ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือน พ.ค. 2026 เติบโตแข็งแกร่งกว่าคาดที่ 0.9% MoM โดยได้แรงหนุนชั่วคราวจากเงินคืนภาษีและตลาดหุ้นที่เติบโต โดย INVX มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกสินค้าจำเป็น (WMT, COST) และ E-commerce (AMZN, SHOP) ได้รับประโยชน์สูงสุดจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นความคุ้มค่าและค้นหาโปรโมชันออนไลน์ รวมไปถึงกลุ่ม BNPL (AFRM) มีแนวโน้มเติบโตแต่แนะนำติดตามความเสี่ยงด้านหนี้เสีย ขณะที่เราแนะระวังต่อกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยขนาดใหญ่ ที่เผชิญแรงกดดันจากงบประมาณครัวเรือนรายได้ปานกลาง-ล่างที่ตึงตัวขึ้นหลังปัจจัยหนุนชั่วคราวเริ่มหมดลง
ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือน พ.ค. หุ้นอะไรได้ประโยชน์?

ภาพรวมยอดค้าปลีก ในเดือนพฤษภาคม 2026 สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาด โดยยอดค้าปลีกขยายตัวอย่างทั่วถึงในหลากหลายประเภทสินค้า โดยมีรายละเอียดดังนี้
สรุปตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญและปัจจัยขับเคลื่อนเคลื่อนหลัก
- ยอดค้าปลีกทั่วไป: ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.9% MoM ซึ่งสูงกว่าระดับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.6% และเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4
- ยอดค้าปลีกกลุ่มควบคุม: ขยายตัว 0.7% MoM สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.4% ซึ่งดัชนีกลุ่มนี้เป็นส่วนสำคัญในการคำนวณอัตราการขยายตัว GDP เนื่องจากไม่รวมหมวดหมู่ที่มีความผันผวนสูง เช่น สถานีบริการน้ำมัน ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ร้านวัสดุก่อสร้าง และบริการอาหาร
- ปัจจัยสนับสนุนหลัก: ความต้องการซื้อที่เติบโตได้รับอานิสงส์ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยชั่วคราว เช่น เม็ดเงินคืนภาษีประจำปีที่มีมูลค่ามากกว่าปกติ และการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นที่ช่วยเพิ่มความมั่งคั่งให้แก่ผู้บริโภคกลุ่มรายได้สูง
แนวโน้มยอดค้าปลีกทั่วไปและกลุ่มควบคุมในสหรัฐฯ
ผลการดำเนินงานแยกตามกลุ่มสินค้า: กลุ่มเด่น และ กลุ่มชะลอตัว
กลุ่มสินค้าที่ผลการดำเนินงานโดดเด่น
- สถานีบริการน้ำมัน: ยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 3.4% MoM โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันขายปลีกที่ปรับตัวสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน
- สินค้าเบ็ดเตล็ดและเฟอร์นิเจอร์: สินค้าเบ็ดเตล็ดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.3% MoM และกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ร่วมกับของตกแต่งบ้านกลับมาขยายตัวได้ 1.0% MoM หลังจากที่หดตัวในเดือนก่อนหน้า
- ผู้ค้าปลีกออนไลน์: ยอดขายขยายตัวอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 โดยเพิ่มขึ้น 1.5% MoM เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันไปค้นหาดีลพิเศษและโปรโมชันผ่านช่องทางดิจิทัล
- ยานยนต์และชิ้นส่วน: ดีดตัวกลับมาขยายตัว 1.2% MoM ซึ่งเป็นการเติบโตในรอบรายเดือนที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบเกือบหนึ่งปี
กลุ่มสินค้าที่ส่งสัญญาณชะลอตัว
- สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า: ยอดขายลดลง 0.5% MoM หลังจากที่เคยเติบโตอย่างแข็งแกร่งในเดือนก่อนหน้า
- บริการอาหารและเครื่องดื่ม: ยอดขายลดลงเล็กน้อย 0.1% MoM สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มระมัดระวังการใช้จ่ายในภาคบริการและการรับประทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น
- วัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งสวน: ยอดขายทรงตัว ไม่มีการเติบโตจากเดือนก่อนหน้า
แนวโน้มยอดขายรายสินค้าเทียบกับในอดีต (ยอดขายเฉลี่ย 3 เดือนก่อนหน้า)
มุมมองของ INVX
เรามองว่าสถานการณ์ของกลุ่มผู้บริโภคในสหรัฐฯ แบ่งเป็น 2 ขั้วอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มรายได้สูงได้รับประโยชน์จากตลาดหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้น และเป็นผู้ใช้จ่ายหลักในเศรษฐกิจ ขณะที่กลุ่มรายได้ต่ำมีความระมัดระวังต่อเนื่อง แม้มีแรงหนุนชั่วคราวจากการคืนเงินภาษี
ดังนั้น ในรายกลุ่มอุตสาหกรรม เรามองว่ากลุ่มค้าปลีกสินค้าจำเป็นจะยังได้ประโยชน์อย่างมั่นคง เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปหาความคุ้มค่าส่งผลให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความสามารถในการประหยัดต่อขนาดมีความได้เปรียบสูง เช่น WMT และ COST
นอกจากนี้ กลุ่ม E-commerce จะได้ประโยชน์เช่นเดียวกัน จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปหาความคุ้มค่ามากขึ้น โดยผู้บริโภคมีพฤติกรรมซื้อสินค้าผ่านร้านออนไลน์เติบโตเนื่อง เพื่อหาส่วนลด ซึ่งเรามองเป็นบวกต่อ SHOP, AMZN
ส่วนกลุ่ม BNPL เช่น ARFM, KLAR มีแนวโน้มเติบโตด้วยเช่นเดียวกัน จากความสามารถในการช่วยผู้บริโภครายได้ต่ำบริหารกระแสเงินสด ทั้งนี้ หากเศรษฐกิจแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ กลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบในเชิงลบมากกว่าผลบวก จึงแนะนำติดตามการผิดนัดชำระหนี้ในผลประกอบการรายไตรมาสเป็นหลัก
ขณะที่กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยขนาดใหญ่ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า มีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากข้อมูลบัตรเครดิตชี้ชัดว่า ครัวเรือนที่มีรายได้ระดับปานกลางถึงล่างเริ่มมีงบประมาณที่ตึงตัวขึ้นจากค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น อีกทั้งแรงส่งจากการคืนภาษีจะเริ่มทยอยหมดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2026

