Evening Brief

Evening Brief - เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 24 ก.ค. 2569

24 Jul 26 4:15 PM
เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ Evening Brief
สรุปสาระสำคัญ

1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นหลังตลาดร่วงแรง แต่ราคาน้ำมันสูงและ Bond Yield ยังจำกัด Upside ระยะสั้น
2. สหรัฐฯ–อิหร่านทำสงคราม 13 คืนติดต่อกัน เสี่ยงกระทบทั้ง Hormuz และเส้นทางเดินเรือทะเลแดงทั่วโลก
3. สหรัฐฯ ประกาศใช้ภาษี 10–12.5% กับ 60 ประเทศ เพิ่มแรงกดดันต้นทุน การค้าโลก และกำไรบริษัทอีกระลอก
4. Intel งบดีกว่าคาด พร้อมปรับเพิ่ม Guidance รับดีมานด์ AI หนุนความหวังต่อแผนฟื้นธุรกิจชิปสหรัฐฯ
5. PMI สหรัฐฯ คืนนี้เป็นตัวตัดสินว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ หรือกำลังเจอแรงกดดันจากน้ำมันและภาษีรอบใหม่
6. SET ปิดบวกเล็กน้อย ได้แรงซื้อกลับของกลุ่มธนาคาร และหุ้น Laggard พยุงตลาดก่อนเข้าสู่ช่วงสุดสัปดาห์

🌙 เรื่องต้องรู้ก่อนเทรดคืนนี้ 24 กรกฎาคม 2569

 

1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ขยับขึ้นเล็กน้อย โดย Dow Futures บวกราว 0.4% ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq 100 Futures บวก 0.2% และ 0.1% หลังตลาดร่วงแรงในคืนก่อนจากราคาน้ำมันที่พุ่งแรงและ Bond Yield ที่สูงขึ้น การฟื้นครั้งนี้จึงยังเป็นเพียงแรงซื้อคืนระยะสั้น เพราะความเสี่ยงตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย หากราคาพลังงานทรงตัวสูงนาน ตลาดอาจกลับมากังวลเงินเฟ้อและดอกเบี้ย ทำให้หุ้นเทคฯ และหุ้น Growth ยังผันผวน แม้ดัชนีเริ่มมีแรงพยุง ตลาดจึงยังฟื้นแบบระมัดระวังในระยะสั้น

 

2. สหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 13 ขณะที่อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงรอบใหม่ และกลุ่มฮูตีอ้างว่าปิดช่องแคบ Bab el-Mandeb หลังโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันซาอุดีอาระเบีย ความเสี่ยงจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่องแคบ Hormuz แต่ลามไปถึงเส้นทางทะเลแดง หากการขนส่งสะดุดพร้อมกันหลายจุด อาจหนุนราคาน้ำมันและค่าระวาง เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ และกดดัน Sentiment ตลาดโลก โดยเฉพาะฝั่งเอเชียที่เป็นผู้นำเข้าพลังงานหลัก

 

3. สหรัฐฯ ประกาศภาษีนำเข้าใหม่อัตรา 10–12.5% ครอบคลุม 60 ประเทศ เพื่อทดแทนภาษีชั่วคราว 10% ที่หมดอายุ โดยอ้างว่าคู่ค้ายังบังคับใช้กฎหมายห้ามสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับไม่เพียงพอ แม้อัตราใหม่ไม่สูงเท่าภาษี Liberation Day เดิม แต่ยังเพิ่มต้นทุนให้ผู้นำเข้าและห่วงโซ่อุปทาน พร้อมสร้างความไม่แน่นอนต่อ Margin บริษัท หากมีมาตรการเพิ่มเติมในภาคการผลิต ตลาดอาจกลับมากังวลเงินเฟ้อ การค้าโลก และกำไรของบริษัทข้ามชาติ จึงอาจจำกัด Upside ตลาดในระยะสั้น

 

4. Intel รายงานรายได้ไตรมาส 2 โต 25% สูงกว่าคาดที่ 11% พร้อมให้กรอบรายได้ไตรมาสปัจจุบันที่ 1.58–1.68 หมื่นล้านดอลลาร์ ดีกว่าที่ตลาดประเมิน โดยผู้บริหารชี้ว่าดีมานด์การประมวลผลจาก AI เป็นปัจจัยหนุนคำสั่งซื้อ ข่าวนี้ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อแผนฟื้นธุรกิจและบทบาทของ Intel ในฐานะผู้ผลิตชิปภายในสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ตลาดยังต้องติดตาม Margin ความคืบหน้าโรงงาน และความสามารถในการเปลี่ยนยอดขายเป็นกำไร เพราะการแข่งขันกับผู้นำชิปยังสูง ผลบวกจึงอาจจำกัดเฉพาะตัว

 

5. ตลาดจับตา PMI ภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นของสหรัฐฯ เดือน ก.ค. หลังดัชนีรวมเดือนก่อนอยู่ที่ 52.2 สะท้อนเศรษฐกิจยังขยายตัว โดยภาคบริการได้แรงหนุนจากการแข่งขันฟุตบอลโลก ขณะที่ภาคการผลิตโตต่อเป็นเดือนที่สี่จากการเร่งสะสมสินค้าเพื่อรับมือสงครามอิหร่าน รอบนี้ตลาดจะดูทั้งกิจกรรมใหม่และต้นทุน หาก PMI ยังแข็งแรงแต่ราคาจ่ายเร่งขึ้น อาจหนุน Bond Yield และลดความหวังลดดอกเบี้ย แต่หากชะลอพร้อมต้นทุนลดลง จะช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยง และอาจชี้ทิศทาง Yield ต่อ

 

6. SET Index วันที่ 24 ก.ค. 2569 ปิดที่ 1,644.39 จุด เพิ่มขึ้น 3.36 จุด (+0.20%) มูลค่าซื้อขาย 8.9 หมื่นล้านบาท เคลื่อนไหวในกรอบแคบก่อนสุดสัปดาห์ โดยธนาคารมีแรงซื้อเด่นจากมุมมองหลบความเสี่ยงตะวันออกกลางและปันผลสูง เช่น TTB (+4.14%), KTB (+3.57%), KBANK (+2.56%), BBL (+2.14%) ขณะที่หุ้น Laggard ฟื้น เช่น BJC (+3.38%), ERW (+2.56%), CBG (+2.04%) ส่วนกลุ่มพลังงาน-ปิโตรฯ อ่อนตัวตามน้ำมันที่ย่อลง เช่น IVL (-2.75%), PTTGC (-1.85%), PTTEP (-0.99%)

 

-----


ที่มา: Investing.com

 

ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b

 

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5