Café Invest
Markets

Walmart–Target เปิดศึกราคา กดดันกำไรค้าปลีกสหรัฐฯ

Walmart–Target เปิดศึกราคา กดดันกำไรค้าปลีกสหรัฐฯ

Target ประกาศลดราคาสินค้าเกือบ 2,000 รายการ ต่อเนื่องจากการลดราคามากกว่า 10,000 รายการในช่วง 1 ปี ขณะที่ Walmart และ Amazon เตรียมจัดโปรโมชั่นช่วงต้น ต.ค. ท่ามกลางความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือน ก.ย. ที่ลดลงเหลือ 81.9 ต่ำสุดตั้งแต่ปี 2014 สะท้อนการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นก่อนเข้าสู่ช่วงปลายปี โดย INVX มองว่าเป็น ลบระยะสั้นต่อ WMT และ TGT จากความเสี่ยงด้านอัตรากำไร โดย Walmart ยังได้เปรียบจากขนาดธุรกิจและสัดส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงกว่า ขณะที่ Target มีโอกาสเพิ่มจำนวนลูกค้าและส่วนแบ่งตลาด แต่ต้องแลกกับแรงกดดันต่อกำไรมากขึ้น

1. Target ประกาศลดราคาสินค้าเกือบ 2,000 รายการก่อนช่วงปลายปี


Target ประกาศลดราคาสินค้าเกือบ 2,000 รายการ ครอบคลุมเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ และสินค้าในบ้าน เพื่อดึงลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับราคามากขึ้นก่อนเข้าสู่ช่วงจับจ่ายปลายปี โดยสินค้าบางรายการมีราคาต่ำกว่าปีก่อนอย่างน้อย 20% ขณะที่ราคาเครื่องนอนเฉลี่ยลดลงราว 15%

2. Target เดินหน้ากลยุทธ์ราคาต่อเนื่องเพื่อฟื้นส่วนแบ่งตลาด


การลดราคาครั้งนี้ต่อเนื่องจากการปรับลดราคามากกว่า 10,000 รายการในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา สะท้อนว่าบริษัทให้น้ำหนักกับการเพิ่มจำนวนลูกค้าและฟื้นความสามารถในการแข่งขัน

3. Walmart ถูกกดดันจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น


หุ้น Walmart ลดลงมากสุดราว 3% ระหว่างวัน และลดลงประมาณ 7.3% นับจากการรายงานผล 2Q26 เมื่อวันที่ 20 ส.ค. หลังตลาดกังวลว่าการที่ Target เร่งลดราคาอาจเพิ่มแรงกดดันต่อยอดขายและอัตรากำไรของ Walmart โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าทั่วไปที่ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคาได้ง่าย

4. การแข่งขันมีแนวโน้มเข้มข้นขึ้นในช่วง Holiday Season


Walmart เตรียมจัดกิจกรรมลดราคาระหว่างวันที่ 5–11 ต.ค. ขณะที่ Target จัด Circle Deal Days วันที่ 6–7 ต.ค. ซึ่งตรงกับช่วงส่งเสริมการขายของ Amazon ทำให้ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ต้องแข่งขันกันทั้งด้านราคาและโปรโมชั่นเพื่อแย่งชิงการใช้จ่ายในช่วงปลายปี และเพิ่มความเสี่ยงต่ออัตรากำไรของทั้งอุตสาหกรรม

5. ความเชื่อมั่นผู้บริโภคอ่อนแอ ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ค้าปลีกต้องแข่งราคา


ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือน ก.ย. ลดลงเหลือ 81.9 จาก 88.6 ต่ำสุดตั้งแต่ปี 2014 ขณะที่ผู้บริโภคกังวลมากขึ้นต่อค่าครองชีพ ราคาพลังงาน ดอกเบี้ย และตลาดแรงงาน ส่งผลให้แผนซื้อรถ บ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายประเภทลดลง ภาวะดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มเลือกซื้อสินค้าจากราคาและโปรโมชั่นมากขึ้น และบีบให้ผู้ค้าปลีกต้องลดราคาเพื่อรักษายอดขาย

6. มุมมองของ INVX

เรามองว่าเป็น ลบระยะสั้นต่อ WMT และ TGT เนื่องจากการแข่งขันด้านราคามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงที่กำลังซื้อผู้บริโภคอ่อนแอ ทำให้อัตรากำไรมีความเสี่ยงถูกกดดันมากกว่ายอดขาย อย่างไรก็ดี Walmart ยังมีความได้เปรียบจากสัดส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคและขนาดธุรกิจที่ใหญ่กว่า ขณะที่ Target อาจได้ประโยชน์จากจำนวนลูกค้าที่ฟื้นตัว แต่ต้องแลกกับความเสี่ยงด้านกำไรจากการลดราคาที่มากขึ้น

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน