Café Invest
Markets

สหรัฐฯ เตรียมห้ามชิ้นส่วนศูนย์ข้อมูลจากจีน โดยเน้น Optical Transceiver

NVDANASDAQCOHRNYSELITENASDAQMRVLNASDAQFNNYSE
สหรัฐฯ เตรียมห้ามชิ้นส่วนศูนย์ข้อมูลจากจีน โดยเน้น Optical Transceiver

สหรัฐฯ กำลังขยายสงครามเทคโนโลยีจากชิปไปสู่โครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล โดยมุ่งควบคุม Optical Transceiver เพื่อปิดช่องโหว่ด้านความมั่นคงไซเบอร์ ซึ่งเป็นบวกต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนแสงนอกจีนและห่วงโซ่ CPO โดยเฉพาะ External Laser Source, Optical Fiber และ Fiber Array Unit ขณะที่ผลกระทบต่อผู้ผลิตจีนและ Nvidia ยังจำกัดในระยะสั้น แต่จะเพิ่มแรงผลักดันให้ Nvidia และอุตสาหกรรมเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเครือข่ายแบบ CPO ในระยะกลาง

สหรัฐฯ เตรียมห้ามชิ้นส่วนศูนย์ข้อมูลจากจีน โดยเน้น Optical Transceiver


คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ หรือ FCC กำลังร่างมาตรการห้ามนำเข้าอุปกรณ์ศูนย์ข้อมูลจากจีนบางประเภท โดยเป้าหมายหลักที่ถูกกล่าวถึงคือ Optical Transceiver รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้แปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นสัญญาณแสงและแปลงกลับเป็นสัญญาณไฟฟ้า เพื่อส่งข้อมูลความเร็วสูงผ่านใยแก้วนำแสงภายในศูนย์ข้อมูล

1.1 Optical Transceiver อยู่ในกระบวนการใดของศูนย์ข้อมูล AI

ในศูนย์ข้อมูล AI การประมวลผลไม่ได้เกิดขึ้นภายใน GPU ตัวเดียว แต่ต้องเชื่อม GPU, CPU, Switch, Server และ Storage จำนวนมากให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว การรับส่งข้อมูลจึงเกิดขึ้นหลายระดับ ได้แก่

  • ภายใน Server ระหว่าง GPU และอุปกรณ์ประมวลผล
  • ระหว่าง Server ภายใน Rack เดียวกัน
  • ระหว่าง Rack ภายในศูนย์ข้อมูล
  • ระหว่างศูนย์ข้อมูลกับศูนย์ข้อมูล
  • ระหว่างศูนย์ข้อมูลกับเครือข่าย Cloud และโทรคมนาคม

Optical Transceiver จะติดตั้งอยู่บริเวณพอร์ตของ Switch, Network Interface Card หรืออุปกรณ์เครือข่าย ทำหน้าที่รับสัญญาณไฟฟ้าจากชิปเครือข่าย แปลงเป็นแสง ส่งผ่านสายใยแก้วนำแสง และแปลงกลับเป็นไฟฟ้าที่ปลายทาง กล่าวได้ว่าเป็น “ประตูเข้า–ออกของข้อมูล” ระหว่างอุปกรณ์ใน AI Cluster

1.2 เหตุใด Optical Transceiver จึงสำคัญต่อ AI Cluster

AI Cluster ต้องรับส่งข้อมูลปริมาณมากระหว่าง GPU อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการฝึกแบบจำลองขนาดใหญ่ที่ต้องแบ่งงานประมวลผลระหว่าง GPU หลายพันถึงหลายหมื่นตัว หากเครือข่ายมีความเร็วต่ำหรือมีความหน่วงสูง GPU บางส่วนจะต้องหยุดรอข้อมูล ทำให้อัตราการใช้กำลังประมวลผลลดลง แม้ผู้ให้บริการจะลงทุนซื้อ GPU จำนวนมากก็ตาม

Optical Transceiver จึงมีความสำคัญใน 4 ด้านหลัก

  1. เพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูล
    รองรับการส่งข้อมูลระดับ 400G, 800G และ 1.6T ซึ่งจำเป็นต่อ AI Cluster ขนาดใหญ่
  2. รองรับระยะทางที่ไกลกว่าสายทองแดง
    เมื่อจำนวน Rack เพิ่มขึ้น การเชื่อมต่อด้วยสายทองแดงจะเผชิญข้อจำกัดด้านระยะทาง การสูญเสียสัญญาณและการใช้พลังงาน จึงต้องเปลี่ยนมาใช้ใยแก้วนำแสงมากขึ้น
  3. ช่วยลดปัญหาคอขวดของระบบ
    ประสิทธิภาพ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ GPU เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการส่งข้อมูลระหว่าง GPU หากเครือข่ายช้า GPU ที่มีประสิทธิภาพสูงก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มกำลัง
  4. เป็นส่วนสำคัญของการขยายระบบแบบ Scale-out
    เมื่อศูนย์ข้อมูลเพิ่มจำนวน GPU และ Server การเชื่อมต่อผ่านระบบแสงจะมีสัดส่วนสูงขึ้นตามขนาดของ Cluster ทำให้ความต้องการ Optical Transceiver เพิ่มเร็วกว่าจำนวน Server ในบางกรณี

ด้วยเหตุนี้ Optical Transceiver จึงไม่ได้เป็นเพียงชิ้นส่วนเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานหลักที่กำหนดประสิทธิภาพ ความเสถียร และความสามารถในการขยายระบบ AI

1.3 เหตุผลด้านความมั่นคงที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญ

สหรัฐฯ กังวลความเสี่ยงหลัก 3 ประเด็น ได้แก่

  1. ความเสี่ยงที่อุปกรณ์อาจถูกใช้เป็นช่องทางขโมยหรือสกัดข้อมูล
  2. ความเสี่ยงจากการติดตั้งมัลแวร์ เฟิร์มแวร์ หรือระบบควบคุมที่ตรวจสอบได้ยาก
  3. ความเสี่ยงที่อุปกรณ์อาจถูกใช้รบกวน ลดประสิทธิภาพ หรือหยุดการให้บริการของศูนย์ข้อมูลในช่วงที่เกิดความขัดแย้ง

มาตรการนี้จึงสะท้อนว่าสหรัฐฯ เริ่มมองอุปกรณ์เชื่อมต่อข้อมูลเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ไม่ต่างจาก Router, Switch และอุปกรณ์โทรคมนาคม เนื่องจากศูนย์ข้อมูล AI ถูกใช้ทั้งในระบบ Cloud งานภาครัฐ กลาโหม และการวิจัยขั้นสูง

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอปัจจุบันยังไม่ใช่มาตรการที่มีผลบังคับใช้ และยังไม่ชัดเจนว่าคำว่า “อุปกรณ์จากจีน” จะครอบคลุมเฉพาะสินค้าที่ผลิตในจีน หรือครอบคลุมบริษัทจีนที่ผลิตสินค้าในประเทศอื่นด้วย ความแตกต่างนี้มีผลอย่างมากต่อ Innolight และ Eoptolink ซึ่งสามารถใช้ฐานการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าสหรัฐฯ ได้

อีกประเด็นสำคัญคือผู้ผลิตจีนครองส่วนแบ่งตลาด Optical Transceiver ความเร็วสูงในระดับสูง ขณะที่ผู้ผลิตสหรัฐฯ และยุโรปยังไม่มีกำลังผลิตเพียงพอทดแทนได้ทันที การห้ามอย่างเข้มงวดจึงอาจเพิ่มต้นทุนให้ Hyperscaler และชะลอการสร้างศูนย์ข้อมูล AI ของสหรัฐฯ เอง ทำให้มาตรการสุดท้ายมีโอกาสกำหนดช่วงเปลี่ยนผ่าน ข้อยกเว้น หรือระบบรับรองความปลอดภัยแทนการห้ามทั้งหมด

2) ช่องโหว่จากการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายโทรคมนาคมกับศูนย์ข้อมูล

รายงานของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ พบว่า ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสหรัฐฯ มีการเชื่อมต่อระบบของตนเข้ากับศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานภายนอกในลักษณะที่อาจเปิดช่องให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงไซเบอร์ แม้บริษัทโทรคมนาคมจีนบางแห่งจะถูกห้ามเชื่อมต่อกับเครือข่ายสหรัฐฯ โดยตรงแล้วก็ตาม

ช่องโหว่สำคัญเกิดจากสิ่งที่เรียกว่า Secondary Connections หรือการเชื่อมต่อรอง ซึ่งไม่ได้อยู่ในเส้นทางหลักของเครือข่าย แต่เชื่อมต่อผ่านผู้ให้บริการรายอื่น ศูนย์ข้อมูล บุคคลที่สาม หรือระบบจัดการโครงข่าย ทำให้บริษัทจีนที่ถูกห้ามดำเนินงานโดยตรงยังสามารถมีอุปกรณ์ ให้บริการ หรือเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ทางอ้อมได้


ตัวอย่างของช่องว่างด้านกฎระเบียบ ได้แก่

  • บริษัทจีนถูกห้ามให้บริการโทรคมนาคมโดยตรง แต่ยังมีอุปกรณ์ติดตั้งอยู่ในศูนย์ข้อมูลของบุคคลที่สาม
  • ผู้ให้บริการสหรัฐฯ ห้ามใช้อุปกรณ์ Huawei หรือ ZTE ในเครือข่ายหลัก แต่ข้อจำกัดไม่ได้ครอบคลุมอุปกรณ์ทั้งหมดภายในศูนย์ข้อมูล
  • บริษัทจีนอาจยังให้บริการจัดการเครือข่าย สนับสนุนระบบ หรือเชื่อมต่อผ่านผู้ให้บริการอื่น
  • หน่วยงานกำกับดูแลมองเห็นโครงสร้างเครือข่ายหลัก แต่ไม่เห็นการเชื่อมต่อย่อยทั้งหมดในระบบนิเวศของศูนย์ข้อมูล

รายงานระบุว่าผู้ให้บริการโทรคมนาคมสหรัฐฯ หลายรายอาจไม่ทราบว่าการเชื่อมต่อเหล่านี้สร้างความเสี่ยงต่อระบบของตนเอง และอาจเป็นหนึ่งในช่องทางที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีของกลุ่ม Salt Typhoon ซึ่งเคยเจาะระบบของ AT&T, Verizon และ Lumen Technologies รวมถึงพยายามโจมตี T-Mobile

ประเด็นนี้สำคัญเพราะโครงสร้างของอินเทอร์เน็ตและโทรคมนาคมไม่ได้แยกออกจากศูนย์ข้อมูลอย่างชัดเจน ผู้ให้บริการโทรคมนาคมต้องเชื่อมต่อกับศูนย์ข้อมูลเพื่อส่งข้อมูลไปยัง Cloud, แอปพลิเคชัน และระบบองค์กร ขณะที่ศูนย์ข้อมูลก็ต้องพึ่งเครือข่ายโทรคมนาคมเพื่อให้บริการผู้ใช้งานทั่วประเทศ

ดังนั้น แม้สหรัฐฯ จะนำอุปกรณ์จีนออกจากเครือข่ายโทรคมนาคมหลักแล้ว แต่หากอุปกรณ์จีนยังคงอยู่ในศูนย์ข้อมูลหรือจุดเชื่อมต่อรอง ความเสี่ยงก็ยังสามารถย้อนกลับเข้าสู่เครือข่ายหลักได้ เปรียบเสมือนการปิดประตูหน้าแต่ยังเปิดประตูด้านข้างไว้


รายงานจึงเสนอให้สหรัฐฯ ขยายขอบเขตการกำกับดูแลจากเครือข่ายโทรคมนาคมแบบดั้งเดิมไปยัง

  • ศูนย์ข้อมูล
  • อุปกรณ์เชื่อมต่อภายในศูนย์ข้อมูล
  • ผู้ให้บริการจัดการเครือข่าย
  • จุดเชื่อมต่อระหว่างโทรคมนาคมกับ Cloud
  • อุปกรณ์ที่บริษัทในบัญชีดำยังเป็นเจ้าของหรือควบคุมอยู่

ประเด็นนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ FCC เริ่มพิจารณาห้ามอุปกรณ์ศูนย์ข้อมูลจากจีน เพราะมาตรการเดิมที่เน้นเฉพาะเครือข่ายโทรคมนาคมไม่สามารถปิดช่องโหว่ได้ทั้งหมด

3) ทำไมสหรัฐฯ จึงเน้น Optical Transceiver และประเด็นร่วม

ประเด็นร่วมของข่าวทั้งสองคือ สหรัฐฯ กำลังยกระดับศูนย์ข้อมูล AI จากโครงสร้างพื้นฐานเชิงพาณิชย์ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงของชาติ หลังพบว่าความเสี่ยงไม่ได้อยู่เฉพาะที่ชิปหรือซอฟต์แวร์ แต่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเส้นทางการรับส่งข้อมูล ตั้งแต่อุปกรณ์ภายในศูนย์ข้อมูลไปจนถึงเครือข่ายโทรคมนาคม

Optical Transceiver ถูกเน้นเป็นพิเศษเพราะเป็นจุดเชื่อมต่อที่ข้อมูลจำนวนมากต้องไหลผ่าน โดยในศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่ ข้อมูลจะเคลื่อนที่ระหว่าง

  • GPU กับ GPU
  • GPU กับ Switch
  • Server กับ Server
  • Rack กับ Rack
  • ศูนย์ข้อมูลกับศูนย์ข้อมูล
  • ศูนย์ข้อมูลกับเครือข่ายโทรคมนาคม

หาก Optical Transceiver มีช่องโหว่ แม้อุปกรณ์ดังกล่าวจะไม่ได้ประมวลผลข้อมูลเหมือน GPU แต่ก็อาจกลายเป็นจุดที่สามารถดักข้อมูล รบกวนสัญญาณ ทำให้ระบบช้าลง หรือทำให้บริการหยุดชะงักได้

สหรัฐฯ จึงมองว่า Optical Transceiver มีความสำคัญด้วยเหตุผล 4 ประการ

3.1 เป็นเส้นทางหลักของข้อมูลในระบบ AI

AI Cluster ต้องใช้การรับส่งข้อมูลความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง หากข้อมูลเคลื่อนที่ไม่ทัน GPU จะต้องรอข้อมูลและไม่สามารถประมวลผลได้เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้น เครือข่ายภายในศูนย์ข้อมูลจึงมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพของระบบไม่ต่างจากตัวชิป

3.2 อุปกรณ์มีจำนวนมากและกระจายอยู่ทั่วระบบ

ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ใช้อุปกรณ์ Optical Transceiver จำนวนมากในทุก Rack และทุกเส้นทางเชื่อมต่อ การตรวจสอบอุปกรณ์แต่ละชิ้นทำได้ยาก หากผู้ผลิตมีความเสี่ยงด้านความมั่นคง ปัญหาอาจถูกกระจายไปทั่วระบบโดยไม่สามารถตรวจพบได้ง่าย

3.3 เป็นจุดเชื่อมระหว่างศูนย์ข้อมูลกับโทรคมนาคม

ข่าวช่องโหว่ของผู้ให้บริการโทรคมนาคมแสดงให้เห็นว่า ความเสี่ยงสามารถเคลื่อนที่จากศูนย์ข้อมูลเข้าสู่เครือข่ายโทรคมนาคมได้ผ่านการเชื่อมต่อรอง Optical Transceiver จึงไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์ภายในศูนย์ข้อมูล แต่เป็นส่วนหนึ่งของจุดเชื่อมระหว่าง Cloud, Data Center และ Telecom Network

3.4 สหรัฐฯ ต้องการป้องกันก่อนอุปกรณ์จีนฝังตัวลึก

บทเรียนจาก Huawei คือ เมื่ออุปกรณ์ถูกใช้งานแพร่หลายแล้ว การนำออกต้องใช้เวลาและต้นทุนสูง สหรัฐฯ จึงต้องการควบคุม Optical Transceiver ก่อนที่อุปกรณ์จากจีนจะกลายเป็นส่วนสำคัญของศูนย์ข้อมูล AI รุ่นใหม่

ในเชิงยุทธศาสตร์ การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่าสงครามเทคโนโลยีสหรัฐฯ–จีนกำลังขยายจากเดิมที่เน้น

  • ชิปประมวลผล
  • เครื่องจักรผลิตชิป
  • หน่วยความจำ
  • ซอฟต์แวร์ออกแบบชิป

ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่อยู่รอบชิป ได้แก่

  • Optical Transceiver
  • Switch และ Networking Equipment
  • Router
  • ระบบจัดการศูนย์ข้อมูล
  • อุปกรณ์พลังงานและควบคุม
  • จุดเชื่อมต่อระหว่างศูนย์ข้อมูลกับโทรคมนาคม

กล่าวได้ว่า สหรัฐฯ ไม่ได้ต้องการเพียงควบคุมว่าใครผลิต GPU แต่ต้องการควบคุมด้วยว่า ข้อมูลที่ GPU ประมวลผลเดินทางผ่านอุปกรณ์ของใคร และใครมีสิทธิเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานเหล่านั้น

ดังนั้น ข่าวทั้งสองไม่ได้เป็นเหตุการณ์แยกจากกัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางเดียวกัน คือการปิดช่องโหว่ในระบบ AI Infrastructure ตั้งแต่ระดับอุปกรณ์ภายในศูนย์ข้อมูล ไปจนถึงจุดเชื่อมต่อกับเครือข่ายโทรคมนาคม โดย Optical Transceiver กลายเป็นเป้าหมายแรกเพราะมีความสำคัญสูงต่อการรับส่งข้อมูล แต่ยังเป็นพื้นที่ที่การกำกับดูแลเดิมครอบคลุมไม่เพียงพอ

4) ผลกระทบต่อผู้ผลิตที่ไม่ใช่จีนและผู้ผลิตจีน

กลุ่ม/บริษัท

ตำแหน่งในห่วงโซ่

ส่วนแบ่งตลาดที่มีข้อมูล

ผลกระทบจากมาตรการ

ข้อจำกัด/ประเด็นติดตาม

Innolight

ผู้ผลิต Optical Transceiver รายใหญ่ของจีน

ประมาณ 27–30% ของตลาด Optical Transceiver สำหรับศูนย์ข้อมูลทั่วโลก

มีความเสี่ยงสูงสุดในเชิงนโยบาย เนื่องจากมีฐานลูกค้าสหรัฐฯ และเป็นผู้เล่นรายใหญ่ แต่ผลกระทบจริงอาจจำกัด หากมาตรการอิงประเทศผู้ผลิตและบริษัทสามารถส่งสินค้าจากฐานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ต้องติดตามนิยาม “สินค้าจีน” ว่าอิงสัญชาติบริษัทหรือสถานที่ผลิต รวมถึงข้อยกเว้นและช่วงเปลี่ยนผ่าน

Eoptolink

ผู้ผลิต Optical Transceiver จีน

ไม่มีตัวเลขรายบริษัทในเอกสาร แต่เป็นหนึ่งในผู้ผลิตจีนรายใหญ่

เผชิญความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่สามารถลดผลกระทบผ่านฐานการผลิตนอกจีนได้บางส่วน

ความเสี่ยงหลักคือข้อจำกัดอาจขยายจากสินค้าที่ผลิตในจีนไปสู่บริษัทจีนทั้งหมด

ผู้ผลิตจีนรายใหญ่ 4 ราย ได้แก่ Innolight, Eoptolink, Dongshan Precision/Source Photonics และ Accelink

ผู้ผลิต Optical Transceiver ความเร็วสูง

รวมประมาณ 55% ของตลาดโลกในปี 2025

การตัดผู้ผลิตจีนออกทันทีทำได้ยาก เพราะครองกำลังผลิตและส่วนแบ่งตลาดสูง จึงมีโอกาสที่มาตรการสุดท้ายจะผ่อนคลายหรือมีข้อยกเว้น

หากถูกจำกัดจริง อาจเร่งย้ายฐานการผลิตไปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเพิ่มยอดขายในจีนหรือประเทศอื่น

ผู้ผลิตจีนโดยรวม

ครอบคลุม Optical Module และส่วนประกอบต้นน้ำ–กลางน้ำ

บริษัทจีน 7 ใน 10 รายใหญ่ มีส่วนแบ่งรวมมากกว่า 60% ของตลาดโลก ตามข้อมูลอีกชุดในเอกสาร

ผลกระทบเชิงโครงสร้างคือความเสี่ยงจากการแยกห่วงโซ่อุปทานเพิ่มขึ้น มากกว่าการสูญเสียรายได้ทันที

ส่วนแบ่งตลาดสูงและความได้เปรียบด้านต้นทุนทำให้สหรัฐฯ ทดแทนได้ยากในระยะสั้น

ผู้ผลิตสหรัฐฯ โดยรวม

Optical Transceiver และส่วนประกอบ

ประมาณ 22% ของตลาดโลกในปี 2025

ได้ประโยชน์จากโอกาสเพิ่มคำสั่งซื้อและอำนาจต่อรองด้านราคา หากลูกค้าสหรัฐฯ ต้องลดการใช้สินค้าจีน

กำลังผลิตยังไม่เพียงพอทดแทนผู้ผลิตจีนทั้งหมด และอาจเผชิญข้อจำกัดด้านเลเซอร์ Indium Phosphide

Coherent

Optical Transceiver และส่วนประกอบ Photonics

เอกสารไม่ระบุส่วนแบ่งรายบริษัท

ได้ประโยชน์โดยตรงจากการเปลี่ยนผู้จัดหาและอุปสงค์ที่ย้ายออกจากจีน

การเพิ่มกำลังผลิตต้องใช้เวลา จึงอาจได้ประโยชน์ด้านราคาเร็วกว่าด้านปริมาณ

Lumentum

Optical Transceiver และชิ้นส่วนแสง

เอกสารไม่ระบุส่วนแบ่งรายบริษัท

ได้ประโยชน์โดยตรง โดยเฉพาะจากความต้องการชิ้นส่วนแสงและเลเซอร์สำหรับระบบความเร็วสูง

ยังไม่มีกำลังการผลิตเพียงพอทดแทน Innolight และผู้ผลิตจีนรายใหญ่ทั้งหมด

Applied Optoelectronics

Optical Transceiver สำหรับศูนย์ข้อมูล

เอกสารไม่ระบุส่วนแบ่งรายบริษัท

เป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์โดยตรงจากคำสั่งซื้อที่อาจย้ายออกจากจีน

ฐานธุรกิจเล็กกว่า ทำให้มีโอกาสเติบโตสูง แต่ความผันผวนและความเสี่ยงด้านการดำเนินงานสูงกว่า

Marvell

ชิปประมวลผลสัญญาณภายใน Optical Transceiver

เอกสารไม่ระบุส่วนแบ่งในตลาด Optical Transceiver

ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากความต้องการชิป DSP และอุปกรณ์เชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้น

ไม่ได้เป็นผู้ผลิต Optical Transceiver โดยตรง ผลประโยชน์จึงขึ้นอยู่กับคำสั่งซื้อของลูกค้า

Fabrinet

ผู้รับจ้างผลิตอุปกรณ์ Optical นอกจีน

เอกสารไม่ระบุส่วนแบ่ง

ได้ประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตและการกระจายห่วงโซ่อุปทานออกจากจีน

ต้องติดตามกำลังผลิตและการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่

Ciena, Cisco และ Nokia

ระบบ Data Center Interconnect, Metro และ Long-haul Network

เอกสารไม่ระบุส่วนแบ่งในตลาดภายในศูนย์ข้อมูล

ได้ประโยชน์ทางอ้อมจากการเปลี่ยนผู้จัดหาและการจัดหาอุปกรณ์เครือข่ายที่ผ่านเกณฑ์ความมั่นคง

มีการเปิดรับตลาดการเชื่อมต่อภายในศูนย์ข้อมูลน้อยกว่า Coherent, Lumentum และ Applied Optoelectronics


สรุปส่วนแบ่งตลาด

กลุ่ม

ส่วนแบ่งตลาดโดยประมาณ

Innolight

27–30%

ผู้ผลิตจีนรายใหญ่ 4 ราย

ประมาณ 55%

ผู้ผลิตจีนโดยรวม

มากกว่า 60%

ผู้ผลิตสหรัฐฯ โดยรวม

ประมาณ 22%

ผู้ผลิตประเทศอื่น

ประมาณ 18–23% โดยคำนวณจากส่วนที่เหลือ

หมายเหตุ: ตัวเลขส่วนแบ่งตลาดเป็นข้อมูลจากหลายแหล่งและอาจครอบคลุมตลาดต่างกัน เช่น Optical Transceiver สำหรับศูนย์ข้อมูล ตลาดอุปกรณ์ความเร็วสูง และตลาด Optical Module โดยรวม จึงใช้เพื่อสะท้อนความเป็นผู้นำและโครงสร้างการแข่งขันเท่านั้น ไม่ควรนำมาคำนวณรวมกันโดยตรง

ขณะที่ส่วนเเบ่งการตลาดของ optical fiber และ Cable ทั่วโลกมีดังนี้



ข้อสรุปผลกระทบ

  • ผลบวกต่อผู้ผลิตนอกจีนมีความชัดเจนในเชิงความเชื่อมั่นและโอกาสรับคำสั่งซื้อ โดย Coherent, Lumentum และ Applied Optoelectronics ได้ประโยชน์ตรงที่สุด ขณะที่ Marvell และ Fabrinet ได้ประโยชน์ผ่านชิปและการย้ายฐานการผลิต ส่วน Ciena, Cisco และ Nokia ได้ประโยชน์ทางอ้อมมากกว่า
  • อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อผู้ผลิตจีนยังไม่น่ารุนแรงในทันที เนื่องจากจีนครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50% และผู้ผลิตนอกจีนยังไม่สามารถเพิ่มกำลังผลิตทดแทนได้ทั้งหมด ประกอบกับ Innolight และ Eoptolink มีทางเลือกในการผลิตจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงมีโอกาสที่มาตรการจริงจะมีข้อยกเว้น ระยะเปลี่ยนผ่าน หรือกำหนดตามประเทศที่ผลิต มากกว่าห้ามบริษัทจีนทั้งหมด.

5) ผลต่อ Nvidia และบทบาทของ CPO ในห่วงโซ่อุปทาน

  • Nvidia ไม่ได้เป็นผู้ผลิต Optical Transceiver โดยตรง แต่เกี่ยวข้องในฐานะผู้ออกแบบระบบ AI Computing และ Networking แบบครบชุด ทั้ง GPU, Switch, Network Interface Card และระบบเชื่อมต่อภายใน AI Cluster โดยประสิทธิภาพของระบบไม่ได้ขึ้นอยู่กับ GPU เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความเร็วในการส่งข้อมูลระหว่าง GPU, Server และ Rack ด้วย ดังนั้น Optical Networking จึงเป็นส่วนสำคัญต่อการขยายระบบของ Nvidia
  • ในระบบแบบเดิม ข้อมูลจะถูกส่งจากชิป Switch ผ่านแผงวงจรไปยัง Optical Transceiver ที่ติดตั้งบริเวณขอบอุปกรณ์ ก่อนแปลงเป็นสัญญาณแสงและส่งผ่านใยแก้วนำแสง แต่เมื่อความเร็วเครือข่ายเพิ่มขึ้นเป็น 800G และ 1.6T ระบบเดิมเริ่มเผชิญข้อจำกัดด้านพลังงาน ความหนาแน่นของพอร์ต และการสูญเสียสัญญาณ Nvidia จึงมีแนวโน้มเพิ่มการใช้ Co-Packaged Optics หรือ CPO ซึ่งนำส่วน Optical เข้าไปติดตั้งใกล้กับชิป Switch มากขึ้น

ผลกระทบของ CPO ต่อชิ้นส่วนในห่วงโซ่อุปทานไม่ได้เป็นบวกต่อทุกกลุ่มเท่ากัน โดยสามารถสรุปได้ดังนี้

ชิ้นส่วน

การใช้งานเมื่อเปลี่ยนเป็น CPO

ผู้ผลิตสำคัญ

External Laser Source

เพิ่มขึ้น

Lumentum, Coherent, Yuanjie, Everbright Photonics, Suzhou TFC

Optical Fiber

เพิ่มขึ้น

Corning, Furukawa Electric, YOFC, Hengtong Optic-Electric

Fiber Array Unit

เพิ่มขึ้น

Corning, Suzhou TFC, FOCI, Browave

Optical Engine

ใกล้เคียงเดิม

Suzhou TFC, Source Photonics, Innolight

Module Integration

ลดลง

Innolight, Eoptolink


5.1 กลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก CPO

  • กลุ่มที่ได้ประโยชน์เด่นคือ External Laser Source, Optical Fiber และ Fiber Array Unit เพราะ CPO ทำให้การเดินสัญญาณแสงภายในระบบซับซ้อนขึ้น และต้องใช้แหล่งกำเนิดแสงภายนอก รวมถึงสายใยแก้วและอุปกรณ์จัดเรียงเส้นใยมากขึ้น
  • ตลาด External Laser Source มีโอกาสเพิ่มจาก 118 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 เป็นประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2030 หรือเกือบ 13 เท่า สะท้อนว่าโอกาสลงทุนจะขยายจากผู้ผลิต Optical Transceiver ไปยังผู้ผลิตชิ้นส่วนต้นน้ำมากขึ้น โดยผู้ได้ประโยชน์สำคัญ ได้แก่ Lumentum, Coherent, Suzhou TFC, YOFC และ Browave

5.2 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบแบบผสม

  • Optical Engine ยังคงเป็นส่วนสำคัญของทั้ง Transceiver และ CPO ทำให้ปริมาณการใช้งานโดยรวมใกล้เคียงเดิม มากกว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ผู้ผลิตอย่าง Suzhou TFC, Source Photonics และ Innolight จึงยังมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทาน แต่ประโยชน์ขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับผลิตภัณฑ์ให้รองรับ CPO
  • ในทางกลับกัน Module Integration มีแนวโน้มลดลง เพราะ CPO ย้ายฟังก์ชันการแปลงสัญญาณแสงเข้าไปใกล้กับชิป Switch มากขึ้น ทำให้บทบาทของการประกอบ Optical Transceiver สำเร็จรูปแบบเดิมลดลง ผู้ผลิตอย่าง Innolight และ Eoptolink จึงมีภาพผสม แม้ยังได้ประโยชน์จาก Optical Engine และความต้องการ Optical โดยรวม แต่ธุรกิจประกอบ Module อาจถูกกดดันในระยะยาว

5.3 ผลกระทบสุทธิต่อ Nvidia

  • ผลกระทบต่อ Nvidia โดยตรงจากมาตรการจำกัด Optical Transceiver จีนยังมีไม่มาก เพราะไม่ได้กระทบความต้องการ GPU โดยตรง อย่างไรก็ตาม อาจมีผลทางอ้อมผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ ต้นทุนระบบเครือข่ายที่สูงขึ้น ความเสี่ยงด้านการส่งมอบ และค่าใช้จ่ายในการรับรองผู้ผลิตรายใหม่
  • ในอีกด้านหนึ่ง การเปลี่ยนไปใช้ CPO เป็นบวกต่อ Nvidia ในระยะกลาง เพราะช่วยลดการใช้พลังงาน เพิ่มความหนาแน่นของพอร์ต และรองรับการขยาย AI Cluster ขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น รวมถึงเพิ่มโอกาสให้ Nvidia ขายระบบ Networking แบบครบชุดมากขึ้น
  • ผลต่อ Nvidia เป็นลบเล็กน้อยในระยะสั้นจากความเสี่ยงด้านต้นทุนและการจัดหา แต่เป็นกลางถึงบวกในระยะกลางจากการเปลี่ยนผ่านสู่ CPO ขณะที่หุ้นที่ได้ประโยชน์ชัดกว่าคือผู้ผลิต External Laser Source, Optical Fiber และ Fiber Array Unit มากกว่าผู้ประกอบ Optical Transceiver แบบเดิม.

6) ความเสี่ยง

  1. มาตรการอาจไม่เกิดขึ้นตามร่าง: FCC ยังสามารถแก้ไขหรือยกเลิกข้อจำกัด ทำให้หุ้นผู้ผลิตนอกจีนที่ปรับขึ้นจากข่าวเผชิญความเสี่ยงจากการขายทำกำไร
  2. กำลังผลิตนอกจีนไม่เพียงพอ: หากห้ามใช้สินค้าจีนเร็วเกินไป อาจเกิดภาวะขาดแคลน ราคาสูงขึ้น และการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI ล่าช้า
  3. การหลีกเลี่ยงข้อจำกัด: ผู้ผลิตจีนอาจย้ายขั้นตอนการประกอบหรือส่งออกผ่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ผลต่อส่วนแบ่งตลาดต่ำกว่าที่คาด
  4. มาตรการตอบโต้จากจีน: จีนอาจจำกัดวัตถุดิบ ชิ้นส่วนแสง หรือการส่งออกเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อผู้ผลิตสหรัฐฯ และยุโรป
  5. ต้นทุนต่อ Hyperscaler: Amazon, Alphabet, Microsoft และผู้สร้างศูนย์ข้อมูลรายอื่นอาจเผชิญราคาชิ้นส่วนสูงขึ้น ซึ่งกดดันผลตอบแทนจากเงินลงทุน AI
  6. ความเสี่ยงด้านการประเมินมูลค่า: หุ้น Optical ฝั่งสหรัฐฯ ปรับตัวตอบรับข่าวอย่างรวดเร็ว แต่การเพิ่มกำลังผลิตและส่วนแบ่งตลาดต้องใช้เวลา จึงอาจเกิดช่องว่างระหว่างราคาหุ้นกับกำไรจริง

7) มุมมอง InnovestX

  • เรามองว่าข่าวนี้เป็นการขยายสงครามเทคโนโลยีจากชิปประมวลผลไปสู่ระบบเชื่อมต่อและโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล โดย Optical Transceiver กลายเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ เพราะเป็นส่วนสำคัญต่อการรับส่งข้อมูลภายใน AI Cluster
  • ผลกระทบในระยะสั้นเป็นบวกต่อ Coherent (COHR23), Lumentum, Applied Optoelectronics, Marvell (MRVL23) และ Fabrinet (FABRINET23) จากโอกาสเพิ่มคำสั่งซื้อและอำนาจกำหนดราคา ขณะที่ Ciena, Cisco และ Nokia ได้ประโยชน์ทางอ้อม แต่ควรระวังการไล่ราคาเนื่องจากกำลังผลิตยังจำกัดและมาตรการยังไม่แน่นอน
  • สำหรับผู้ผลิตจีน มองว่าผลกระทบพื้นฐานยังจำกัด เพราะมีส่วนแบ่งตลาดสูง มีต้นทุนแข่งขันได้ และสามารถย้ายการผลิตไปประเทศที่สาม แต่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และค่าใช้จ่ายในการปรับห่วงโซ่อุปทานจะเพิ่มขึ้น
  • สำหรับ Nvidia (NVDA23) ผลกระทบเป็นลบเล็กน้อยและเป็นผลทางอ้อมจากต้นทุนเครือข่ายหรือความล่าช้าในการติดตั้งมากกว่าความต้องการ GPU จึงยังไม่เปลี่ยนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้ม AI Infrastructure
  • เรามองบวกต่อหุ้น Optical ที่มีฐานการผลิตนอกจีนและมีลูกค้าระดับ Hyperscaler แต่เลือกลงทุนเมื่อราคาปรับฐาน โดยมองว่าผู้ได้ประโยชน์ที่ชัดกว่าคือ Lumentum, Coherent (COHR23), Marvell (MRVL23) และ Fabrinet (FABRINET23) ส่วน Nvidia (NVDA23) ยังคงเป็นหุ้นหลักของธีม AI เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการนี้ยังจำกัด



ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สหรัฐฯ เตรียมห้ามชิ้นส่วนศูนย์ข้อมูลจากจีน โดยเน้น Optical Transceiver | Café Invest