
1. ตลาดหุ้นโลกผันผวน ยุโรปบวก สหรัฐปิดผสม Dow ทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะ Nasdaq ถูกกดดันจากหุ้นชิป น้ำมันร่วง เยนอ่อนค่า
2. เจรจาสหรัฐ-อิหร่านสะดุด หลังเฮซบอลเลาะห์ปฏิเสธดีลหยุดยิง ความตึงเครียดยืดเยื้อ การเมืองสหรัฐเริ่มกดดัน
3. บอนด์ยีลด์ผันผวน ตลาดมอง Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยต่อ เงินเฟ้อยังสูงเกินเป้า จับตาตัวเลขแรงงานชี้ทิศนโยบายการเงิน
4. อินเดียเสี่ยงขาดดุลเพิ่ม ถูกกดดันจากราคาน้ำมันสูง ค่าเงินอ่อน เงินเฟ้อเร่งตัว จำกัดนโยบายการคลังและการเมือง
5. Blackstone จำกัดไถ่ถอนกอง BCRED สะท้อนแรงขาย private credit เพิ่ม ความเชื่อมั่นสินทรัพย์เสี่ยงยังเปราะบาง
6. รัสเซียยอมรับกำลังการผลิตน้ำมันดิบลดลงต่อเนื่องจากยูเครนที่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เป็นบวกต่อโรงกลั่น
7. รมว. พาณิชย์เผยจะนำทีมไทยแลนด์เข้าชี้แจงหลังสหรัฐฯ ออกผลไต่สวนภายใต้ Section 301 เป็น Overhang ต่อกลุ่มส่งออก
Morning Brief
By INVX Investment Products & Strategy
04 June 2026
1. ตลาดหุ้นโลกผันผวน โดยยุโรปปิดบวก 0.52% ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐปิดแบบผสม ดัชนี Dow ทำจุดสูงสุดใหม่ ส่วน S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.41% แต่ Nasdaq ลดลง 0.09% หลังผลประกอบการของ Broadcom ออกมาต่ำกว่าคาด กดดันหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ด้านราคาน้ำมัน Brent ปรับตัวลงเกือบ 3% จากข่าวข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอล-เลบานอน ขณะที่ค่าเงินเยนอ่อนค่าเข้าใกล้ระดับที่อาจมีการแทรกแซง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลดลง
2. การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ชะงักลงหลังเฮซบอลเลาะห์ปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ เป็นคนกลางในเลบานอน แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะยืนยันว่าอยู่ในช่วง “เจรจาขั้นสุดท้าย” แต่ฝ่ายอิหร่านระบุว่ายังไม่มีความคืบ ขณะที่ความรุนแรงในภูมิภาคยังยืดเยื้อ ความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่พอใจของสาธารณชนในสหรัฐต่อสงครามกับอิหร่าน ส่งผลให้สภาผู้แทนฯ ที่พรรครีพับลิกันคุมเสียงข้างมากลงมติจำกัดปฏิบัติการทางทหาร แม้นโยบายจะยังไม่ยุติสงครามโดยตรง
3. ตลาดพันธบัตรมอง Fed มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยใน 12 เดือนข้างหน้า โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี ได้ขึ้นไปแตะ 4.65% สูงสุดตั้งแต่ม.ค. 2025 แล้วถอยลงมาราว 4.47% ตามการย่อตัวของราคาน้ำมันและความหวังว่าสงครามอิหร่านจะยุติ ขณะที่ Fed ยังส่งสัญญาณไม่สนับสนุนการลดดอกเบี้ยเพราะเงินเฟ้อเกินเป้า 2% มากขึ้น ทำให้ตัวเลขแรงงานในวันศุกร์มีความสำคัญต่ออัตราดอกเบี้ยได้ในระยะถัดไป
4. อินเดียพิจารณาลดการใช้จ่ายบางหมวดเพื่อกันไม่ให้เป้าขาดดุลงบประมาณ “หลุดกรอบ” หลังราคาน้ำมันที่สูงจากสงครามตะวันออกกลางดันภาระเงินอุดหนุนและกดดันเสถียรภาพการคลัง โดยความเสี่ยงนี้อาจทำให้เป้าลดดุลงบฯ สู่ 4.3% ของ GDP ในปีสิ้นสุด มี.ค. 2027 พลาดเป็นครั้งแรกนับจากโควิด ขณะเดียวกันดอกเบี้ยสูง ค่าเงินรูปีอ่อนทำนิวโลว์ และเงินเฟ้อมีแนวโน้มเกินเป้า 4% ของ RBI ยิ่งจำกัด “ช่องไฟ” ทางนโยบาย
5. Blackstone จำกัดการไถ่ถอนกองทุน private credit (BCRED) หลังนักลงทุนยื่นขอไถ่ถอนคิดเป็น 10% ของหน่วยลงทุน ขณะที่กองทุนอนุญาตเพียง 5% ของจำนวนหน่วยทั้งหมด สะท้อนแรงขายต่อเนื่องในตลาด private credit ท่ามกลางความกังวลเรื่องวัฏจักรเครดิตเริ่มแย่ลง แม้ BCRED ยังให้ผลตอบแทนเฉลี่ยตั้งแต่ตั้งกองราว 9.3% ต่อปี โดยระดับคำขอไถ่ถอนสูง บ่งชี้ว่าความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์ private credit ยังเปราะบาง
6. รัสเซียยอมรับกำลังการผลิตน้ำมันดิบลดลงต่อเนื่องจากยูเครนที่โจมตีโรงกลั่นและท่าส่งออกตลอดช่วงที่ผ่านมา และล่าสุดรัสเซียระงับการส่งออกน้ำมันอากาศยานและเบนซิน ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวเป็นฤดูท่องเที่ยว ทำให้อุปสงค์สูงขึ้นตามฤดูกาล เป็นบวกต่อกลุ่มโรงกลั่น (SPRC, TOP, BCP)
7. รมว. พาณิชย์เผยจะนำทีมไทยแลนด์เข้าชี้แจงเพิ่มเติม หลังสหรัฐฯ ออกผลไต่สวนเบื้องต้นภายใต้ Section 301 และไทยอยู่ในกลุ่มอาจถูกเก็บภาษีอัตรา 12.5% ในวันที่ 6 ก.ค. 2569 โดยคาดจะทราบผลขั้นสุดท้ายในวันที่ 24 ก.ค. 2569 เป็น Overhang เล็กน้อยต่อกลุ่มส่งออก
ประเด็นที่ต้องติดตาม: การประชุมธนาคารกลางอินเดีย คาดคงอัตราดอกเบี้ยที่ 5.25%