
1. ดัชนี Futures สหรัฐฯ ปรับตัวในกรอบ หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำ All Time High จากความคาดหวังจบสงคราม
2. จีนคาดคงอัตราดอกเบี้ย LPR ไว้ที่เดิมเป็นเดือนที่ 11 แม้ GDP ไตรมาสที่ 1/2026 จะโตแข็งแกร่งที่ 5%
3. จีนเสนอเงินกู้และเทคโนโลยีรถไฟให้เวียดนาม หนุนความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ของทั้งสองประเทศ
4. ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) สั่งโรงกลั่นน้ำมันรัฐลดซื้อดอลลาร์ Spot ให้หันไปใช้ Credit line หวังพยุงค่าเงินรูปี
5. ธนาคารใหญ่ในสหรัฐฯ เริ่มเทรด CDS ผูกกับความเสี่ยง Private Credit Funds ของ Blackstone, Apollo และ Ares
6. SET Index -0.49% ลดความเสี่ยงก่อนการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านรอบใหม่ โดยหุ้น Big Cap เผชิญแรงขายในวงกว้าง
1. ดัชนี Futures ของสหรัฐฯ เคลื่อนไหวในกรอบ หลังจาก S&P 500 และ Nasdaq ปิดทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยได้แรงหนุนจากบรรยากาศเชิงบวกด้านภูมิรัฐศาสตร์หลังอิสราเอลยอมรับข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวกับเลบานอนราว 10 วัน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านอาจกลับมาเดินหน้าภายในสุดสัปดาห์ แม้น้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงจากความเสี่ยงที่ช่องแคบฮอร์มุซ ด้านเศรษฐกิจ
2. จีนคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย LPR ระยะ 1 ปี และ 5 ปี ที่ 3.00% และ 3.50% ตามลำดับ หลัง GDP ไตรมาสแรกขยายตัว 5% พร้อมราคาสินค้าโรงงานกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 3 ปี ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักต่างๆ คาดว่า PBOC มีแนวโน้มคงนโยบายการเงินไว้ก่อน โดยใช้เครื่องมือเชิงโครงสร้างแทนการลดดอกเบี้ย ขณะที่ธนาคารเพื่อการลงทุนรายใหญ่ได้ถอนการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยออกไปแล้ว
3. จีนและเวียดนามลงนามเอกสารความร่วมมือ 32 ฉบับ หลังประธานาธิบดี Xi Jinping พบกับ To Lam โดยจีนเสนอเงินกู้ เทคโนโลยี และการฝึกอบรมด้านโครงสร้างพื้นฐานรถไฟ ซึ่งทั้งสองฝ่ายมองว่าเป็นการสร้างความสัมพันธ์ครั้งใหม่ นอกจากนี้ยังขยายความร่วมมือด้านการบิน พลังงานใหม่ และแร่ธาตุสำคัญ ภายใต้กรอบ Belt and Road Initiative สายการบิน Vietjet ยังเซ็นสัญญา Finance Lease เครื่องบิน C909 จาก COMAC อีกด้วย
4. ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ขอให้โรงกลั่นน้ำมันของรัฐ ได้แก่ IOC, HPCL และ BPCL ลดการซื้อดอลลาร์ใน Spot Market และหันมาใช้ Credit Line พิเศษผ่าน SBI แทน มาตรการนี้คล้ายกับที่ใช้ในช่วงสงครามยูเครน โดยมีเป้าหมายลดแรงกดดันต่อค่าเงินรูปี ซึ่งอ่อนค่าลงกว่า 3% ในปีนี้ แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 95 รูปีต่อดอลลาร์ในเดือนมีนาคม จากราคาพลังงานสูงและเงินทุนไหลออก หลังประกาศมาตรการ รูปีแข็งค่าขึ้น 0.4% สู่ระดับ 92.80
5. JPMorgan, Barclays, Morgan Stanley และ Citigroup เริ่มเทรด Credit Default Swaps (CDS) ที่เชื่อมโยงกับ Private Credit Funds ของ Blackstone, Apollo Global และ Ares Management ท่ามกลางภาวะที่ Private Credit กำลังเผชิญการทดสอบในภาวะวิกฤต (Stress Test) ครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ขยายตัวหลังวิกฤต 2008 ขณะที่ S&P Dow Jones Indexes เพิ่งเปิดตัว CDS Index ใหม่สำหรับตลาด Private Credit เพื่อให้นักลงทุนใช้ป้องกันความเสี่ยง (Hedge) ความเสี่ยงในภาคส่วนนี้
6. SET ปรับลงก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุด ลดความเสี่ยงก่อนการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านรอบใหม่ ตลาดเริ่มกังวลผลกระทบการปิดช่องแคบฮอร์มุซเริ่มลุกลาม หุ้น Big Cap เผชิญแรงขายเป็นวงกว้าง นำโดยกลุ่มสื่อสาร ADVANC (-4.08%) TRUE (-2.08%) และ GULF (-1.70%) KTB (-2.34%) TTB (-4.31%) กลุ่มท่องเที่ยว CENTEL (-2.84%) MINT (-1.32%) ERW (-2.19%) AWC (-1.77%) เผชิญแรงขายทำกำไร จาก IEA เตือนน้ำมันอากาศยานในยุโรปมีเพียงพอใช้สำหรับ 6 สัปดาห์ข้างหน้า อาจกระทบจำนวน นทท. ระยะไกล
-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b