- ยอดค้าปลีกสหรัฐต่ำคาด กระทบหุ้นกลุ่มไหน
- ความกังวล AI Disruption เพิ่มความกดดันมายังกลุ่มการเงิน และขนส่ง ปรับกลยุทธ์ยังไง
วางกลยุทธ์รับ SET Index ทะลุ 1400

สรุปภาพรวมการลงทุนสัปดาห์นี้
สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นโลกปรับตัวลดลง กลุ่มเทคฯ ยังมีแรงกดดัน AI เข้ามาทดแทนในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น สัญญาณการเปลี่ยนเข้าสู่หุ้นกลุ่ม value ยังชัดเจน หนุนดัชนี Dow Jones ทำจุดสูงสุดใหม่ระหว่างสัปดาห์ ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้น 130,000 ตำแหน่ง สูงกว่าตลาดคาดและเพิ่มขึ้นจาก 48,000 ตำแหน่ง เดือนก่อน อัตราการว่างงานลดลงเป็น 4.3% ต่ำกว่าตลาดคาด และลดลงจาก 4.4% ในเดือนก่อน ผลการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น ฝ่ายรัฐบาลนำโดย LDP สามารถคว้าเสียงระดับ Supermajority (≥ 2/3 ของสภาล่าง) ทำให้รัฐบาลสามารถผ่านกฎหมายได้แม้สภาสูงไม่เห็นชอบ (ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 59) และลดความเสี่ยงเชิงนโยบาย (policy execution risk) ลงอย่างมีนัยสำคัญ หนุนตลาดหุ้นญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นแรง ด้านตลาดหุ้น EM ยังโดดเด่นกว่า DM แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ของจีนในเดือน ม.ค. ชะลอลงเหลือ +0.2%YoY และต่ำกว่าที่ตลาดคาด สาเหตุหลักมาจากราคาสินค้าอาหารและบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่อ่อนตัวลง ซึ่งเป็นผลจากเทศกาลตรุษจีนที่มาช้ากว่าปกติ ทำให้การใช้จ่ายตามฤดูกาลเลื่อนไปเดือนถัดไป ด้าน PBOC ยังคงจุดยืนผ่อนคลายท่ามกลางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ เน้นสนับสนุนการเติบโตและการฟื้นตัวของราคา โดยนโยบายการเงินจะเป็นแบบเจาะจงเป้าหมาย และยืนยันบทบาทหลักของนโยบายการคลังในการพยุงเศรษฐกิจ ยอดส่งออกของไต้หวันเดือน ม.ค. ทำจุดสูงสุดในรอบ 16 ปี สอดคล้องกับยอดของของ TSMC ที่เติบโต 31% YoY สะท้อนอุปสงค์การลงทุนด้าน AI ยังคงแข็งแกร่ง ผลการเลือกตั้งทั่วไปไทยเบื้องต้น พรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนำห่างพรรคอันดับสองอย่างชัดเจน ตอกย้ำเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ หนุนกระแสเงินไหลเข้าต่อหนุน SET Index +7.1% WoW ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยการเจรจานิวเคลียร์อิหร่าน-สหรัฐ ยังไม่ได้ข้อยุติ
ตลาดหุ้นโลก
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงในสัปดาห์นี้ (1) การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ และอัตราการว่างงานออกมาดีกว่าคาดมาก (2) ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือน ธ.ค. ทรงตัวที่ 0.0%MoM ต่ำกว่าตลาดคาดที่ +0.4% (3) PBOC ได้ออกรายงานนโยบายการเงินไตรมาส 4 โดยคง stance “moderately loose” ยังเน้นนโยบายการเงินแบบเจาะจงเป้าหมาย
ตลาดหุ้นไทย
ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ (1) ผลการเลือกตั้งทั่วไปไทยหลังนับคะแนนไปแล้ว 94% พรรคภูมิใจไทย มีคะแนนนำห่างพรรคอันดับสองอย่างชัดเจน โดยภูมิใจไทยจะได้ประมาณ 193 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่ง (2) ผู้ว่าฯ ธปท. กำลังพิจารณาขยายระยะเวลาผ่อนคลายมาตรการ LTV ออกไป จากเดิมที่จะสิ้นสุดใน มิ.ย. 2026 (3) World Bank ปรับประมาณกาณเศรษฐกิจไทยปี 2026 ลดลงเป็น 1.6% (จากเดิม 1.8%)
ตลาดพันธบัตร
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงที่ 4.11% ขณะที่ระยะสั้น 2 ปีปรับตัวขึ้นที่ 3.48% ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ย 2-10 ปี อยู่ที่ 63 bps
ผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปี ลดลงมาอยู่ที่ 1.87% ขณะที่ระยะสั้น อายุ 2 ปี ขึ้นมาที่ 1.19% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิที่ 16,351 ล้านบาท
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์
ราคาน้ำมัน Brent ปรับขึ้น 0.41%WoW สู่ 67.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความตึงเครียดอิหร่าน-สหรัฐฯ และตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ดีขึ้นเป็นบวกต่ออุปสงค์น้ำมัน ด้านราคาทองคำ (Spot) ปรับขึ้น 3.0%WoW สู่ 4,921.47 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์
ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) อ่อนค่าลงที่ 96.98 จุด ขณะที่ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นที่ 153.08 เยน ด้านค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นที่ 1.19 ดอลลาร์ต่อยูโร ด้านค่าเงินเอเชีย ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นที่ 31.07 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่เงินหยวนแข็งค่าขึ้นที่ระดับ 6.91 หยวน
