
1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น คลายกังวลแนวโน้มดอกเบี้ยหลังเงินเฟ้อ CPI เดือน มิ.ย. ออกมาชะลอตัวลง
2. หุ้นกลุ่มธนาคารรายงานงบแกร่งเกินคาด แต่ดัชนีถูกกดดันหลังหุ้น IBM ดิ่งหนัก 25% จากงบที่พลาดเป้า
3. ASML ปรับเพิ่มเป้ารายได้ปี 2026 และขยายกำลังการผลิตรับความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้น
4. ตลาดยังจับตาทิศทางดอกเบี้ย หลังประธานเฟด Kevin Warsh ส่งสัญญาณพร้อมคุมเงินเฟ้อ 2%
5. ตลาดเริ่มจับตาการประกาศผลการดำเนินงานที่จะทยอยออกมาเพื่อคาดการณ์แนวโน้มในอุตสาหกรรมต่างๆ
6. SET Index ปิด +0.26% เผชิญแรงขายหลังทดสอบระดับ 1640 จุด โดยกลุ่มโรงกลั่น ชิ้นส่วนอิเล็กฯ และโรงไฟฟ้านำตลาด
1. สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นในแดนบวก โดยสัญญาฟิวเจอร์สดัชนี S&P 500 ขยับขึ้น 0.2% และฟิวเจอร์สดัชนี Nasdaq 100 พุ่งขึ้น 0.8% หลังตลาดคลายกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างเร่งด่วนในเดือนกรกฎาคม จากการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนมิถุนายนที่ชะลอตัวลงเกินคาด ผสานแรงหนุนจากกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีที่เริ่มดีดตัวกลับมารับกระแสเชิงบวก
2. ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ในวอลล์สตรีท เช่น JPMorgan Chase, Bank of America, Citi และ Wells Fargo รายงานงบไตรมาสล่าสุดออกมาแข็งแกร่งและดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับอานิสงส์จากกิจกรรมการซื้อขายและการทำดีลควบรวมกิจการ (Dealmaking) ที่เติบโตโดดเด่น อย่างไรก็ดี บรรยากาศการลงทุนถูกกดดันจากการดิ่งลงของหุ้น IBM เมื่อวานนี้หลังรายได้พลาดเป้าจากการที่ลูกค้าองค์กรหันไปทุ่มงบประมาณให้กับโครงสร้างพื้นฐาน AI แทน
3. ASML ผู้ผลิตเครื่องจักรทำชิปรายใหญ่ของโลก ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ปี 2026 เป็น €43–45 พันล้าน หลังผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าคาด ทั้งรายได้และกำไร บริษัทยังมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตอีก 30% ในช่วงปี 2027–2028 เพื่อรองรับความต้องการชิป AI ที่เพิ่มขึ้น โดย Intel เตรียมนำเครื่อง High-NA ไปใช้ผลิตชิป Panther Lake ขณะที่ความต้องการจากจีนยังแข็งแกร่ง แม้จะมีข้อจำกัดการส่งออกจากสหรัฐฯ
4. ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงต้องติดตามอย่างระมัดระวัง แม้ตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ทั่วไปจะชะลอตัวลงจนทำให้นักลงทุนปรับลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมลงเหลือเพียง 16.6% แต่การแถลงต่อสภาคองเกรสครั้งแรกของ Kevin Warsh ประธานเฟดคนใหม่ ได้เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่าเฟดยังคงมุ่งมั่นที่จะใช้นโยบายการเงินเชิงรุกเพื่อกดดันให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานกลับสู่กรอบเป้าหมายที่ 2% ให้ได้
5. ตลาดติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทในสหรัฐฯ ที่จะทยอยออกมา โดยมี Morgan Stanley, Bank of New York, BlackRock ในกลุ่มการเงิน เช่นเดียวกับกลุ่ม Healthcare ที่ประกอบไปด้วย Johnson & Johnson, UnitedHealth Group ขณะที่หุ้นกลุ่มอื่นๆ เช่น GE Aerospace, Netflix และ Seagate Technology ก็ถูกจับตาดูเช่นกัน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดของแนวโน้มในอุตสาหกรรมต่างๆ
6. SET เริ่มเผชิญแรงขายในช่วงบ่าย หลังพยายามทดสอบระดับ 1640 จุด โดยกลุ่มโรงกลั่น TOP (+10.24%) SPRC (+8.59%) BCP (+6.67%) IRPC (+2.09%) ปรับขึ้นโดดเด่น ค่าการกลั่นพุ่งสู่ระดับ US$30 ต่อบาร์เรล กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ HANA (+3.29%) KCE (+0.56%) ฟื้นตัวตามหุ้นเทคฯ โลก กลุ่มโรงไฟฟ้า GUNKUL (+3.91%) GPSC (+1.02%) และกลุ่มไฟแนนซ์ KTC (+4.08%) TURBO (+3.01%) คาดได้อานิสงส์จากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัว ผ่อนคลายบรรยากาศการลงทุนและต้นทุนทางการเงิน
-----
ที่มา: Investing.com
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b