
1. ดัชนี Futures ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงต่อ หลังราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ พุ่ง
2. หุ้นเอเชียร่วงหนักจากความกังวลเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯพุ่งสูงสุดในรอบปีกดดันตลาด
3. ราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อ หลัง Trump และ Xi เห็นตรงกันอิหร่านไม่ควรมีนิวเคลียร์ ตลาดกังวลตะวันออกกลางยังขัดแย้งสูง
4. อินเดียขึ้นราคาน้ำมันค้าปลีกกว่า 3% ขณะที่ราคาที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นยังไม่เพียงพอต่อต้นทุนที่สูงขึ้น
5. ทรัมป์ประกาศ “ดีลการค้าสุดยอด” กับจีน ในขณะที่ทีมเศรษฐกิจสหรัฐฯ พูดถึงการบริหารการค้าและการลงทุนของ 2 ประเทศ
6. SET Index -1.38% เผชิญแรงขายทำกำไรหลังการประชุมผู้นำจีน-สหรัฐฯ จบลงและเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการรายงานงบ
1. ดัชนี Futures ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงแรง โดย S&P 500 -0.8% และ NASDAQ 100 -1.1% ได้รับแรงกดดันจาก Bond Yield ของสหรัฐฯที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง พร้อมกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังตลาดมองว่าการเจรจาระหว่างทรัมป์-สี จิ้นผิง ไม่สามารถลดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านได้ โดยอุปทานน้ำมันยังคงมีแนวโน้มตึงตัว กดดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้น
2. ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงแรงหลัง Bond Yield สหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบปีจากความกังวลเฟ้อและโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ย ด้านราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 5% ในสัปดาห์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่ามากสุดในรอบสองเดือน กดดันหุ้นเอเชีย โดย Nikkei ร่วง 1.99% และ KOSPI ดิ่งกว่า 6% กดดันโดยกลุ่ม Semiconductor ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงก่อนหน้านี้
3. ราคาน้ำมัน Brent และ WTI ปรับตัวขึ้นมากกว่า 2% หลัง Trump ระบุว่าเขาและ Xi Jinping เห็นพ้องกันว่าอิหร่านไม่ควรมีอาวุธนิวเคลียร์ และควรเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นไปตามปกติ ขณะเดียวกัน ภาวะอุปทานน้ำมันยังตึงตัว และความเสี่ยงจากความขัดแย้งในภูมิภาคยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ตลอดสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้นเกือบ 6% และ WTI เพิ่มขึ้นมากกว่า 7% ตลาดยังคงติดตามความคืบหน้าการนำเข้าน้ำมันสหรัฐของจีน รวมถึงสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด
4. อินเดียปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลมากกว่า 3% หลังต้นทุน crude oil เพิ่มสูงจากสถานการณ์สงครามในอิหร่าน อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยการขาดทุนในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน ผลกระทบต่อเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับจำกัดที่ราว 15 bps แต่ความต้องการใช้น้ำมันเริ่มชะลอลง ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงาน ปรับตัวลดลงประมาณ 2.4–3.6% ด้านรัฐบาลอินเดียได้ออกมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อลดการใช้น้ำมันและควบคุมค่าใช้จ่าย
5. ทรัมป์ประกาศว่าการเยือนจีนครั้งนี้ได้ “ดีลการค้าสุดยอด” โดยระบุว่าจีนจะซื้อเครื่องบิน Boeing สูงสุดราว 200 ลำ สนใจนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐ และมีแผนซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐในช่วงสามปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน ทีมเศรษฐกิจสหรัฐพูดถึงการตั้ง “board of trade” และ “board of investment” เพื่อบริหารการค้าและการลงทุนใน “สินค้าที่ไม่เป็นยุทธศาสตร์” ชี้ว่าทั้งสองประเทศพยายามสร้างกลไกสถาบันเพื่อจัดโซนนิ่งระหว่างภาคส่วนที่ร่วมมือได้กับภาคส่วนที่ยังขัดแย้ง
6. SET ปรับลงหลังการประชุมสุดยอดผู้นำจีน-สหรัฐฯ จบลงและเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการรายงานงบหุ้นไทย 1Q69 รวมถึงการขายทำไรจากวานนี้ที่ปรับขึ้นทะลุจุดสูงสุดเดิม โดยมีแรงขาย DELTA (-4.49%) นำการปรับลดของดัชนี กดดันราว 15 จุด รวมถึงหุ้นขนาดใหญ่อื่นที่เผชิญแรงขายทำกำไรในวันนี้ KCE (-4.44%) SCC (-1.75%) CRC (-1.85%) BEM (-2.78%) ทั้งนี้ HANA (-10.64%) เผชิญแรงขายหลังรับรู้ผลประกอบการ 1Q69 ที่ต่ำกว่าที่ตลาดคาด
-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b