
1. Nasdaq Futures ร่วงแรง หลังหุ้น AI ถูกกดดันจาก Valuation แพงและดอกเบี้ยสูง
2. KOSPI ร่วงชน Circuit Breaker จากแรงขายทำกำไรหุ้นชิป
3. ทองคำร่วงเกือบ 2% หลังดอลลาร์แข็งและตลาดเพิ่มโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ย
4. น้ำมันลดลงต่อ หลังตลาดคาดอิหร่านกลับมาส่งออกเพิ่มจากดีลสันติภาพ
5. หุ้นยุโรปปรับลง รับความกังวลดอกเบี้ยสูงกลบข่าวบวกดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน
6. SET ร่วงกว่า 33 จุด จาก Panic Sell ภูมิภาค ชิ้นส่วนอิเล็กฯ กดดันหนัก
1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับลงนำโดย Nasdaq 100 Futures ร่วง 2.25% ขณะที่ S&P 500 Futures ลดลง 1.34% และ Dow Futures ลดลง 0.71% หลังตลาดกังวลว่าหุ้น AI มี Valuation สูงเกินไปในช่วงที่ต้นทุนการกู้ยืมยังสูง และการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ต้องใช้เงินจำนวนมาก โดยตลาดเพิ่มคาดการณ์ว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยรวม 0.50% ภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่หุ้น SpaceX ร่วง 16% และหุ้นเทคฯ ใหญ่อย่าง Alphabet, Meta, Microsoft และ Amazon ถูกขายแรง กดดัน Sentiment หุ้น Growth
2. ดัชนี KOSPI เกาหลีใต้ร่วงกว่า 8% จนต้องหยุดพักการซื้อขายเป็นครั้งที่ 2 ของวัน หลังนักลงทุนขายทำกำไรหุ้นชิปที่ปรับขึ้นแรงจากกระแส AI และเงินทุนต่างชาติ โดย SK Hynix และ Samsung Electronics ลดลง 10.6% และ 8.2% ตามลำดับ ขณะที่ Hyundai Motor ร่วง 10.5% อีกแรงกดดันมาจากรายงานว่าเกาหลีใต้อาจยังไม่ถูกเพิ่มเข้า MSCI Developed Markets ทำให้ตลาดผิดหวัง เพราะก่อนหน้านี้นักลงทุนคาดว่าอาจเป็นปัจจัยดึงเงินทุนต่างชาติรอบใหม่
3. ราคาทองคำปรับลงเกือบ 2% โดย Spot Gold ลดลงสู่ 4,117.61 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ Gold Futures ลดลงสู่ 4,135.10 ดอลลาร์ หลังดอลลาร์แข็งใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 13 เดือน และตลาดเพิ่มน้ำหนักว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ ทองคำซึ่งไม่มีดอกผลจึงถูกกดดันจากทั้งดอลลาร์แข็งและ Bond Yield สูง แม้ความคืบหน้าเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านช่วยลดความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ แต่ตลาดเริ่มโฟกัสมากขึ้นว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อจะทำให้ Fed คุมเข้มต่อหรือไม่
4. ราคาน้ำมันปรับลงต่อ โดย Brent ลดลง 1.5% สู่ 76.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ลดลง 1.3% สู่ 72.88 ดอลลาร์ หลังสหรัฐฯ ออกใบอนุญาตชั่วคราว 60 วันให้มีการขาย ขนส่ง และนำเข้าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากอิหร่านได้บางส่วน ความคืบหน้าการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านเพิ่มความคาดหวังว่าอุปทานน้ำมันจะกลับเข้าสู่ตลาดมากขึ้น และ Risk Premium จากช่องแคบฮอร์มุซจะลดลง อย่างไรก็ดี ตลาดยังต้องติดตามว่าการขนส่งจะกลับสู่ภาวะปกติได้เร็วแค่ไหน
5. หุ้นยุโรปเปิดตลาดปรับลง โดย STOXX 600 ลดลงราว 1%, DAX ลดลง 1.3% และ CAC 40 กับ FTSE MIB ลดลงราว 1% หลังความตื่นเต้นจากดีลสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านเริ่มจางลง และนักลงทุนกลับมากังวลธีม Higher-for-longer จากแรงกดดันเงินเฟ้อหลังสงครามพลังงาน แม้ ECB มองว่ายังไม่มีสัญญาณเงินเฟ้อฝังลึกชัดเจน แต่ตลาดยังคาดว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกในครึ่งปีหลัง ทำให้หุ้นยุโรปมีแนวโน้มพักฐานใกล้ระดับสูงสุด และรอ PMI กับผลประกอบการเป็นตัวชี้นำรอบถัดไป
6. SET Index วันที่ 23 มิ.ย. 2569 ปิดที่ 1,540.90 จุด ลดลง 33.23 จุด (-2.11%) มูลค่าการซื้อขาย 1.13 แสนล้านบาท รับแรง Panic Sell ตามตลาดเอเชีย โดยเฉพาะหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กฯ นำโดย DELTA (-5.37%) กดดัชนีราว 18 จุด รวมถึง HANA (-9.43%), KCE (-8.02%) และ CCET (-7.03%) ขณะที่หุ้นใหญ่อย่าง AOT (-2.52%), PTT (-2.10%) และ TRUE (-2.92%) ถูกขายเช่นกัน ด้านเครื่องดื่มสวนตลาดได้ เช่น OSP (+3.68%), ICHI (+1.50%) และ HTC (+0.65%) จากต้นทุนลดลงและอากาศร้อนหนุนยอดขาย
-----
ที่มา: Investing.com
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b