Bites for Breakfast

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 15 ม.ค. 2569

15 Jan 26 7:52 AM
Bites-Thumbnail-01
สรุปสาระสำคัญ

1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ถูกกดดัน ขณะที่ทองคำและเงินทำนิวไฮ ขณะน้ำมันผันผวนหลังทรัมป์บรรเทาความกังวลเรื่องอิหร่าน
2. Core PPI สหรัฐฯ เดือน พ.ย. อยู่ที่ 0.0% MoM ยังคงสนับสนุนมุมมองการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในระยะถัดไป
3. จีนทำสถิติเกินดุลสูงสุด 1.19 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025 จากการขยายแหล่งส่งออกไปตลาดใหม่นอกสหรัฐฯ
4. ธนาคารใหญ่สหรัฐฯ เผยผลประกอบการทิศทางผสม และการจำกัดดอกเบี้ยบัตรเครดิตกดดันราคาหุ้น แนะลงทุน GS และ MS
5. จีนสอบสวนแข่งขันทางการค้าต่อ Trip.com เรื่องใช้อำนาจเหนือตลาดเกินขอบเขต เกี่ยวกับสัญญาบังคับคู่ค้าท่องเที่ยว
6. กบน. มีมติปรับลดอัตราเงินสบทบกองทุนน้ำมันฯ เพื่อตรึงราคาขายปลีกท่ามกลางราคาน้ำมันโลกที่ปรับสูงขึ้น

Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
15 January 2026


1. ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงวันที่สองติดต่อกัน โดยดัชนี S&P500 -0.53% และ Nasdaq -1.00% ถูกกดดันโดยหุ้นเทคและแบงก์นำร่วง แม้ผลประกอบการธนาคารใหญ่ดี แต่ถูกกดดันจากข้อเสนอจำกัดดอกเบี้ยบัตรเครดิต ขณะที่ราคาน้ำมันดิบผันผวน หลังทรัมป์บรรเทาโทนเรื่องอิหร่าน ขณะที่ทองคำทำนิวไฮที่ $4,641/ออนซ์ เงินพุ่งทะลุ $92/ออนซ์ครั้งแรก จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์


2. ดัชนี PPI และ Core PPI ของสหรัฐฯ เดือน พ.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% MoM และ 0.0% MoM ตามลำดับ ซึ่งข้อมูล Core PPI ที่ต่ำกว่าตลาดคาดยังคงสนับสนุนมุมมองการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในระยะถัดไป ทั้งนี้อ้างอิงจาก Fed Watch tool ยังคงชี้ว่า ตลาดให้น้ำหนักการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งถัดไปในเดือน มิ.ย. 2026 โดยข้อมูลนี้ยังคงมีแนวโน้มช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Small cap ของสหรัฐฯ ซึ่งสามารถลงทุนผ่านกองทุน SCBRS2000 (A)


3. จีนรายงานเกินดุลทำสถิติใหม่ 1.19 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025 โดยส่งออกเดือนธันวาคมเพิ่ม 6.6% และ Import เพิ่ม 5.7% เกินคาด แม้ส่งออกไปสหรัฐฯ ลดลง 20% แต่จีนชดเชยด้วยการขยายตลาดไปแอฟริกา (+25.8%) อาเซียน (+13.4%) และยุโรป (+8.4%) อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงมีจากนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าของทรัมป์และความกังวลเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกินของจีนในตลาดโลก


4. ธนาคารใหญ่สหรัฐฯ รายงานกำไรไตรมาส 4 โดย Bank of America, JPMorgan, Wells Fargo และ Citigroup ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา มี EPS adj ที่ดีกว่าตลาดคาด แต่ผลประกอบการโดยรวมมีทิศทางผสม นอกจากนี้การจำกัดอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตที่ 10% เป็นแรงกดดันต่อราคาหุ้น ทั้งนี้แนะนำลงทุนใน Goldman Sachs (GS) และ Morgan Stanley (MS) ได้รับผลกระทบในประเด็นดังกล่าวที่จำกัด


5. หน่วยงานกำกับดูแลด้านตลาดของจีน (SAMR) เปิดการสอบสวนด้านการผูกขาดกับ Trip.com ในประเด็นการใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบ โดยข้อกล่าวหาหลักคือบริษัทใช้เงื่อนไขสัญญาที่บังคับและเอาเปรียบกับคู่ค้าในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ด้าน Trip.com ออกแถลงการณ์ระบุว่าจะให้ความร่วมมือปฏิบัติตามข้อกำหนดของทางการอย่างเต็มที่ ทั้งนี้เราประเมินว่า เหตุการณ์นี้เป็นปัจจัยลบที่ทำให้นักลงทุนมีความกังวลต่อนโยบายภาครัฐมากขึ้น แต่พื้นฐานยังคงไม่เปลี่ยนแปลง


6. คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดอัตราเงินสบทบกองทุนน้ำมันฯ สำหรับดีเซลลง 50 สตางค์ต่อลิตร และเบนซินทุกชนิด เพื่อให้ราคาขายปลีกดีเซลและเบนซินที่หน้าปั๊ม “ตรึงอยู่ระดับเดิม” แม้ต้นทุนจากราคาน้ำมันตลาดโลกเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ประท้วงรุนแรงในอิหร่าน มาตรการดังกล่าวช่วยชะลอแรงกดดันค่าครองชีพและเงินเฟ้อผ่านต้นทุนขนส่งและโลจิสติกส์ และช่วยลดแรงกดดันต่อค่าการตลาดน้ำมันรวมถึงกลุ่มธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน


ประเด็นที่ต้องติดตาม: ประเด็นที่ต้องติดตาม: GDP MoM ของ UK ในเดือน พ.ย. คาดการณ์ที่ 0.1% ก่อนหน้าที่ -0.1%

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5