
1.ฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ร่วงต่อ ตลาดผวามาตรการ "ทรัมป์ 2.0" แทรกแซงอสังหาฯ และสั่งคุมงบผู้ผลิตอาวุธเข้มงวด
2.ราคาน้ำมันฟื้นตัวจำกัด แรงหนุนสต็อกน้ำมันลดวูบสลับความกังวลแผนคุมน้ำมันเวเนซุเอลาระยะยาวของสหรัฐฯ
3.Samsung กำไรพุ่ง 3 เท่า! ปรากฏการณ์ชิป AI ขาดแคลนดันราคาพุ่ง ปลุกชีพยักษ์เกาหลีใต้โชว์ผลประกอบการสุดแกร่ง
4.หุ้นชิปจีนตีปีก Hua Hong นำทีม รับข่าวสั่งปักกิ่งสั่งแบนคำสั่งซื้อชิป Nvidia H200 เปิดทางผู้ผลิตในประเทศกินส่วนแบ่งตลาด
5.Bitcoin ร่วงหลุด $91,000 แรงขายทำกำไรฉุดราคาดิ่ง รับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และรอดูตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ
6.SET Index ดิ่งเกือบ 30 จุด ผวา Big Lot หุ้น DELTA ต่ำกว่ากระดาน ฉุดความเชื่อมั่นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์วูบทั้งแถบ
1. ดัชนีฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงต่อเนื่องในคืนนี้ นำโดย Nasdaq 100 ที่ร่วงลง 0.3% ท่ามกลางความกังวลต่อนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศห้ามสถาบันการเงินเข้าซื้อบ้านเดี่ยวหวังแก้ปัญหาราคาบ้านพุ่ง และคำสั่งห้ามผู้รับเหมาป้องกันประเทศจ่ายปันผลหรือซื้อหุ้นคืน พร้อมกดดันให้เพิ่มงบกลาโหมมหาศาล นักวิเคราะห์มองว่านี่คือการแทรกแซงเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาดทุนอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่เผชิญแรงขายทันทีหลังประกาศ
2. สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นแต่ขยับบวกได้เพียงเล็กน้อย โดย Brent ทรงตัวแถวระดับ $60 ต่อบาร์เรล แม้จะมีรายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงมากกว่าคาด แต่ตลาดถูกกดดันจากแผนการของสหรัฐฯ ที่จ่อเข้าควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันในเวเนซุเอลาในระยะยาวเพื่อดึงน้ำมันเข้าสู่คลังสำรองของวอชิงตัน นอกจากนี้ความขัดแย้งที่ยังยืดเยื้อระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงเป็นปัจจัยหนุนความเสี่ยง (Risk Premium) ที่ทำให้ราคาน้ำมันไม่ปรับตัวลดลงแรงเหมือนช่วงสองวันที่ผ่านมา
3. Samsung Electronics สร้างความประหลาดใจให้ตลาดด้วยการคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 2025 พุ่งสูงถึง 20 ล้านล้านวอน ซึ่งมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 3 เท่า ผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากราคาชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากภาวะขาดแคลนอุปทานท่ามกลางความต้องการของบริษัท AI ทั่วโลก ตัวเลขที่ออกมาดีกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์นี้ช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีฝั่งเอเชียและเป็นสัญญาณบวกต่อวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมชิปโลกในปีนี้
4. ตลาดหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในจีนและฮ่องกงได้รับอานิสงส์อย่างมาก หลังมีรายงานว่ารัฐบาลปักกิ่งสั่งการให้บริษัทเทคโนโลยีในประเทศชะลอการสั่งซื้อชิป AI รุ่น H200 จาก Nvidia เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติและส่งเสริมชิปที่พัฒนาขึ้นเองภายในประเทศ ส่งผลให้หุ้นอย่าง SMIC และ Cambricon พุ่งขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าผู้ผลิตชิปท้องถิ่นจะได้รับคำสั่งซื้อทดแทนมหาศาลภายใต้การสนับสนุนของนโยบายรัฐบาลจีนที่เข้มงวดขึ้นในการจัดการเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์
5. ราคา Bitcoin เผชิญแรงกดดันอย่างหนักจนร่วงหลุดระดับ $91,000 เนื่องจากนักลงทุนเลือกที่จะลดความเสี่ยง (Risk-off) จากสถานการณ์การเมืองที่ตึงเครียดในละตินอเมริกาและเอเชีย นอกจากนี้ตลาดยังอยู่ในสภาวะเฝ้าระวังก่อนการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่บริษัทที่ถือครอง Bitcoin จำนวนมากอย่าง Strategy Inc ยังคงเผชิญกับผลขาดทุนที่หนักหน่วงสะสมต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า
6. ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงเทขายอย่างรุนแรงจน SET Index ปิดลบกว่า 2.13% มาอยู่ที่ระดับ 1253.60 จุด สาเหตุสำคัญเกิดจากรายการ Big Lot หุ้น DELTA ที่มีการขายออกมาในราคาต่ำกว่ากระดานอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และไฟแนนซ์ทั้งระบบ อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นเม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่กลุ่มธนาคารซึ่งถูกมองว่าเป็นหลุมหลบภัยในภาวะที่ตลาดกังวลเรื่องผลประกอบการของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นและสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ๆ
-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b