Café Invest
Markets

US Big Banks Vs. US Regional Banks 2Q26

US Big Banks Vs. US Regional Banks 2Q26

ผลประกอบการ 2Q26 ของธนาคารสหรัฐฯ ดีกว่าคาดทั้งหมด โดยธนาคารใหญ่ มีแรงหนุนจากรายได้ตลาดทุน ขณะที่ธนาคารภูมิภาค มีแรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียม ส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิธนาคารใหญ่มีการฟื้นตัว QoQ และ YoY ส่วนธนาคารภูมิภาคยังเติบโตได้ดี แต่เริ่มเห็นแรงกดดันด้านต้นทุนเงินฝากในบางธนาคาร ด้านคุณภาพสินทรัพย์โดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดีทั้งหมด ทั้งนี้ เรายังมองบวกต่อธนาคารขนาดใหญ่มากกว่าธนาคารภูมิภาคสหรัฐฯ โดยเราประเมินว่า รายได้ตลาดทุนจะเป็นแรงหนุนของกำไรใน 2H26 อยู่ ซึ่ง เรามองบวกต่อ JPM, GS และ MS ที่สุด ขณะที่ธนาคารภูมิภาครายได้กระจุกตัวที่รายได้ดอกเบี้ยเป็นหลัก

สรุปภาพรวมผลประกอบการธนาคารใหญ่และภูมิภาคสหรัฐฯ

ผลประกอบการ 2Q26 ของธนาคารสหรัฐฯ ดีกว่าคาดเกือบทั้งกลุ่ม แต่ธนาคารขนาดใหญ่มีคุณภาพกำไรและแรงส่งรายได้เหนือกว่าธนาคารภูมิภาค จากรายได้ซื้อขายหลักทรัพย์ วาณิชธนกิจ การบริหารความมั่งคั่ง และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เติบโตพร้อมกัน โดย GS, MS, JPM และ BAC ทำรายได้ซื้อขายหุ้นระดับสูงเป็นประวัติการณ์ และได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการนำบริษัทเข้าจดทะเบียน การควบรวมกิจการ และการระดมทุน

ธนาคารภูมิภาคมีสินเชื่อและรายได้ดอกเบี้ยฟื้นตัว แต่ยังพึ่งพารายได้จากส่วนต่างดอกเบี้ยสูงกว่า จึงอ่อนไหวต่อต้นทุนเงินฝาก โดย PNC และ MTB เด่นที่สุด ขณะที่ FHN ดีกว่าคาดจากการตั้งสำรองและภาษีต่ำมากกว่ารายได้หลัก

กำไรดีกว่าคาดไหม?


ธนาคารขนาดใหญ่

ธนาคาร

ผลเทียบคาด

ปัจจัยสำคัญ

JPM

ดีกว่าคาดมาก

รายได้ซื้อขายหุ้นสูงกว่าคาดมาก วาณิชธนกิจแข็งแกร่ง และตั้งสำรองต่ำกว่าคาด แม้รายได้ตราสารหนี้และรายได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าคาดเล็กน้อย

GS

ดีกว่าคาดมาก

รายได้ซื้อขายหุ้นทำสถิติสูงสุด รายได้ตราสารหนี้ฟื้นตัว และค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2021

MS

ดีกว่าคาดมาก

รายได้ซื้อขายหุ้น วาณิชธนกิจ และบริหารความมั่งคั่งแข็งแกร่ง พร้อมสินทรัพย์ใหม่สุทธิสูงเป็นประวัติการณ์

C

ดีกว่าคาด

รายได้เพิ่มขึ้นครบทั้ง 5 ธุรกิจหลัก โดยธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ วาณิชธนกิจ และบริการธุรกรรมเด่น แต่ค่าใช้จ่ายครึ่งปีหลังกดดัน

BAC

ดีกว่าคาด

รายได้ตลาดทุนและรายได้ดอกเบี้ยแข็งแกร่ง ขณะที่รายได้เติบโตเร็วกว่าค่าใช้จ่าย

WFC

ดีกว่าคาด

รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากบริหารความมั่งคั่ง วาณิชธนกิจ และกำไรจากเงินลงทุนสูงกว่าคาด แม้ส่วนต่างดอกเบี้ยลดลง

1) JPM รายงานกำไรสุทธิ $21.2 พันล้าน หรือ $7.70 ต่อหุ้น ซึ่งรวมกำไรจากการแลกหุ้น Visa ราว $4.6 พันล้าน อย่างไรก็ตาม แม้ตัดรายการดังกล่าว กำไรพื้นฐานยังดีกว่าคาดจากรายได้ซื้อขายหุ้นที่เพิ่ม 86% YoY เป็น $6.03 พันล้าน และรายได้วาณิชธนกิจที่สูงกว่าคาด ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามปริมาณธุรกิจ
2) GS เด่นที่สุดด้านตลาดทุน โดยรายได้ซื้อขายหุ้นเพิ่ม 72% YoY เป็นสถิติสูงสุด $7.42 พันล้าน รายได้ตราสารหนี้เพิ่ม 32% และค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจเพิ่ม 55% ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่ม 39% สูงกว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่ม 26% และผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญที่จับต้องได้เพิ่มเป็น 25.5%
3) MS มีรายได้เพิ่ม 27% YoY และกำไรต่อหุ้นเพิ่ม 62% โดยรายได้ซื้อขายหุ้นเพิ่ม 69% และค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจเพิ่ม 58% ขณะที่ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งมีอัตรากำไรก่อนภาษีประมาณ 30% และมีสินทรัพย์ใหม่สุทธิ $148 พันล้าน ซึ่งมากกว่าครึ่งเกี่ยวข้องกับการนำบริษัทเข้าจดทะเบียน
4) C รายงานกำไรต่อหุ้น $3.15 และผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญที่จับต้องได้ 13% รายได้ปรับปรุงเพิ่ม 14% สูงกว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่ม 6% โดยรายได้ซื้อขายหุ้นเพิ่ม 45% วาณิชธนกิจเพิ่ม 44% และธุรกิจบริการเพิ่ม 18% อย่างไรก็ตาม ตลาดกังวลต่อค่าใช้จ่ายชดเชยการเลิกจ้างและการลงทุนด้านเทคโนโลยีในครึ่งปีหลัง
5) BAC รายงานกำไรต่อหุ้น $1.21 สูงกว่าคาด $1.13 และรายได้ $31.6 พันล้าน สูงกว่าคาด $30.8 พันล้าน โดยกำไรก่อนตั้งสำรองสูงกว่าคาดราว 7% จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าคาดและการควบคุมต้นทุนที่ดี
6) WFC รายงานกำไรสุทธิ $6.4 พันล้าน เพิ่ม 17% YoY หรือ $2.00 ต่อหุ้น สูงกว่าคาด รายได้รวมเพิ่ม 9% เป็น $22.6 พันล้าน ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่ม 13% เป็น $10.3 พันล้าน แต่ส่วนหนึ่งมาจากกำไรเงินลงทุนในธุรกิจร่วมทุน $728 ล้าน


ธนาคารภูมิภาค

ธนาคาร

ผลเทียบคาด

ปัจจัยสำคัญ

PNC

ดีกว่าคาดมาก

รายได้ค่าธรรมเนียมสูงกว่าคาด ธุรกิจตลาดทุนแข็งแกร่ง สินเชื่อเติบโต และต้นทุนเงินฝากลดลง

BNY

ดีกว่าคาด

รายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเติบโตสูงกว่าคาด พร้อมรายได้และกำไรทำสถิติ

MTB

ดีกว่าคาด

รายได้ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และสินเชื่อสูงกว่าคาด ขณะที่ค่าใช้จ่ายและสำรองต่ำกว่าคาด

FHN

ดีกว่าคาดเล็กน้อย

สำรองและภาษีต่ำกว่าคาด แต่กำไรก่อนตั้งสำรองต่ำกว่าคาดจากรายได้ดอกเบี้ยอ่อนและค่าใช้จ่ายสูง

1) PNC รายงานกำไรต่อหุ้นปรับปรุง $4.85-$4.93 สูงกว่าคาดประมาณ $4.53-$4.63 โดยกำไรก่อนตั้งสำรองสูงกว่าคาด 6% และรายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐานสูงกว่าคาด 10% จากธุรกิจตลาดทุน ขณะที่สินเชื่อปลายงวดเพิ่ม 2% QoQ
2) BNY รายงานกำไรต่อหุ้นปรับปรุง $2.46 เทียบกับคาด $2.22 และรายได้ $5.70 พันล้าน เทียบกับคาด $5.40 พันล้าน โดยรายได้ดอกเบี้ยเพิ่ม 20% YoY และรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่ม 11% จากธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตรา บริการดูแลสินทรัพย์ และมูลค่าสินทรัพย์ที่สูงขึ้น
3) MTB รายงานกำไรต่อหุ้นจากการดำเนินงาน $5.35 สูงกว่าคาด $4.66 และรายได้ $2.53 พันล้าน สูงกว่าคาด $2.46 พันล้าน จากรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการตั้งสำรอง $120 ล้าน ต่ำกว่าคาด $141 ล้าน
4) FHN รายงานกำไรต่อหุ้นปรับปรุง $0.54 สูงกว่าคาด $0.52 แต่กำไรก่อนตั้งสำรองอยู่ที่ $362 ล้าน ต่ำกว่าคาด $371 ล้าน เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าคาดและค่าใช้จ่ายพนักงานสูง การดีกว่าคาดจึงมาจากสำรองและภาษีต่ำเป็นหลัก

ตัวชี้วัดการดำเนินงานหลัก


1) การเติบโตของสินเชื่อ


ธนาคารใหญ่: สินเชื่อฟื้นตัวตามความต้องการของลูกค้าองค์กรและกิจกรรมตลาดทุน โดย GS เพิ่ม 3.2% QoQ, BAC และ JPM เพิ่มราว 2% และ WFC เพิ่มประมาณ 1%

1784193751197-4ca27863fd0485bec8b3383576425c5c77ddfbeb1310b11b80e9fdeeb34cace4.png


ธนาคารภูมิภาค: PNC และ MTB มีสินเชื่อเพิ่มราว 2% QoQ ส่วน FHN เพิ่มประมาณ 1% โดย MTB มีสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์เพิ่ม 5%


2) รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ


ธนาคารใหญ่: รายได้ดอกเบี้ยยังเติบโตแข็งแกร่ง โดย JPM เพิ่ม 10% YoY, BAC และ C เพิ่ม 9% และ WFC เพิ่ม 5% จากสินเชื่อที่ขยายตัว ฐานเงินฝากขนาดใหญ่ และการปรับผลตอบแทนของสินทรัพย์ดอกเบี้ยคงที่

1784193655256-69f33167659d3011a41ba73c3595f064e6389090849a8feaf60c9974f57d8b13.png


ธนาคารภูมิภาค: BNY เพิ่ม 20% YoY ขณะที่ PNC เติบโตในระดับเลขสองหลักจากการรวม FirstBank, MTB เพิ่มประมาณ 2% และ FHN เพิ่มเพียงเล็กน้อย


3) รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย


ธนาคารใหญ่: เป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่สุดของกลุ่ม จากรายได้ซื้อขายหลักทรัพย์ วาณิชธนกิจ และบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตสูง


• GS: ซื้อขายหุ้น +72%, ตราสารหนี้ +32%, วาณิชธนกิจ +55%
• JPM: ซื้อขายหุ้น +86%, ตราสารหนี้ +6%, วาณิชธนกิจ +30%
• MS: ซื้อขายหุ้น +69%, ตราสารหนี้ +13%, วาณิชธนกิจ +58%
• BAC: ซื้อขายหุ้น +70%, ตราสารหนี้ +9%, วาณิชธนกิจ +47%
• C: ซื้อขายหุ้น +45%, ตราสารหนี้ +7%, วาณิชธนกิจ +44%
• WFC: รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย +13% และวาณิชธนกิจ +36%

1784193668804-407351f37b47b48cc90f228e7f5bc6dfcc842a6929e69e2f5b6389f252e34071.png1784193681080-f9c1ea67e73a662b3e5a6bf75587c9e513fc8804f528ec12a2a8424a2b1d5f0a.png


ธนาคารภูมิภาค: รายได้ค่าธรรมเนียมปรับดีขึ้น แต่ขนาดและความหลากหลายยังต่ำกว่า โดย PNC มีรายได้ตลาดทุนเพิ่ม 80% YoY, BNY มีค่าธรรมเนียมเพิ่ม 11%, FHN เพิ่ม 8% และ MTB เพิ่ม 5% ทั้งนี้ BNY แตกต่างจากธนาคารภูมิภาคทั่วไป เพราะมีรายได้จากการดูแลสินทรัพย์เป็นธุรกิจหลัก


4) ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ


ธนาคารใหญ่: NIM มีทิศทางผสม โดย C เพิ่ม 8 bps QoQ เป็น 2.54% และ BAC เพิ่ม 1 bp เป็น 2.08% ขณะที่ JPM ลดลง 10 bps เป็น 2.40% และ WFC ลดลง 4 bps เป็น 2.43% อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่งช่วยลดผลกระทบจาก NIM ที่อ่อนตัว

1784193729412-28fa5cc4955fe88fb68e6c73bf4e249a5baf98e1604b9d94ec2bf23e2eea09f2.png


ธนาคารภูมิภาค: NIM อยู่ในระดับสูงกว่า แต่ไวต่อต้นทุนเงินฝากมากกว่า โดย PNC เพิ่ม 1 bp เป็น 2.96%, MTB ทรงตัวที่ 3.70% และ FHN ลดลง 3 bps เป็น 3.49% สะท้อนแรงกดดันจากการแข่งขันด้านเงินฝาก


5) คุณภาพสินทรัพย์และต้นทุนความเสี่ยง


ธนาคารใหญ่: คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับควบคุมได้ โดย JPM ลดเป้าอัตราตัดหนี้สูญบัตรเครดิตทั้งปีเหลือ 3.2% จาก 3.4%, C คงกรอบ 4.0-4.5% และ WFC มีอัตราตัดหนี้สูญ 0.34%


ธนาคารภูมิภาค: คุณภาพสินทรัพย์ยังแข็งแกร่งเช่นกัน โดย PNC, MTB และ FHN มีอัตราตัดหนี้สูญต่ำที่ 0.25%, 0.23% และ 0.20% ตามลำดับ ขณะที่หนี้เสียของ PNC และสินเชื่อเฝ้าระวังของ MTB ลดลง QoQ


6) การตั้งสำรอง


ธนาคารใหญ่: การตั้งสำรองยังอยู่ในระดับรองรับความเสี่ยงได้ โดย WFC ตั้งสำรอง $914 ล้าน, C $2.5 พันล้าน และ BAC $1.4 พันล้าน ภาพรวมคุณภาพสินทรัพย์ยังไม่ส่งสัญญาณอ่อนตัวอย่างมีนัยสำคัญ

1784193798509-b055392f2bff757bfca1abd22e348a25c8a3d1612bc30ab18e3363edaccce7ac.png1784193814048-0831574ed18c5cfd9e57e2e8d1ce03c502f9de4d962fccd9fd14d4242160bb3a.png


ธนาคารภูมิภาค: Provision หลายแห่งต่ำกว่าคาด โดย PNC ตั้งสำรอง $191 ล้าน, MTB $120 ล้าน เทียบกับคาด $141 ล้าน และ FHN $15 ล้าน เทียบกับคาด $33 ล้าน อย่างไรก็ตาม กำไรที่ดีกว่าคาดจากการตั้งสำรองต่ำมีความยั่งยืนน้อยกว่าการดีกว่าคาดจากรายได้หลัก


7) อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้และค่าใช้จ่ายดำเนินงาน


ธนาคารใหญ่: ประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยรวมแข็งแกร่ง เพราะรายได้เติบโตเร็วกว่าค่าใช้จ่าย โดย GS มีอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ 57%, C ราว 58%, BAC 58.6% และ MS 65% ลดลงจาก 71% ในปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายของ WFC เพิ่มเพียง 2% YoY


ธนาคารภูมิภาค: ผลการควบคุมต้นทุนมีความแตกต่างกัน โดย MTB ทำได้ดีที่สุดด้วยอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ 52.8% ขณะที่ FHN อยู่ที่ 59.1% และ PNC ราว 60% โดย PNC และ FHN ยังมีแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายพนักงาน การรวมกิจการ และการลงทุนด้านเทคโนโลยี


8) เงินกองทุนชั้นที่ 1 (CET1)


ธนาคารใหญ่: เงินกองทุนอยู่ในระดับแข็งแกร่งและสูงกว่าธนาคารภูมิภาคโดยรวม ช่วยรองรับความผันผวน การเติบโตของสินทรัพย์ และการคืนทุนแก่ผู้ถือหุ้น โดย MS อยู่ที่ 14.8%, JPM 14.1%, GS 12.9%, C 12.8%, BAC 11.2% และ WFC 10.3%


ธนาคารภูมิภาค: เงินกองทุนยังอยู่ในระดับเพียงพอ แต่ส่วนเกินทุนต่ำกว่ากลุ่มธนาคารใหญ่ โดย FHN อยู่ที่ 10.5%, MTB 10.2% และ PNC 9.9%

กลุ่ม

ธนาคาร

CET1

ธนาคารใหญ่

MS

14.8%

ธนาคารใหญ่

JPM

14.1%

ธนาคารใหญ่

GS

12.9%

ธนาคารใหญ่

C

12.8%

ธนาคารใหญ่

BAC

11.2%

ธนาคารใหญ่

WFC

10.3%

ธนาคารภูมิภาค

FHN

10.5%

ธนาคารภูมิภาค

MTB

10.2%

ธนาคารภูมิภาค

PNC

9.9%

แนวโน้มและประมาณการของบริษัท

ธนาคาร

การเปลี่ยนแปลง

รายละเอียด

JPM

ปรับเพิ่มรายได้ดอกเบี้ยและค่าใช้จ่าย

เพิ่มเป้ารายได้ดอกเบี้ยทั้งปีเป็น $105.5 พันล้าน และค่าใช้จ่ายเป็น $107.5 พันล้าน พร้อมลดเป้าอัตราตัดหนี้สูญบัตรเครดิตเหลือ 3.2%

GS

แนวโน้มเชิงบวก

งานวาณิชธนกิจที่รอรับรู้รายได้อยู่ในระดับสูง และคาดว่ากิจกรรมควบรวมกิจการและการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนจะต่อเนื่อง

MS

แนวโน้มเชิงบวก

ธุรกรรมวาณิชธนกิจและการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนยังแข็งแกร่ง ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

C

คงเดิม

คงเป้าผลตอบแทนต่อทุนที่ 10-11% และอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ราว 60% แต่จะเร่งลงทุนด้านเทคโนโลยีและลดพนักงาน

BAC

ปรับมุมมองดีขึ้น

คาดรายได้ดอกเบี้ยเติบโตใกล้ด้านบนของกรอบ 6-8% และรายได้เติบโตเร็วกว่าค่าใช้จ่าย 3-4 จุดเปอร์เซ็นต์

WFC

คงเดิม

คงเป้ารายได้ดอกเบี้ยราว $50 พันล้าน และค่าใช้จ่าย $55.7 พันล้าน โดยคาดส่วนต่างดอกเบี้ยลดลงเล็กน้อยใน 3Q ก่อนทรงตัวใน 4Q

PNC

ปรับเพิ่ม

เพิ่มเป้ารายได้ดอกเบี้ยเป็น +15-15.5%, รายได้ค่าธรรมเนียมเป็น +9% และสินเชื่อเฉลี่ยเป็น +12.5% แต่เพิ่มเป้าค่าใช้จ่ายเป็น +8.5%

BNY

ปรับเพิ่ม

เพิ่มเป้ารายได้เป็น +10-11% รายได้ดอกเบี้ย +12-13% และค่าใช้จ่าย +6-7%

MTB

ส่วนใหญ่คงเดิม

คงเป้ารายได้ดอกเบี้ย $7.2-7.35 พันล้าน เพิ่มกรอบสินเชื่อเฉลี่ย และลดเป้าอัตราตัดหนี้สูญเหลือ 0.37%

FHN

คงเดิม

คาดส่วนต่างดอกเบี้ยอยู่ช่วงกลางถึงสูงของ 3.4% แต่ต้นทุนเงินฝากอาจทำให้รายได้อยู่ใกล้กรอบล่าง

มุมมองผู้บริหาร


JPM: ผู้บริหารมองว่ากิจกรรมของลูกค้ายังแข็งแกร่งจากการนำบริษัทขนาดใหญ่เข้าจดทะเบียน การปรับน้ำหนักดัชนี และความผันผวนของตลาดเอเชีย อย่างไรก็ตาม Jamie Dimon เตือนความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ การขาดดุลภาครัฐ และราคาสินทรัพย์ที่สูง


GS: ผู้บริหารมองว่ากิจกรรมของลูกค้ายังมีแรงส่งที่ดี โดยงานวาณิชธนกิจที่รอรับรู้รายได้อยู่ในระดับสูง พร้อมเน้นเพิ่มรายได้โดยไม่เพิ่มจำนวนพนักงานในอัตราเดียวกัน


MS: ผู้บริหารเน้นการเชื่อมโยงวาณิชธนกิจ บริการหุ้นพนักงาน และบริหารความมั่งคั่ง เพื่อเปลี่ยนความสัมพันธ์จากการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนไปสู่การบริหารสินทรัพย์ระยะยาว


C: Jane Fraser มองว่าบริษัทควรเร่งลงทุนในช่วงที่รายได้แข็งแกร่งเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว แต่ความไม่ชัดเจนของค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีและการลดพนักงานยังสร้างความกังวล


BAC: ผู้บริหารมองว่าความต้องการสินเชื่อธุรกิจ งานวาณิชธนกิจ และกิจกรรมซื้อขายยังแข็งแกร่ง ขณะที่สภาพคล่องส่วนเกินช่วยรองรับการเติบโตของสินเชื่อโดยไม่ต้องแข่งขันด้านเงินฝากมากเกินไป


WFC: ผู้บริหารยอมรับว่าการเพิ่มเงินฝากต้นทุนสูงกดดันส่วนต่างดอกเบี้ยระยะสั้น แต่เป็นกลยุทธ์เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าบริษัทและสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมในระยะยาว


PNC: ผู้บริหารมองว่าการรวม FirstBank การขยายฐานลูกค้าใน Colorado และ Arizona และการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจจะสนับสนุนครึ่งปีหลัง


MTB: ผู้บริหารเห็นแรงส่งของสินเชื่อในหลายธุรกิจ แม้การเติบโตในครึ่งปีหลังอาจชะลอลงจากระดับสูงใน 2Q พร้อมตั้งเป้าลดการพึ่งพาเงินทุนตลาดส่ง


FHN: ผู้บริหารยังมองบวกต่อรายได้ดอกเบี้ย แต่ยอมรับว่าการแข่งขันด้านเงินฝากอาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นและส่วนต่างดอกเบี้ยอ่อนตัว

ความเสี่ยงที่ควรระวัง


ธนาคารใหญ่


• รายได้ซื้อขายหลักทรัพย์และวาณิชธนกิจอยู่บนฐานสูง หากความผันผวนลดลงหรือธุรกรรมถูกเลื่อน รายได้อาจกลับสู่ระดับปกติ
• ค่าใช้จ่ายด้านค่าตอบแทน เทคโนโลยี และการดำเนินงานอาจเพิ่มตามรายได้ โดยเฉพาะ JPM และ C
• คุณภาพสินเชื่อบัตรเครดิต โดยเฉพาะลูกค้ารายได้น้อยของ C, JPM และ BAC
• ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ภูมิรัฐศาสตร์ การขาดดุลภาครัฐ และราคาสินทรัพย์สูงอาจกระทบทั้งตลาดทุนและคุณภาพสินเชื่อ


ธนาคารภูมิภาค


• การแข่งขันด้านเงินฝากอาจกดดันต้นทุนเงินทุนและส่วนต่างดอกเบี้ย โดยเฉพาะ FHN
• การพึ่งพาสินเชื่อธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์เพิ่มความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ
• กำไรที่ดีกว่าคาดจากการตั้งสำรองต่ำอาจไม่เกิดซ้ำ หากวงจรสินเชื่ออ่อนตัว
• PNC มีความเสี่ยงจากต้นทุนควบรวม FirstBank การขยายสาขา และการลงทุนด้านเทคโนโลยี

มุมมองของ INVX


เรายังมองบวกต่อธนาคารใหญ่เหนือกว่าธนาคารภูมิภาค เนื่องจาก 1) มีฐานรายได้หลากหลายกว่า โดยธนาคารภูมิภาคยังพึ่งรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและการเติบโตของสินเชื่อเป็นหลัก 2) ได้ประโยชน์โดยตรงจากการกิจกรรมของตลาดทุน 3) อ่อนไหวต่อต้นทุนเงินฝากและ NIM ต่ำกว่า 4) สินเชื่อมีการกระจายมากกว่า โดยธนาคารภูมิภาคมีสัดส่วนสินเชื่อธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์สูงกว่า จึงอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ


ทั้งนี้ เรามองบวกต่อธนาคารใหญ่สหรัฐฯ ที่มีสัดส่วนรายได้ตลาดทุนสูง เช่น JPM, GS และ MS ที่สุด โดยเราประเมินว่า รายได้ตลาดทุนจะยังเป็นปัจจัยบวกที่หนุนการเติบโตของธนาคารในครึ่งปีหลังนี้ โดยเฉพาะความต้องการทำดีลในกลุ่ม AI รวมไปถึงความผันผวนที่คาดว่ายังคงสูงจากอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ คอยหนุนรายได้ซื้อขายหุ้น

ข้อสงวนสิทธิ์


ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

US Big Banks Vs. US Regional Banks 2Q26 | Café Invest