Café Invest
Markets

US–China ต่ออายุพักศึก 2 เดือน ลดความเสี่ยงระยะสั้น แต่ดีลใหญ่ยังไม่ชัด

US–China ต่ออายุพักศึก 2 เดือน ลดความเสี่ยงระยะสั้น แต่ดีลใหญ่ยังไม่ชัด

สหรัฐฯ–จีนขยายพักศึกการค้าออกไปเพียง 2 เดือนถึง 10 ม.ค. 2027 ช่วยลดความเสี่ยงการกลับมาขึ้นภาษีและจำกัดการค้าในทันที แต่ระยะเวลาที่สั้นกว่ากรอบ 3–6 เดือนที่เคยหารือสะท้อนว่ายังมีข้อขัดแย้ง โดยเฉพาะแร่หายาก การซื้อสินค้าสหรัฐฯ และเทคโนโลยี ตลาดจึงตอบรับเพียงจำกัด INVX มองการต่ออายุพักศึกเป็นบวกต่อความเชื่อมั่นและห่วงโซ่อุปทานในระยะสั้น แต่ยังไม่ใช่ข้อตกลงการค้าระยะยาว ประเด็นที่จะมีผลต่อตลาดมากกว่า คือความคืบหน้าเรื่อง ภาษี แร่หายาก ข้อจำกัดเทคโนโลยี การซื้อสินค้าเกษตร/พลังงาน และความร่วมมือด้าน AI หากมีข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม บริษัทที่มีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมจีน–สหรัฐฯ จะมีความไม่แน่นอนลดลง

1. สหรัฐฯ–จีนต่ออายุพักศึกการค้าถึง 10 ม.ค. 2027

สหรัฐฯ และจีนตกลงขยายระยะเวลาพักศึกทางการค้าออกไปอีก 2 เดือน ถึงวันที่ 10 ม.ค. 2027 ระหว่างที่ประธานาธิบดี Xi Jinping เดินทางเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการและเตรียมพบประธานาธิบดี Donald Trump วันที่ 24 ก.ย. โดยเป้าหมายหลักคือป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งด้านภาษีและการส่งออกกลับมารุนแรงในระยะสั้น การเยือนครั้งนี้เป็นการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการของ Xi ระหว่างวันที่ 23–25 ก.ย.

อย่างไรก็ตาม การขยายเพียง 2 เดือนสั้นกว่ากรอบ 3–6 เดือน ที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เคยกล่าวว่าเป็นช่วงเวลาที่สามารถพิจารณาได้ จึงสะท้อนว่าทั้งสองฝ่ายยังไม่พร้อมผูกมัดระยะยาว

2. การต้อนรับ Xi สะท้อนความสำคัญของความสัมพันธ์ส่วนตัว Trump–Xi

Trump เดินทางไปรับ Xi ด้วยตัวเองที่ Joint Base Andrews ก่อนพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบขาว ซึ่งถือเป็นรูปแบบที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยสำหรับผู้นำต่างประเทศ และสะท้อนความพยายามสร้างบรรยากาศเชิงบวกก่อนการเจรจา ทำเนียบขาวยืนยันกำหนดการต้อนรับ Xi และ Peng Liyuan ในวันที่ 23–24 ก.ย.

ในเชิงการทูต ภาพดังกล่าวเปิดโอกาสให้จีนสื่อสารภายในประเทศว่าความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ อยู่บนฐานที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น ขณะที่ Trump ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระดับผู้นำเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ

3. การขยายเวลาพักศึกทางการค้าระยะสั้น สะท้อนว่ายังมีงานค้าง โดยเฉพาะแร่หายาก

หัวใจสำคัญที่สหรัฐฯ ยังจับตาคือ การส่งออกแร่หายากและแม่เหล็กจากจีน ซึ่งมีความสำคัญต่อรถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และเทคโนโลยีขั้นสูง โดยก่อนการประชุม Scott Bessent ระบุชัดว่าประเด็นแร่หายาก การค้า และ AI เป็นหัวข้อสำคัญในการหารือกับรองนายกรัฐมนตรี He Lifeng

ฝั่งสหรัฐฯ จึงต้องการต่ออายุข้อตกลงเป็นช่วงสั้นและตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขเป็นระยะ แทนที่จะให้ระยะยาวทันที ขณะที่ข้อตกลงปี 2025 เคยกำหนดให้จีนระงับข้อจำกัดการส่งออกแร่หายากบางส่วน เปิดตลาดสินค้าเกษตรสหรัฐฯ และลดมาตรการตอบโต้บริษัทเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ

4. สหรัฐฯ ยังต้องการจีนซื้อสินค้าเกษตร พลังงาน และเครื่องบินเพิ่ม

อีกประเด็นที่ Washington ต้องการเห็นคือการเพิ่มการซื้อสินค้าอเมริกัน โดย Bessent ระบุว่าจีนซื้อถั่วเหลืองได้ค่อนข้างดี แต่สินค้าเกษตรบางรายการยังต่ำกว่าเป้าหมาย ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังพิจารณาลดภาษีสินค้าบางประเภทเพื่อช่วยเพิ่มการค้าระหว่างกัน

หนึ่งในหัวข้อที่มีการหารือก่อนการประชุมคือการลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้า LNG จากสหรัฐฯ ที่จีนเก็บในอัตรา 15% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาลดภาษีสินค้าระหว่างกันรวมราว $30bn ในแต่ละฝั่ง หากเกิดขึ้นจริงจะช่วยเปิดทางให้การค้าพลังงานสหรัฐฯ–จีนฟื้นตัวอีกครั้ง

5. AI กลายเป็นอีกช่องทางความร่วมมือ แม้การแข่งขันยังรุนแรง

นอกจากการค้า ทั้งสองฝ่ายกำลังเปิดช่องทางหารือเรื่อง ความปลอดภัยของ AI โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และจีนตกลงจะหารือต่อที่ Shenzhen ภายในประมาณ 2 เดือน และอยู่ระหว่างพิจารณากลไกแจ้งเตือนเหตุการณ์ด้าน AI ระหว่างประเทศ เช่น AI Agent ที่ควบคุมไม่ได้ การโจมตีทางไซเบอร์ หรือการนำ AI ไปใช้กับภัยทางชีวภาพ

จุดนี้สำคัญเพราะสะท้อนว่า แม้สหรัฐฯ และจีนยังแข่งขันกันด้านชิป ศูนย์ข้อมูล และแบบจำลอง AI แต่เริ่มเห็นพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายมีประโยชน์ร่วมกันในการลดความเสี่ยงจาก AI อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีสัญญาณว่าการหารือด้านความปลอดภัยจะนำไปสู่การผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกชิปขั้นสูงในทันที

6. ประเด็นใหญ่ยังมีทั้งเทคโนโลยี ไต้หวัน และความมั่นคง

การพักศึกไม่ได้หมายความว่าความขัดแย้งเชิงโครงสร้างจะหายไป โดยประเด็นสำคัญในการประชุม Trump–Xi ยังครอบคลุม การค้า เทคโนโลยี AI ไต้หวัน และสถานการณ์อิหร่าน ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันก่อนการประชุมว่ายังคงสนับสนุนพันธมิตรญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน

ดังนั้น การประชุมครั้งนี้มีแนวโน้มเน้นการรักษาความสัมพันธ์ไม่ให้กลับไปสู่สงครามการค้า มากกว่าการแก้ปัญหาทั้งหมดในครั้งเดียว ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองนักวิเคราะห์หลายรายที่เห็นว่าเป้าหมายหลักคือการสร้างเสถียรภาพและเปิดช่องทางเจรจาต่อ

7. ตลาดหุ้นจีนไม่ตอบรับมาก เพราะการต่ออายุสั้นกว่าที่บางส่วนคาด

แม้การต่ออายุพักศึกช่วยตัดความเสี่ยงเรื่องการขึ้นภาษีในทันที แต่ตลาดตอบรับค่อนข้างจำกัด โดย CSI 300 ลดลงสูงสุดราว 0.7% และ Hang Seng China Enterprises ลดลงราว 0.4% เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนคาดหวังการต่ออายุ 3–6 เดือน และยังต้องการเห็นความคืบหน้าที่ชัดเจนด้านภาษี แร่หายาก และข้อจำกัดเทคโนโลยี

นอกจากนี้ ตลาดเอเชียในวันที่ 24 ก.ย. ยังถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรโลกที่สูงขึ้นและความคาดหวังต่อนโยบายดอกเบี้ยสหรัฐฯ จึงทำให้ผลบวกจากการพักศึกจีน–สหรัฐฯ ไม่ได้สะท้อนเข้าสู่ตลาดหุ้นเต็มที่

8. หุ้นแร่หายากกลับถูกขาย เพราะความเสี่ยงการตัดอุปทานลดลง

ผลกระทบที่เห็นชัดอีกด้านคือหุ้นผู้ผลิตแร่หายากนอกจีนลดลง เช่น Lynas -5% และ Iluka -3.9% เพราะส่วนหนึ่งของมูลค่าหุ้นกลุ่มนี้สะท้อนความกังวลว่าจีนอาจจำกัดการส่งออก หากความสัมพันธ์สหรัฐฯ–จีนดีขึ้น ความเสี่ยงดังกล่าวก็ลดลงชั่วคราว

อย่างไรก็ดี การต่ออายุพักศึกเพียง 2 เดือนไม่ได้แก้ปัญหาการพึ่งพาจีนในห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก ดังนั้นแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มนี้ในระยะสั้นเกิดจากค่าความเสี่ยงที่ลดลง มากกว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมในระยะยาว

ประเด็นสำคัญ US–China หลังต่ออายุพักศึก

ประเด็น

สถานะล่าสุด

สิ่งที่ต้องติดตาม

ผลต่อตลาด/หุ้น

พักศึกการค้า

ขยายอีก 2 เดือน ถึง 10 ม.ค. 2027

จะต่ออายุเพิ่มเติมหรือทำข้อตกลงระยะยาวหรือไม่

บวกระยะสั้นต่อหุ้นที่พึ่งพาการค้าจีน–สหรัฐฯ

ภาษีนำเข้า

ระงับมาตรการบางส่วนต่อเนื่อง

การลดภาษีสินค้าเกษตร พลังงาน และวัตถุดิบ

บวกต่อผู้ส่งออกและกลุ่มอุตสาหกรรม หากลดภาษีเพิ่มเติม

แร่หายาก

ยังเป็นประเด็นขัดแย้งหลัก สหรัฐฯ ต้องการให้จีนส่งออกเพิ่ม

ปริมาณแม่เหล็กและแร่หายากจากจีน

หากผ่อนคลาย บวกต่อผู้ใช้วัตถุดิบ แต่กดดัน Lynas / Iluka

สินค้าเกษตรสหรัฐฯ

จีนซื้อถั่วเหลืองดีขึ้น แต่สินค้าอื่นยังต่ำกว่าเป้า

การเพิ่มคำสั่งซื้อเกษตรจากสหรัฐฯ

บวกต่อห่วงโซ่เกษตร เครื่องจักร และขนส่งสหรัฐฯ

พลังงาน

มีการหารือเรื่องลดภาษีพลังงานสหรัฐฯ

LNG และการนำเข้าพลังงานเพิ่มเติมจากจีน

หากมีข้อตกลง บวกต่อผู้ส่งออก LNG และพลังงานสหรัฐฯ

เซมิคอนดักเตอร์/เทคโนโลยี

ยังไม่มีสัญญาณผ่อนคลายข้อจำกัดสำคัญ

การควบคุมส่งออกชิปและอุปกรณ์ผลิตชิป

ยังเป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์จีน–สหรัฐฯ

AI

เริ่มเปิดช่องหารือด้านความปลอดภัยและการแจ้งเตือนความเสี่ยง

กลไกจัดการ AI Agent, Cybersecurity และภัยข้ามพรมแดน

บวกต่อบรรยากาศ แต่ยังไม่หมายถึงการลดข้อจำกัดชิป AI

ไต้หวัน/ความมั่นคง

ความเห็นต่างยังสูง

ท่าทีต่อไต้หวันและความมั่นคงในภูมิภาค

เป็นความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่หายไป

ตลาดหุ้นจีน

CSI 300 ลดลงสูงสุดราว 0.7%, HSCEI ราว -0.4%

ต้องเห็นผลเจรจาที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

สะท้อนว่าตลาดมองการต่อพักศึกเป็นเพียงการลดความเสี่ยงระยะสั้น

หุ้นแร่หายากนอกจีน

ปรับลงหลังความตึงเครียดลดลง เช่น Lynas -5%, Iluka -3.9%

ความเสี่ยงที่จีนกลับมาจำกัดการส่งออก

ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นอาจลดส่วนเพิ่มด้านภูมิรัฐศาสตร์ของหุ้นกลุ่มนี้

มุมมองของ InnovestX

  • INVX มองการต่ออายุพักศึกถึง 10 ม.ค. เป็นบวกต่อความเชื่อมั่นและห่วงโซ่อุปทานในระยะสั้น แต่ยังไม่ใช่ข้อตกลงการค้าระยะยาว เนื่องจากกรอบ 2 เดือนสั้นกว่าที่ตลาดบางส่วนคาดและสะท้อนว่าสหรัฐฯ ยังต้องการเห็นจีนดำเนินการเพิ่มเติม โดยเฉพาะแร่หายากและการซื้อสินค้าสหรัฐฯ
  • ประเด็นที่จะมีผลต่อตลาดมากกว่าการต่ออายุเส้นตาย คือความคืบหน้าเรื่อง ภาษี แร่หายาก ข้อจำกัดเทคโนโลยี การซื้อสินค้าเกษตร/พลังงาน และความร่วมมือด้าน AI หากมีข้อตกลงที่เป็นรูปธรรม กลุ่มเทคโนโลยี ฮาร์ดแวร์ เซมิคอนดักเตอร์ สินค้าอุตสาหกรรม และบริษัทที่มีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมจีน–สหรัฐฯ จะมีความไม่แน่นอนลดลง ขณะที่หุ้นแร่หายากนอกจีนอาจสูญเสียส่วนเพิ่มจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์บางส่วน

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน