สหรัฐฯ ประกาศใช้กฎหมาย Defense Production Act (DPA) เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดเชิงระบบและเร่งกำลังการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยเน้นการฟื้นฟูคลังอาวุธในประเทศและชะลอการส่งมอบให้พันธมิตรชั่วคราว มาตรการนี้ควบคู่กับการสนับสนุนสัญญาผูกพันระยะยาวจากสภาคองเกรส ถือเป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างต่อกลุ่มอุตสาหกรรม Defense ที่จะมีความแน่นอนด้านคำสั่งซื้อและกระแสเงินสดในระยะยาว โดยมีหุ้นกลุ่มขีปนาวุธและระบบป้องกันภัยทางอากาศรายใหญ่อย่าง LMT และ RTX เป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดโดยตรง
สหรัฐฯ ประกาศใช้กฎหมาย DPA เร่งฟื้นฟูคลังอาวุธ

ที่มาและความสำคัญของสถานการณ์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศใช้กฎหมาย Defense Production Act (DPA) เพื่อแก้ไขข้อจำกัดเชิงระบบในฐานอุตสาหกรรมอาวุธยุทโธปกรณ์ และเร่งรัดการส่งมอบอาวุธให้แก่กองทัพสหรัฐฯ มาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูคลังอาวุธของประเทศที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากสภาวะตึงตัวในสงครามอิหร่านและความขัดแย้งอื่น ๆ โดยกฎหมายนี้จะเข้ามาขจัดอุปสรรคสำคัญในการผลิตและเปลี่ยนการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน
กลไกการทำงานของกฎหมาย DPA ต่อระบบการผลิต
หากไม่มีการประกาศใช้กฎหมายนี้ กระบวนการจัดหาและผลิตอาวุธจะประสบความล่าช้าอย่างมาก เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมายปกติ แต่การนำกฎหมาย DPA มาใช้จะส่งผลดีต่อระบบการผลิตในด้านต่าง ๆ ดังนี้:
- การปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายป้องกันการผูกขาด: ในสถานการณ์ปกติ บริษัทผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ที่เป็นคู่แข่งกันจะไม่สามารถร่วมมือกันหรือแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกได้ แต่กฎหมาย DPA จะช่วยยกเว้นข้อจำกัดนี้ ทำให้ภาคเอกชนสามารถบูรณาการและแก้ไขปัญหาห่วงโซ่อุปทานร่วมกันได้โดยไม่ผิดกฎหมาย
- การใช้อำนาจจัดลำดับความสำคัญของรัฐบาล: กฎหมายช่วยให้กระทรวงกลาโหมสามารถกำหนดให้โรงงานเอกชนจัดลำดับความสำคัญให้แก่คำสั่งซื้อของกองทัพเป็นอันดับแรกสุด ส่งผลให้สายการผลิต วัตถุดิบ และแรงงานถูกส่งมายังภาคความมั่นคงก่อนคำสั่งซื้อเชิงพาณิชย์อื่น ๆ
- การลดขั้นตอนระบบราชการ: รัฐบาลสามารถจัดทำข้อตกลงสมัครใจและแผนการดำเนินงานกับภาคธุรกิจได้ทันที ทำให้กระบวนการอนุมัติโครงการและสายการผลิตมีความรวดเร็วกว่าขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างในภาวะปกติอย่างมาก
การปรับเปลี่ยนนโยบายและความมั่นคงระหว่างประเทศ
คำสั่งดังกล่าวเป็นผลจากการเตรียมการนานกว่า 9 เดือน โดยสะท้อนทิศทางนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของสหรัฐฯ ในปัจจุบัน:
- การจัดลำดับความสำคัญภายในประเทศ: รัฐบาลสหรัฐฯ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจำกัดการจัดสรรทรัพยากรและอาวุธให้แก่ประเทศพันธมิตร เช่น ยูเครน เพื่อหันมาให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูฐานอุตสาหกรรมภายในประเทศเป็นหลัก
- การบริหารจัดการคลังอาวุธในภูมิภาคอื่น: มีการชะลอการส่งมอบอาวุธให้แก่ไต้หวันเป็นการชั่วคราว เพื่อสำรองอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นไว้ใช้ในปฏิบัติการของสหรัฐฯ เองภายใต้ชื่อปฏิบัติการ Epic Fury"ในการต่อต้านอิหร่าน
มุมมองของ INVX
เรามองว่าการประกาศใช้กฎหมาย DPA ควบคู่ไปกับการที่สภาคองเกรสเร่งอนุมัติสัญญาผูกพันระยะยาว ถือเป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างต่อกลุ่มอุตสาหกรรม Defense โดยมาตรการนี้จะช่วยสร้างความแน่นอนด้านกระแสเงินสดและคำสั่งซื้อในระยะยาวให้แก่ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน การเปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนร่วมมือกันยังช่วยลดความเสี่ยงด้านการขาดแคลนวัตถุดิบและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในภาพรวม ส่งผลให้อุตสาหกรรม Defense มีความน่าสนใจในฐานะกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีรายได้มั่นคงและเติบโตสอดคล้องกับงบประมาณความมั่นคงของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั่วโลก
โดยเรามองว่า LMT และ RTX เป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงรายใหญ่ที่สุด เนื่องจากเป็นเจ้าของเทคโนโลยีและระบบขีปนาวุธหลักที่รัฐบาลต้องการเร่งรัดการผลิต เช่น ขีปนาวุธสกัดกั้นตระกูล SM-3 และ SM-6, ขีปนาวุธร่อน Tomahawk, และระบบป้องกันภัยทางอากาศระดับสูง THAAD รวมถึง Patriot ซึ่งการการันตีคำสั่งซื้อแบบหลายปีจากสภาคองเกรสจะช่วยหนุนให้ยอดคำสั่งซื้อที่รอส่งมอบ (Backlog) ขยายตัวอย่างมั่นคง

