 1 เดือนข้างหน้า InnovestX มองว่าตลาดจะยังกล้ารับความเสี่ยงแต่ระมัดระวังขึ้น โดยมีปัจจัยชี้ขาดคือ (1) สงครามตะวันออกกลาง หาก Brent พุ่งจากราว 88 ดอลลาร์เข้าใกล้ 100 ดอลลาร์ ตลาดอาจมองว่าเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบมากขึ้น (2) มาตรการภาษีสหรัฐฯ (มาตรา 301) หากเกินระดับ Reciprocal Tariff เดิมที่ 15-20% เงินที่เพิ่งกลับเข้าตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะจีนอาจไหลออก (3) ท่าที Fed ที่น่าจะยัง hawkish หนุนดอลลาร์แข็งและกดดันหุ้น Growth ต่อ และ (4) การประชุม Politburo ของจีน ซึ่งหากไม่มีมาตรการกระตุ้นชัดเจน (มุมมองหลักของ InnovestX) เงินที่ไหลเข้าจีนเดือนนี้มีโอกาสพลิกกลับเป็นไหลออก นอกจากนี้ยังต้องติดตามฤดูงบ Q2 สหรัฐฯ ทิศทางค่าเงินเยน และแรงขายกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในเกาหลีใต้–ไต้หวัน

  • ค่าเงินบาท (THB) อ่อนค่าลง 2.6% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา และอ่อนค่าราว 6.69%YTD สอดคล้องกับทิศทางที่เราประเมินไว้ แต่เกิดขึ้นเร็วกว่าคาด โดยตลาดมีความกังวลว่าดุลการค้าของไทยอาจขาดดุลมากขึ้น หลังสงครามกลับมาปะทุและผลักดันต้นทุนนำเข้าพลังงานให้สูงขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาทองคำปรับลดลงต่อเนื่องตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่แท้จริงของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง อย่างไรก็ดี กระแสเงินทุนไหลเข้าสุทธิในตลาดตราสารทุน รวมถึงการบริหารเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของ ธปท. อย่างต่อเนื่อง ช่วยลดทอนแรงกดดันต่อค่าเงินบาทได้บางส่วน

  • InnovestX มองว่าเงินบาทยังผันผวนในระยะสั้น แต่มีแนวโน้มกลับมาอยู่ที่ราว 33 บาท/ดอลลาร์ในช่วง 4Q26 (เฉลี่ยทั้งปี 32.5) หลังตลาดอาจ Price in ความเสี่ยงที่ Fed จะตึงตัวมากเกินไป ขณะที่สถานการณ์ตะวันออกกลางมีแนวโน้มคลี่คลายลงในระยะถัดไป ด้าน TH 10Y คาดปรับขึ้นเล็กน้อยสู่ 2.2% ณ สิ้นปี ตาม Bond yield โลก การกู้เงินภาครัฐ และเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้น ส่วน US 10Y คาดอยู่ที่ 4.4% หากสงครามคลี่คลายและ Fed คงดอกเบี้ยตามคาด

  • เงินเยนอ่อนค่าทะลุระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์มาอยู่ที่ราว 162 เยนต่อดอลลาร์และเรามองว่าค่าเงินเยนมีความเสี่ยงอ่อนค่าต่อไปทดสอบระดับ 165 เยนต่อดอลลาร์ในระยะข้างหน้า ด้วยความแตกต่างต่อความหวังของนโยบายการเงินญี่ปุ่นและสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงด้านการคลัง ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันให้ทางการญี่ปุ่นต้องพิจารณาเข้าแทรกแซง
Author
Slide3
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์

หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5