Café Invest
Markets

🔥News Update : ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทะยาน รับข่าวอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ลดอุณหภูมิภูมิรัฐศาสตร์

🔥News Update : ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทะยาน รับข่าวอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ลดอุณหภูมิภูมิรัฐศาสตร์

🔥News Update : ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทะยาน รับข่าวอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ลดอุณหภูมิภูมิรัฐศาสตร์

by INVX Research and INVX Investment Products & Strategy

วันที่ 18 เมษายน 2569

สรุปสถานการณ์

🟢เมื่อคืนนี้ (17 เม.ย. 69) ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกคลายความกังวลครั้งใหญ่หลังอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบ เพื่อให้เรือพาณิชย์สัญจรได้ตลอดช่วงหยุดยิง 10 วัน (เริ่ม 16 เม.ย.) ระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ขณะที่ ปธน. ทรัมป์ ส่งสัญญาณบวกผ่านการขอบคุณความร่วมมือและแย้มแผนเจรจาแบบพบหน้าในช่วงสุดสัปดาห์นี้ แม้สหรัฐฯ จะยังคงมาตรการปิดล้อมบางส่วนไว้เพื่อเป็นแต้มต่อในการเจรจา แต่ตลาดคาดมีโอกาสสูงที่จะมีการขยายเวลาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านออกไปอีกหลังจะครบกำหนดข้อตกลงครั้งแรกในวันที่ 21 เม.ย. นี้

🔸ผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง

สถานการณ์ที่อิหร่านกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซนี้ถือเป็น Catalyst ที่สร้าง Sentiment เชิงบวกรุนแรง ส่งผลให้เมื่อคืนนี้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปรับตัวขึ้นแรงและกลับเข้าสู่ภาวะ Risk-on สะท้อนได้จาก

- Equity Markets: ตลาดหุ้น DM ปรับขึ้นราว 1-2%DoD (DJIA +1.8%, S&P500 +1.2%, NASDAQ +1.5%)

- Commodities: ราคาน้ำมันดิบ Brent ดิ่งลง 9%DoD ลงมาอยู่ที่ราว US$90/bbl จากคลายกังวลอุปทานน้ำมันที่จะเริ่มกลับเข้าสู่ตลาด

- Currencies: เงินดอลลาร์อ่อนค่าจากการลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 31.70-31.90 บาท/ดอลลาร์

🌐มุมมองและกลยุทธ์การลงทุนต่อสินทรัพย์ทั่วโลก

INVX ประเมินว่าพัฒนาการดังกล่าวจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวม โดยปัจจุบันดัชนี VIX ปรับลดลงต่ำกว่า ระดับ 20 จุด สะท้อน volatility ที่ลดลง และเป็นสัญญาณสนับสนุนการเข้าสู่ risk-on environment ในด้านกลยุทธ์การลงทุน เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นคุณภาพ โดยเน้นในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (DM) รวมถึงหุ้นที่มีศักยภาพในการได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในระยะยาว ได้แก่​​​​​​​​​​​​​​​​

หุ้นสหรัฐฯ และหุ้นญี่ปุ่น : เนื่องจากยังมีความได้เปรียบด้าน earnings resilience โดยเน้นลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ (กองทุน K-US500X-A(A)) และตลาดหุ้นญี่ปุ่น (กองทุน KT-JAPANALL-A) ที่ได้รับแรงหนุนจากการบริโภคภายในประเทศ (domestic demand) ที่แข็งแกร่ง และนโยบายภาครัฐ ขณะที่กลุ่มหุ้นที่ควรเน้นคือที่มี Quality / Earnings resilience สูง

หุ้นและสินทรัพย์ที่ด้รับประโยชน์จาก Bond Yield ที่ลดลง จากราคาพลังงานที่มีแนวโน้มลดลงในระยะถัดไป ได้แก่ REITs (กองทุน MGPROP-AC และ MPDIVMF) และหุ้นขนาดเล็กในสหรัฐฯ (กองทุน SCBRS2000(A)) มีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจาก Bond Yield ที่ลดลงในระยะสั้นเป็นอย่างน้อย ขณะที่สัญญาณ Risk-on มากขึ้น ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงมีโอกาสฟื้นตัว

ด้านตราสารหนี้ นักลงทุนอาจพิจารณาลงทุนใน short-to-medium duration โดยยังคงแนะให้ลงทุนในตราสารหนี้อายุ 3-5 ปี เพื่อรับประโยชน์จาก bond yield ที่มีแนวโน้มลดลง โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า Bond Yield ของพันธบัตรสหรัฐฯ ช่วง 3-7 ปีมีการปรับตัวลดลงมากกว่าตราสารหนี้กลุ่มอื่นๆ ซึ่งชี้ว่าการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุในช่วงนี้มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงที่ดี ขณะที่ทองคำ (กองทุน K-GOLD-A(A)) ได้แรงหนุนจาก bond yield ปรับลดลงและยังคงมีบทบาทเป็น portfolio hedge แม้แรงหนุนระยะสั้นจาก War premium ลดลงจาก risk sentiment ที่ดีขึ้น

ขณะที่หุ้นที่ได้รับผลดีในระยะยาว (Long-term opportunity) คือ Energy Transition โดยความผันผวนของราคาน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาเป็นตัวเร่งให้หลายประเทศเร่งลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล โดยเรามองว่า Theme Energy Transition จะยังคงเป็น structural trend ที่สำคัญ ส่งผลให้การลงทุนใน Renewable Energy (กองทุน MRENEW-A), Nuclear (กองทุน LHNUKZ-A และ กองทุน PRINCIPAL GCLEAN-A) และ Energy Infrastructure เช่น กลุ่ม GRID (กองทุน A-GRID) มีแนวโน้มเร่งตัวต่อเนื่องในระยะกลางถึงยาว

🔸กองทุนเคาะซื้อที่สามารถเข้าสะสมได้

กองทุน SCBRS2000 (A) : กองทุนหุ้นขนาดกลางขนาดเล็กของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จาก Bond Yield ที่ปรับตัวลดลง และแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่มีโอกาสเติบโตในอัตราที่สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นขนาดใหญ่

กองทุน A-GRID : กองทุนหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า ที่ได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประเทศต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานมากขึ้น มีแนวโน้มช่วยสนับสนุนการเติบโตของ EPS Growth ในระยะถัดไป

กองทุน LHNUKZ-A : กองทุนหุ้นกลุ่มนิวเคลียร์ ที่ได้รับประโยชน์จากภาครัฐที่กลับมาสนับสนุนการใช้พลังงานนิวเคลียร์ ในขณะที่ภาคเอกชน เช่น Hyperscalers เริ่มหันมาทำสัญญากับผู้พัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งมีแนวโน้มให้ความต้องการใช้พลังงานนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นในระยะยาว

กองทุน MEGA10CYBER-A: กองทุนหุ้นกลุ่ม Software ที่มีโอกาสฟื้นตัวตามตลาดที่มี Sentiment เชิงบวกจากสงครามที่คลี่คลายลง โดย Valuation ของกลุ่มอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวถึง -2 S.D. ในขณะที่ Bloomberg consensus ชี้ว่าการ Downgrade EPS เริ่มผ่านจุดต่ำสุด ซึ่งช่วยให้กลุ่ม Software มีโอกาสเป็นเป้าหมายของนักลงทุนที่กลับมา Risk on

📈มุมมองต่อตลาดหุ้นไทย :

INVX ประเมินว่า SET Index จะตอบรับเชิงบวกในต้นสัปดาห์หน้า (หากไม่มีสถานการณ์พลิกผันกลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซ) โดยมีโอกาสเปิด Gap ขาขึ้นและดีดตัวแบบ V-Shape กลับมาทะลุแนวต้านบริเวณ 1,500 จุดได้อีกครั้ง โดยมี 4 ปัจจัยหนุน ได้แก่

  1. Cost Push Inflation Drop: แรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลกลดลงทันที ช่วยเปิดช่องว่าง (Policy Space) ให้รัฐบาลดำเนินนโยบายเศรษฐกิจได้คล่องตัวขึ้น

  1. Fiscal Synergy: ต้นทุนพลังงานที่ลดลงช่วยลดภาระกองทุนน้ำมันและค่าไฟ เสริมประสิทธิภาพนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลปัจจุบัน

  1. Fund Flow & Baht Appreciation: บาทที่แข็งค่าจะดึงดูดเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ทั้งตลาดหุ้นและพันธบัตร

  1. Short Covering: หุ้น Big Cap ที่ถูก Short หนักในช่วงวิกฤตจะเกิดการเร่งปิดสถานะเพื่อจำกัดผลขาดทุน เป็นแรงส่งให้ดัชนีขึ้นแรงกว่าปกติ

🎯กลยุทธ์การลงทุน : แนะนำให้ปรับพอร์ตให้สอดรับกับสถานการณ์ที่จะเปลี่ยนไป ดังนี้

  1. ระยะสั้น (1-4 สัปดาห์) : เน้นเล่นเก็งกำไรดีดสั้น (Tactical Play) ในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับฐาน, เงินบาทแข็งค่า รวมทั้ง Supply Chain ฟื้น อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) ท่องเที่ยว (CENTEL ERW MINT) รพ. ระดับบน (BH BDMS) ยานยนต์ (AH SAT) รวมทั้งหุ้น SET50 ที่เป็นเป้าหมาย Short Covering โดยราคาหุ้นปรับลงแรงกว่า SET ตั้งแต่มีวิกฤต ได้แก่ MINT BTS LH BDMS AWC รวมไปถึงกลุ่มลิสซิ่ง (MTC, TIDLOR) ได้อานิสงส์ Bond Yield ปรับตัวลง

⚡ แนะนำระมัดระวังแรงขายระยะสั้นสำหรับหุ้นพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) หลังราคาน้ำมันปรับฐานลงแรง

  1. ระยะกลาง (3-6 เดือน): เน้นทยอยสะสมหุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power รับมือภาวะเงินเฟ้อที่ยังสูงจากฐานราคาน้ำมันใหม่ที่คาดยังสูงกว่าในอดีต เนื่องจากโครงสร้างพลังงานในตะวันออกกลางที่เสียหายบางส่วนยังต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกระยะนึง ได้แก่ สื่อสาร (ADVANC TRUE) การแพทย์ (BDMS BH CHG BCH) และพาณิชย์ (CPALL CPAXT BJC CPN)

  1. ระยะยาว (6-12 เดือน+): เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาดและนิคมฯ ที่ตอบโจทย์การลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ ได้แก่ GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHA AMATA

⚠️ความเสี่ยงที่ยังต้องเฝ้าระวัง : สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์มีความผันผวนสูง โปรดติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันกรณีที่มีข่าวพลิกผันระหว่างวันหยุดเสาร์-อาทิตย์

#INVXResearch #Strategy #Investment #หุ้นไทย #ราคาน้ำมัน #ภูมิรัฐศาสตร์

🔥News Update : ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทะยาน รับข่าวอิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ลดอุณหภูมิภูมิรัฐศาสตร์ | Café Invest