
1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย หลังความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสงครามเริ่มกลับมาสร้างความกังวลอีกครั้ง
2. การหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านสั่นคลอน สหรัฐฯ เข้ายึดเรือบรรทุกสินค้าอิหร่าน ติดตามการเจรจารอบถัดไป
3. สหรัฐฯ เริ่มคืนภาษีนำเข้า reciprocal tariff ที่ถูกจัดเก็บไม่เป็นธรรม ช่วยหนุนกระแสเงินสดของภาคเอกชน
4. ประธาน ECB เผยผลกระทบจากสงครามยังไม่ถึงระดับเลวร้าย ยังรอข้อมูลก่อนการตัดสินใจปรับทิศดอกเบี้ย
5. BDI หั่นคาดการณ์ภาคอุตสาหกรรมเยอรมนี หลังเผชิญปัจจัยลบจากสงครามอิหร่าน และราคาพลังงานที่แพง
6. Tim Cook ประกาศลงจากตำแหน่ง CEO ของ Apple โดย John Ternus ขึ้นเป็น CEO คนใหม่ มีผล 1 ก.ย. นี้
7. รัฐบาลไทยเตรียมออก พ.ร.ก. เงินกู้ วงเงิน 5 แสนลบ. พร้อมขยายเพดานหนี้สาธารณะเป็นระดับ 70-75% จากเดิม 66%
8. กบน. ปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนน้ำมันลดราคาขายปลีกดีเซลสู่ 41.70 บาท/ลิตร เป็นบวกต่อกำลังซื้อในประเทศ
Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
21 April 2026
1. ดัชนีหลักสหรัฐปรับลงเล็กน้อยหลังสุดสัปดาห์ที่ความตึงเครียดสหรัฐ–อิหร่านกลับมาสูงขึ้น จากข่าวทรัมป์ยืนยันการยึดเรือสินค้าธงอิหร่านในอ่าวโอมาน และมีรายงานว่าช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดอีกครั้ง ทำให้น้ำมัน WTI ดีดราว 6% แถว 89 ดอลลาร์/บาร์เรล และ Brent แตะราว 95–96 ดอลลาร์/บาร์เรล S&P 500 ปิดลบราว -0.24%, Nasdaq -0.26% ทั้งนี้ตลาดติดตามผลประกอบการ Q1
2. การยืดหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านเริ่มสั่นคลอน หลังเรือรบสหรัฐยิงยับยั้งเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่าน TOUSKA ที่พยายามฝ่าการปิดล้อมทางทะเลในอ่าวโอมาน และยึดเรือลำดังกล่าวไว้ ภายใต้บริบทสงครามที่เพิ่งหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ซึ่งจะหมดอายุปลายสัปดาห์ ในขณะที่ต้องติดตามการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านในสัปดาห์นี้ โดยสหรัฐฯ ยังคงส่งสัญญาณเชิงบวกในการเจรจาพร้อมกับคำขู่เพื่อให้อิหร่านรับข้อตกลง
3. ในวันที่ 20 เม.ย. 2026 สหรัฐฯ เริ่มเปิดระบบคืนภาษีนำเข้าจากมาตรการ “reciprocal tariffs” ของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งศาลฎีกาสหรัฐวินิจฉัยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่าใช้อำนาจกฎหมายภาวะฉุกเฉิน (IEEPA) เกินขอบเขตรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐต้องเตรียมคืนเงินภาษีรวมสูงสุดถึง 166,000 ล้านดอลลาร์ โดยการขอคืนภาษีดังกล่าวมีแนวโน้มดึงสภาพคล่องคืนจากรัฐสู่เอกชน และช่วยหนุนให้กระแสเงินสดของบริษัทเพิ่มสูงขึ้น
4. Christine Lagarde ประธาน ECB ระบุว่า ผลกระทบเศรษฐกิจจากสงครามอิหร่าน–ตะวันออกกลาง ยังไม่ถึงระดับ สถานการณ์เลวร้าย ที่ ECB เคยจำลองไว้ จึงจำเป็นต้อง “รอข้อมูลเพิ่ม” ก่อนจะสรุปทิศทางนโยบายอย่างเด็ดขาด เธอชี้ว่าราคาน้ำมันในตลาด spot และ futures ปรับขึ้นเกินสมมติฐาน baseline ของ ECB แล้ว แต่ราคาก๊าซธรรมชาติยังต่ำกว่าสมมติฐาน ช่วยยืนยันมุมมองว่าโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 30 เม.ย. ยังต่ำ
5. สมาคมอุตสาหกรรมเยอรมนี (BDI) ปรับลดมุมมองต่อภาคอุตสาหกรรมปี 2026 จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวราว 1% เหลือเพียง “ทรงตัวในกรณีดีที่สุด” โดย Peter Leibinger ประธาน BDI กล่าวว่าการเริ่มต้นปีที่อ่อนแอ บวกกับสงครามอิหร่านที่ดันราคาพลังงานสูงขึ้น ทำให้ความเสี่ยงถดถอยรอบใหม่เพิ่มขึ้น พร้อมเรียกร้องรัฐบาลออกแพ็กเกจกระตุ้น–ลดภาษี–ลดกฎระเบียบภายในกลางปี
6. Tim Cook ประกาศจะลงจากตำแหน่ง CEO และย้ายไปเป็น Executive Chairman ของบอร์ด มีผลวันที่ 1 ก.ย. 2026 โดย John Ternus วัย 50 ปี ปัจจุบันเป็น Senior VP of Hardware Engineering จะขึ้นเป็น CEO คนถัดไป การเปลี่ยนผ่านนี้ได้รับการอนุมัติเป็นเอกฉันท์จากบอร์ด และเป็นผลลัพธ์ของ “กระบวนการวางแผนสืบทอดตำแหน่งระยะยาว” ที่สื่อสำคัญเคยรายงานมาก่อนหน้า
7. รัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก. เงินกู้ วงเงิน 5 แสนลบ. เพื่อรองรับวิกฤตซ้ำซ้อนจากสงครามตะวันออกกลางและ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งกระทบต่อต้นทุนพลังงานและภาคเกษตรกรรม และยอมรับ “ฐานะการคลังตึงตัว” จึงจำเป็นต้องเตรียมวงเงินสำรอง ทำให้รัฐบาลต้องขยายเพดานหนี้สาธารณะเป็นระดับ 70-75% (เดิม 66%)
8. กบน. มีมติปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนน้ำมันลง ส่งผลให้ราคาขายปลีกดีเซลวันนี้ลดลง 1.20 บาท/ลิตร สู่ 41.70 บาท/ลิตร ตามทิศทางราคาน้ำมันโลกที่ปรับลงตามความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทุเลาลง ราคาขายปลีกน้ำมันที่ปรับลงช่วยผ่อนคลายต้นทุนในหลายอุตฯ รวมถึงแรงกดดันต่อกำลังซื้อ เป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีก (BJC HMPRO GLOBAL) และไฟแนนซ์ (MTC TIDLOR SAWAD)
ประเด็นที่ต้องติดตาม: ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ เดือน มี.ค. คาดการณ์ที่ 1.4% ก่อนหน้าที่ 0.6%