ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นทั่วโลก นำโดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยภาพการลงทุนเป็นไปอย่างระมัดระวัง เนื่องจาก สัปดาห์นี้บริษัทจำนวนมากจะประกาศผลดำเนินการ และตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สำคัญ รวมถึงความคืบหน้าในเกมภาษี โดยสหรัฐฯ และจีน เดินหน้าเตรียมตั้งรับกับผลกระทบต่อนโยบายภาษี อย่างไรก็ตาม เรายังคงแนะนำนักลงทุนเน้นลงทุนแบบตั้งรับ หากภาพเกมภาษียังไม่ผ่อนคลายชัดเจน
Global Morning Routine - 29 เม.ย. 2568

บทสรุป
กระแสเงินในวันที่ 25 เม.ย. 2025 พบว่า 1) กระแสเงินในตราสารหนี้ผันผวน มีแรงขายในตราสารหนี้ 2) กระแสเงินในตลาดหุ้นจีนมีความผันผวน มีแรงขายในตลาดหุ้นจีน 3) มีแรงซื้อในตลาดยุโรปและญี่ปุ่น 4) มีแรงขายในกลุ่มเทคโนโลยี เริ่มมีแรงซื้อกลับในกลุ่ม Software และ Cybersecurity 5) มีแรงขายในโลหะมีค่าจากตลาดหุ้นฟื้นตัวทำให้ตลาดขายทำกำไรโลหะมีค่าโดยเฉพาะทองคำ 6) มีแรงซื้อในหุ้น Laggard อย่างกลุ่ม Healthcare และ Consumer Discretionary 7) มีแรงซื้อในหุ้นธีม Growth เพราะตลาดต้องการการเติบโตในช่วงเวลาที่มีความผันผวนและอาจจะต้องการความเร็วเมื่อตลาดฟื้นตัว
หุ้นโรงพยาบาลสหรัฐฯเผยงบดีกว่าคาดและเติบโตดีใน 1Q25 สะท้อนภาพการเติบโตที่มั่นคงในช่วงก่อนเกิด Tariff ซึ่งถึงแม้ว่านโยบาย Tariff เริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงถัดไป เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มโรงพยาบาลหลังอยู่ในกลุ่ม Healthcare Service ที่มีผลกระทบจากจากประเด็น Tariff ที่จำกัดและไม่ได้มีการถูกเก็บภาษีโดยตรงเหมือนอย่างกลุ่ม Pharma
กลุ่ม Consumer Staples อย่าง CL DPZ PG เผยรายได้ต่ำกว่าคาดใน 1Q25 และเริ่มมีการปรับลดประมาณการณ์เติบโตปี 25 ลงหลังแนวโน้มต้นทุนเพิ่มจากประเด็น Tarif ซึ่งในระยะสั้นช่วง 1H25 เราแนะหลีกเลี่ยงกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่อิงแรงซื้อผู้บริโภคไปก่อนหลังมองว่ากลุ่มยังคงมีแนวโน้มปรับประมาณการลงในช่วงการประกาศงบ 1Q25
Huawei เตรียมทดสอบชิป AI รุ่นใหม่ Ascend 910D ซึ่งอาจแรงกว่า Nvidia H100 สะท้อนความพยายามลดพึ่งพาสหรัฐฯ ด้านเทคโนโลยี อาจส่งผลต่อความต้องการ NVDA ขณะเดียวกัน Baidu และ Alibaba เปิดตัวโมเดล AI ใหม่ที่มีต้นทุนต่ำลงและประสิทธิภาพดีขึ้น สำหรับ AI ในจีน ยังคงชอบ Alibaba และ Tencent ที่มีงบลงทุนสูงกว่า มีความก้าวหน้ามากกว่า และสามารถทำ Monetization ได้จริง
BYD รายงานกำไรสุทธิ 1Q25 โต 100% ดีกว่าคาด จากยอดขาย NEV ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่แข็งแกร่ง พร้อมได้รับผลกระทบจำกัดจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ขณะที่ Porsche ปรับลดเป้ากำไร และ Samsung SDI ขาดทุนหนักจากยอดขายแบตเตอรี่ที่อ่อนตัว โดยเรายังคงแนะนำลงทุนใน BYD ที่มีปัจจัยพื้นฐานโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม.
ระยะสั้น ตลาดคลายความกังวลจากประเด็นภาษีหลังสหรัฐฯและจีนมีแนวโน้มเจรจากันมากขึ้น ประกอบกับสหรัฐฯเริ่มเจรจาภาษีกับประเทศอื่นต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีเราแนะเก็งกำไรอย่างระมัดระวัง หลังมองภาพการลงทุนในระยะกลาง-ยาว ยังคงมีความเสี่ยงในเรื่อง Tariff เนื่องจากท่าทีสหรัฐฯและจีนยังคงมีความไม่แน่นอน ประกอบกับการเก็บภาษีแค่ถูกเลื่อน ไม่ได้ถูกยกเลิก ด้วยภาพนี้ทำให้เราแนะอยู่ในหุ้นที่คาดเผยงบ 1Q25 ดีและมีผลกระทบจาก Tariff ที่น้อยอย่าง 1) META (TP: 157.1 USD) 2) SPOT (TP:157 USD)

