
1. ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวใกล้ระดับทรงตัว ราคาน้ำมันพุ่งกดดัน sentiment แม้แรงหนุนหุ้นเทคโนโลยีช่วยพยุง
2. อิสราเอล–เลบานอน ขยายเวลาหยุดยิงอีกสามสัปดาห์ แต่กลุ่ม Hezbollah ไม่ได้เข้าร่วมการเจรจา สะท้อนความเปราะบางของข้อตกลง
3. ราคาน้ำมัน Brent พุ่งเหนือ 106 ดอลลาร์ หลัง Hormuz ยังปิดบางส่วน ตลาดกังวลแรงกดดันเงินเฟ้อและผลกระทบเศรษฐกิจโลก
4. Intel พุ่งกว่า 20% หลังปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ รับแรงหนุนดีมานด์ AI data center ตอกย้ำธีมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์
5. ตลาดจับตา Michigan Consumer Sentiment ฉบับ Final หลังตัวเลขเบื้องต้นร่วงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์จากแรงกดดันสงคราม
6. ดัชนี SET ปรับลดลง -0.36% หลังตลาดกังวลความเสี่ยงตะวันออกกลาง, MSCI ลดน้ำหนักลงทุน และ DELTA เสี่ยงหลุด SET50
1. ฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวใกล้ระดับทรงตัว โดยดัชนี Dow futures ปรับตัวลดลงเล็กน้อย ขณะที่ S&P 500 ขยับขึ้นเล็กน้อย และ Nasdaq 100 บวกแรงกว่า 0.5% จากแรงหนุนหุ้นเทคโนโลยี ตลาดยังขาดทิศทางชัดเจน หลังความหวังข้อตกลงสหรัฐฯ–อิหร่านเริ่มเลือนลาง และการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบ Hormuz ยังติดขัด ราคาน้ำมันยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กดดันความกังวลเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ช่วยพยุง sentiment และทำให้ตลาดยังสามารถลบล้างแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ได้บางส่วน
2. ปธน. Donald Trump ระบุว่าการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนจะถูกขยายออกไปอีกสามสัปดาห์ หลังการหารือกับนักการทูตทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ตาม กลุ่ม Hezbollah ไม่ได้เข้าร่วมการเจรจา และยังมีรายงานการยิงปะทะก่อนการประกาศดังกล่าว ทำให้ตลาดยังตั้งคำถามต่อเสถียรภาพของข้อตกลง ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน และมีเหตุยึดเรือใกล้ Hormuz ต่อเนื่อง สถานการณ์จึงยังสะท้อนความเปราะบาง แม้มีความพยายามขยายเวลาหยุดยิงในหลายแนวรบ
3. ราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้นสู่ระดับกว่า 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ขยับเข้าใกล้ 97 ดอลลาร์ หลังช่องแคบ Hormuz ยังไม่กลับมาเปิดตามปกติ เส้นทางขนส่งดังกล่าวคิดเป็นราวหนึ่งในห้าของอุปทานน้ำมันโลก ทำให้ตลาดกังวลถึงความเสี่ยงเงินเฟ้อพลังงานและผลกระทบต่อการเติบโตเศรษฐกิจโลก นักวิเคราะห์เตือนว่าหากราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง ธนาคารกลางอาจจำเป็นต้องชะลอการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ขณะที่ IEA ระบุว่าสถานการณ์นี้เป็นหนึ่งในภัยคุกคามความมั่นคงพลังงานที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์
4. หุ้น Intel พุ่งกว่า 20% ในการซื้อขายหลังปิดตลาด หลังบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ไตรมาสปัจจุบันสู่ช่วง 13.8–14.8 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ปัจจัยหนุนมาจากความต้องการ CPU และเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อรองรับการประมวลผล AI ในศูนย์ข้อมูล แม้ก่อนหน้านี้ Intel ถูกมองว่าไม่ได้เป็นผู้เล่นหลักในกระแส AI แต่การขยายการใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน AI ทำให้บริษัทได้รับอานิสงส์โดยตรง การปรับ guidance ครั้งนี้ช่วยกระตุ้น sentiment ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และตอกย้ำธีมการลงทุนด้าน AI infrastructure ที่ยังแข็งแกร่ง
5. ตลาดจับตาผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก University of Michigan ฉบับปรับปรุง (Final data) เดือนเมษายน หลังตัวเลขเบื้องต้นร่วงลงสู่ระดับ 47.6 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จาก 53.3 ในเดือนก่อนหน้า การอ่อนตัวเกิดขึ้นในทุกกลุ่มอายุ รายได้ และกลุ่มทางการเมือง โดยผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากชี้ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่น หากตัวเลขยืนยันแนวโน้มอ่อนแอ อาจสะท้อนแรงกดดันต่อการใช้จ่ายภาคครัวเรือน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในช่วงถัดไป
6. ดัชนี SET ปิดที่ 1456.10 จุด (-5.25จุด/ -0.36%) มูลค่าการซื้อขาย 4.9 หมื่นลบ. โดยดัชนีปรับลงต่ออีกวัน คาดตลาดกังวลความเสี่ยงตะวันออกกลาง, MSCI ลดน้ำหนักลงทุน และ DELTA เสี่ยงหลุด SET50 แต่ในช่วงบ่ายดัชนีลดช่วงลบลง จากแรงซื้อกลับหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะ ด้านหุ้นขนาดใหญ่เผชิญแรงขายบนประเด็นความกังวลที่รุมเร้าตลาด กังวล DELTA (-1.02%) เสี่ยงถูกนำออกจากการคำนวณดัชนี SET50 ใน 2H69 และหุ้นขนาดใหญ่อื่นๆ AOT (-1.36%) TRUE (-2.17%) KTB (-1.53%) CPALL (-1.10%) HMPRO (-1.61%) จากความกังวลตะวันออกลาง และ MSCI อาจลดน้ำหนักการลงทุนในไทย
-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b